การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเรื่องระบบสุริยะ ของนักเรียนชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน ระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยสื่อ Talking Book และ
Interactive Book 2) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนกับเกณฑ์ร้อยละ 70 และ 3) ศึกษาความพึงพอใจของ
นักเรียนที่มีต่อสื่อที่พัฒนาขึ้น กลุ่มตัวอย่างคือนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนโสตศึกษาจังหวัดอุดรธานี
จำนวน 1 ห้องเรียน ได้มาโดยวิธีการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ ได้แก่ 1) สื่อการ
เรียนรู้ดิจิทัลในรูปแบบ Talking Book "เพื่อนรักนักสำรวจ ตอน ตะลุยอวกาศ" 2) สื่อ Interactive Book "เกม
เพื่อนรักนักสำรวจ ตอน ระบบสุริยะจักรวาล" 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 4) แบบสอบถามความ
พึงพอใจ สถิติที่ใช้ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบค่าที (t-test)
ผลการวิจัยพบว่า
1) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หลังเรียน
ด้วยสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลในรูปแบบ Talking Book และ Interactive Book รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ
สูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
2) ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยิน หลังเรียน
ด้วยสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลในรูปแบบ Talking Book และ Interactive Book รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ
สูงกว่าเกณฑ์ร้อยละ 70 อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
3) นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ที่มีความบกพร่องทางการได้ยินที่เรียนด้วยสื่อการเรียนรู้ดิจิทัลในรูปแบบ
Talking Book และ Interactive Book รายวิชาวิทยาศาสตร์ เรื่อง ระบบสุริยะ มีความพึงพอใจต่อการจัดการ
เรียนรู้อยู่ในระดับมากที่สุด