ชื่อ นางสาวธัญญ์นรี สิริศุภพรชัย
ตำแหน่ง ศึกษานิเทศก์ชำนาญการพิเศษ
สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท
บทคัดย่อ
การดำเนินงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการนิเทศการศึกษา โดยใช้กระบวนการ PCARE Model มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาครูผู้สอนให้สามารถออกแบบการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่บูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลและปัญญาประดิษฐ์ (AI) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตลอดจนยกระดับระบบนิเทศภายในสถานศึกษาให้เข้มแข็ง เป็นระบบ และนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างยั่งยืน กลุ่มเป้าหมายในการดำเนินงาน ได้แก่ ครูผู้สอน ผู้เรียน และสถานศึกษาในโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาอุทัยธานี ชัยนาท จำนวน 16 แห่ง โดยใช้กระบวนการนิเทศที่เน้นการวางแผนร่วมกัน การชี้แนะ การปฏิบัติจริง การสะท้อนผล และการพัฒนาอย่างต่อเนื่องผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
ผลการดำเนินงานพบว่า ครูผู้สอนมีทัศนคติเชิงบวกต่อการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สร้างสรรค์สื่อ นวัตกรรม แบบทดสอบ และรูบริกส์ประเมินผลที่สอดคล้องกับบริบทของผู้เรียนได้อย่างมีคุณภาพ ครูสามารถใช้ AI เป็นผู้ช่วยในการวางแผนการสอน ลดภาระงานประจำ และเพิ่มเวลาในการดูแลช่วยเหลือผู้เรียนได้มากขึ้น อีกทั้งเกิดวัฒนธรรมการทำงานร่วมกันผ่าน PLC และเครือข่ายครูผู้นำด้านเทคโนโลยีในระดับสถานศึกษาและเขตพื้นที่การศึกษา ในเชิงปริมาณ พบว่า ครูผู้สอนกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 100 ได้รับการนิเทศ ชี้แนะ และเข้าร่วม PLC ครบถ้วนตามแผน ร้อยละ 85 สามารถออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการ AI ได้ในระดับคุณภาพดีเยี่ยม และร้อยละ 90 สามารถสร้างสรรค์สื่อหรือนวัตกรรมการเรียนรู้ที่ขับเคลื่อนด้วย AI รวมจำนวน 73 รายการ โดยมีความพึงพอใจต่อกระบวนการนิเทศอยู่ในระดับมากที่สุด
ผลที่เกิดกับสถานศึกษาพบว่า สถานศึกษากลุ่มเป้าหมายสามารถพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม มีระบบนิเทศภายในที่ชัดเจน เข้มแข็ง และประเมินผลได้จริง เกิดคลังสื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้ที่พร้อมเผยแพร่และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในระดับเขตพื้นที่การศึกษา รวมทั้งมีชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ที่ดำเนินการอย่างต่อเนื่องไม่น้อยกว่า 2 กลุ่ม นอกจากนี้ ผู้เรียนได้รับการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่บูรณาการ AI ร้อยละ 100 มีส่วนร่วมในการเรียนรู้มากขึ้น มีความกระตือรือร้น สามารถพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา ความเข้าใจดิจิทัล และการรู้เท่าทัน AI โดยร้อยละ 80 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนผ่านเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด และร้อยละ 85 มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน โดยเฉพาะความสามารถในการคิดและความสามารถในการใช้เทคโนโลยี อยู่ในระดับดีขึ้นไป
โดยสรุป การนิเทศการศึกษาด้วยกระบวนการ PCARE Model เป็นแนวทางปฏิบัติที่สามารถส่งเสริมสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วยเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI ได้อย่างเป็นรูปธรรม ส่งผลต่อการพัฒนาคุณภาพครู ผู้เรียน และสถานศึกษาอย่างครอบคลุม ทั้งด้านความรู้ ทักษะ เจตคติ นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ และระบบนิเทศภายในสถานศึกษา อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาให้สอดคล้องกับเป้าหมายของโครงการ 1 อำเภอ 1 โรงเรียนคุณภาพ และการพัฒนาผู้เรียนให้เป็นพลเมืองดิจิทัลที่มีคุณภาพในศตวรรษที่ 21
คำสำคัญ: วิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ, การนิเทศการศึกษา, PCARE Model, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, ปัญญาประดิษฐ์