บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการ
จำเป็นของการบริหารสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึง
ประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้เครือข่ายความร่วมมือ โรงเรียนบ้านขจัดภัย 2) พัฒนารูปแบบการบริหาร
สถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้
เครือข่ายความร่วมมือ โรงเรียนบ้านขจัดภัย และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสีขาว
ปลอดยาเสพติดและอบายมุขเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้เครือข่ายความ
ร่วมมือ โรงเรียนบ้านขจัดภัย การวิจัยนี้ใช้วิธีวิจัยเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and
Development : R&D) กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครอง และ
สมาชิกเครือข่ายความร่วมมือโรงเรียนบ้านขจัดภัย เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ประกอบด้วย
แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์ และแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าความถี่
ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็น (PNImodified)
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลจากการศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและ
อบายมุขเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้เครือข่ายความร่วมมือ โรงเรียนบ้านขจัด
ภัย ทั้งด้านองค์ประกอบของเครือข่ายและกระบวนการทำงานของเครือข่าย โดยภาพรวมอยู่ในระดับ
มาก สภาพที่พึ งประสงค์โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นด้านองค์ประกอบ
ของเครือข่ายโดยรวมมีค่าเท่ากับ 0.30 โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การมีกิจกรรมที่ทำ
ร่วมกัน และค่าดัชนีความต้องการจำเป็นด้านกระบวนการทำงานของเครือข่ายโดยรวมมีค่าเท่ากับ 0.30
โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ การติดตามและประเมินผล สภาพปัจจุบันของการดำเนินงาน
สถานศึกษาสีขาวโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าดัชนี
ความต้องการจำเป็นโดยรวมเท่ากับ 0.31 โดยด้านที่มีความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านการรักษา และ
สภาพปัจจุบันของการพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก
สภาพที่พึงประสงค์อยู่ในระดับมากที่สุด ค่าดัชนีความต้องการจำเป็นโดยรวมเท่ากับ 0.20 โดยด้านที่มี
ความต้องการจำเป็นสูงสุด คือ ด้านอยู่อย่างพอเพียง
2. ผลการพัฒนารูปแบบการบริหารสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขเพื่อพัฒนา
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยใช้เครือข่ายความร่วมมือ โรงเรียนบ้านขจัดภัย มีชื่อว่า SHIELD
Model ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 ส่วน ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 5 ประการ คือ หลักการมีส่วน
ร่วม หลักการทำงานเป็นทีม หลักการความสามารถของผู้นำแบบเอื้ออำนาจ หลักการสื่อสารอย่างมี
ประสิทธิภาพ และหลักการยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3 ประการ 3) วิธีการ
ดำเนินงานที่บูรณาการการบริหารสถานศึกษาสีขาว 6 ด้าน ได้แก่ การบริหารจัดการ (S : Systematic
Administration) การป้องกัน (H : Hazard Prevention) การค้นหาและคัดกรอง (I : Identification
and Screening) การให้คำปรึกษา (E : Empathetic Counseling) 5) การรักษาและบำบัดฟื้นฟู (L :
Life Treatment and Rehabilitation) และการเฝ้าระวัง (D : Detection Surveillance เข้ากับ
กระบวนการสร้างเครือข่ายความร่วมมือ 6 ขั้นตอน ได้แก่ การตระหนักและกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน
การประสานหน่วยงาน การสร้างพันธสัญญา การบริหารจัดการเครือข่ายการพัฒนาและรักษา
ความสัมพันธ์ และการติดตามและประเมินผล 4) การวัดและประเมินผลครอบคลุม 113 ตัวบ่งชี้ และ5)
เงื่อนไขความสำเร็จ 5 ประการ
3. ผลการใช้รูปแบบ SHIELD Model พบว่า ผลการดำเนินงานของสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่
ในระดับมากที่สุด (μ = 4.73) ผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนโดยภาพรวมอยู่ใน
ระดับมากที่สุด (μ = 4.71) ความพึงพอใจของครูและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโดยภาพ
รวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.79) ความพึงพอใจของผู้ปกครองที่มีต่อคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผู้เรียนโดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.78) ผลการประเมินความเป็นประโยชน์โดยภาพรวมอยู่
ในระดับมากที่สุด (μ = 4.91) และผลการประเมินความเป็นไปได้โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
(μ = 4.90) แสดงให้เห็นว่ารูปแบบ SHIELD Model มีประสิทธิภาพสูง สามารถนำไปใช้เป็นแนว
ทางการบริหารสถานศึกษาสีขาวปลอดยาเสพติดและอบายมุขเพื่อพัฒนาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ทั้ง 8
ด้านของผู้เรียน โรงเรียนบ้านขจัดภัย ได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืน
คำสำคัญ : รูปแบบการบริหารสถานศึกษาสีขาว, ยาเสพติดและอบายมุข, คุณลักษณะอันพึงประสงค์ของ
ผู้เรียน, เครือข่ายความร่วมมือ, SHIELD Model