การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาคนและประเทศชาติให้ก้าวทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกในศตวรรษที่ 21 โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ได้กำหนดให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นมนุษย์ที่สมบูรณ์ ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม กระบวนการคิด และทักษะที่จำเป็นในการดำรงชีวิต พร้อมทั้งยึดหลักการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ เพื่อให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มตามศักยภาพ สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่มุ่งส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน โดยเฉพาะความสามารถในการสื่อสาร การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการใช้ทักษะชีวิต ซึ่งล้วนเป็นทักษะพื้นฐานที่จำเป็นต่อการเรียนรู้ และการดำรงชีวิตในสังคมแห่งการเรียนรู้
การทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) เป็นเครื่องมือสำคัญในการประเมินคุณภาพผู้เรียนตามมาตรฐานการศึกษาของชาติ และเป็นข้อมูลสารสนเทศที่สะท้อนคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของสถานศึกษา ในแต่ละปีการศึกษา นับเป็นกลไกสำคัญในการสะท้อนคุณภาพผู้เรียนและประสิทธิผลของการจัดการเรียนการสอน ของสถานศึกษา ทั้งยังเป็นข้อมูลเชิงประจักษ์ที่สามารถนำมาวิเคราะห์ วางแผน และกำหนดแนวทางการพัฒนาการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับมาตรฐานการศึกษาของชาติได้อย่างเป็นรูปธรรม
โรงเรียนบ้านท่าสะแกจึงให้ความสำคัญกับการนำผลการทดสอบ O-NET มาวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อนำไปใช้ ในการวางแผนพัฒนาการจัดการเรียนรู้และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบ O-NET ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนบ้านท่าสะแก ระหว่างปีการศึกษา 25652567 พบว่า รายวิชาภาษาไทยมีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 43.97, 53.83 และ 46.33 คะแนน ตามลำดับ แม้ว่าผลคะแนนจะอยู่ในระดับที่น่าพอใจ แต่ยังมีความผันผวนในแต่ละปี โดยเฉพาะปีการศึกษา 2567 ที่คะแนนเฉลี่ยลดลงจากปีการศึกษา 2566 ถึง 7.50 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนยังมีข้อจำกัดด้าน การอ่านจับใจความ การวิเคราะห์สาร การตีความ และการเชื่อมโยงเหตุผลจากบทอ่าน ซึ่งเป็นสมรรถนะสำคัญ ที่ข้อสอบ O-NET ให้ความสำคัญ
จากการศึกษาสภาพปัญหาและการวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โรงเรียนพบว่า แม้นักเรียนจะมีพื้นฐานด้านการอ่านและการเขียนในระดับที่สามารถใช้สื่อสารได้ แต่ยังมีข้อจำกัดด้านการคิดวิเคราะห์ การตีความ การเชื่อมโยงสาระสำคัญ การสรุปใจความ ตลอดจนการประยุกต์ใช้ความรู้ในการตอบข้อสอบตามแนวทางการวัดและประเมินผลของการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) โดยเฉพาะข้อสอบที่มุ่งวัดสมรรถนะการคิดขั้นสูง (Higher Order Thinking Skills: HOTS) ซึ่งจำเป็นต้องอาศัยทั้งความสามารถด้านภาษา การใช้เหตุผล และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงตรรกะควบคู่กัน
จากการประชุมวิเคราะห์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนร่วมกัน (Professional Learning Community : PLC) ระหว่างครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและกลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ได้ร่วมกันศึกษาข้อสอบ O-NET วิเคราะห์ Test Blueprint รวมถึงการวิเคราะห์ตัวชี้วัดตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) พบว่า ปัญหาสำคัญมิได้เกิดจากการขาดความรู้เพียงอย่างเดียว หากแต่เกิดจากการขาดกระบวนการคิดอย่างเป็นระบบ การวิเคราะห์โจทย์ การเชื่อมโยงข้อมูล และการสื่อสารความคิด อย่างมีเหตุผล ซึ่งเป็นทักษะร่วมที่ทั้งรายวิชาภาษาไทยและรายวิชาคณิตศาสตร์ให้ความสำคัญ
ครูผู้สอนทั้งสองกลุ่มสาระจึงร่วมกันกำหนดแนวทางแก้ไข โดยนำจุดแข็งของการจัดการเรียนรู้รายวิชาคณิตศาสตร์ ซึ่งเน้นกระบวนการคิดอย่างมีเหตุผล การวิเคราะห์โจทย์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน มาบูรณาการกับการจัดการเรียนรู้รายวิชาภาษาไทยที่มุ่งพัฒนาทักษะการอ่าน การตีความ และการสรุปสาระสำคัญ เพื่อสร้างรูปแบบการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้เรียนสามารถคิด วิเคราะห์ และอธิบายเหตุผลได้อย่างเป็นระบบ
จากการวิเคราะห์ร่วมกันดังกล่าว โรงเรียนจึงได้พัฒนานวัตกรรม TM-SMART Model เพื่อใช้เป็นกลไก ในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน O-NET รายวิชาภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 โดยอาศัยความร่วมมือระหว่างครูกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยและคณิตศาสตร์ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง