ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


Advertisement

ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมความรู้ทั่วไป  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน


ความรู้ทั่วไป 10 ส.ค. 2558 เวลา 06:05 น.

24,828

views
Advertisement

กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เร่งรวมข้อมูลทำเว็บไซต์ สูตรสมุนไพรปลอดภัย ชี้ "มะรุม" กินดิบตับพัง

อธิบดีกรมการแพทย์ เตือนหลงเชื่อกินสมุนไพรบางตัวจนไม่กินยาแผนปัจจุบัน พบว่าส่วนใหญ่อาการทรุดหนัก ด้านแพทย์แผนไทยฯ เร่งรวมสูตรรักษาโรคด้วยสมุนไพร กำลังเร่งรวมข้อมูลทำเว็บไซต์ สูตรสมุนไพรปลอดภัย ชี้ "มะรุม" กินดิบตับพัง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร แนะนำว่ามะรุมสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ เพียงแต่ต้องรับประทานเป็นอาหารจะดีที่สุด ว่า เห็นด้วย เพราะในแง่การป้องกัน การรับประทานมะรุมด้วยการปรุงเป็นอาหารน่าจะดีที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทยพบว่า คนไทยใช้มะรุมประกอบเป็นเมนูอาหารรับประทานภายในครัวเรือนมานาน

"ในการนำมาประกอบอาหารนั้นไม่ก่ออันตรายใดๆ แต่หากกินดิบๆ จะได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ขณะเดียวกันก็จะได้รับสารพิษในตัวมะรุมด้วย เพราะมะรุม ดิบๆ จะมีสารพิษที่ทำลายตับ และทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ดังนั้นไม่ควรกินดิบๆ แต่หากนำไปผ่านความร้อนจะทำให้พิษสลายได้ จึงแนะนำให้ปรุงเป็นอาหารดีกว่า ส่วนที่นำมะรุมมาบรรจุเป็นแคปซูล โดยการนำใบหรือเม็ดมาบดอัดเม็ดนั้น ก็เป็นมะรุมดิบเช่นกัน หากกินก็ต้องระมัดระวังด้วย" นพ.ธวัชชัยกล่าว

นพ.ธวัชชัยยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการศึกษาพบว่า ค่าปริมาณเข้มข้นในการกำจัดเซลล์มะเร็งของมะรุมจะสามารถกำจัดได้ถึงร้อยละ 50 หรือที่เรียกว่าค่า IT 50 (ไอทีฟิฟตี้) โดยการกิน หากเป็นใบต้องได้ปริมาณ 150 ไมโครกรัมต่อซีซี แต่หากเป็นเม็ดหรือฝักมะรุมต้องได้ปริมาณ 200 ไมโครกรัมต่อซีซี แต่หากไม่ระวังก็อาจทำลายเซลล์ปกติได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์แผนไทยจะให้กินในความเข้มข้นน้อยมาก เพียง 10 ไมโครกรัมต่อซีซี ซึ่งการดูปริมาณค่อนข้างลำบาก ดังนั้น ในแง่ป้องกันควรรับประทานด้วยการปรุงเป็นอาหารจะดีที่สุด

นพ.ธวัชชัยกล่าวอีกว่า ที่สำคัญการรับประทานสารสกัดจำพวกนี้ หากรับประทานมากๆ และต่อเนื่อง ในระยะยาวอาจก่อพิษได้ ดังนั้น ในคนที่ป่วยหากจะรับประทานก็ต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน อย่าทิ้งยาแผนปัจจุบัน อย่าทิ้งการรักษาเด็ดขาด และจะต้องตรวจค่าเลือดค่าตับด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการส่งข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าน้ำผึ้งเป็นอาหารชั้นเลิศไม่มีเสีย ไม่มีบูด และนำมาผสมกับอบเชยจะเป็นยาอายุวัฒนะ นพ.ธวัชชัยกล่าวว่า หากเป็นน้ำผึ้งแท้จะไม่เสีย ไม่บูด เนื่องจากน้ำผึ้งไม่มีส่วนประกอบของน้ำ แต่เป็นน้ำผึ้งล้วนๆ แต่หากเป็นน้ำผึ้งผสมย่อมบูดเสียได้ง่าย ส่วนที่ว่าจะเป็นยาอายุวัฒนะหรือไม่นั้น ขณะนี้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯกำลังจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่แค่สมุนไพรที่รักษาโรค แต่มีสมุนไพรหรือพืช ผัก อาหารชนิดใดที่เป็นยาอายุวัฒนะด้วย โดยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลทั้งจากหมอพื้นบ้าน หมอแผนไทย และข้อมูลจากการแชร์ไลน์ต่างๆ เพื่อให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริง คาดว่าจะทำเป็นเว็บไซต์ที่ประชาชนเข้าถึงง่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเปิดตัวได้ปลายปีนี้หรือต้นปี 2559

ด้าน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการแชร์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ต่างๆ ที่เห็นชัดคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับประทานยา ทั้งยาเบาหวาน ยาความดันโลหิตสูง ยาโรคหัวใจ แต่เมื่อพบข้อมูลที่ระบุว่าสมุนไพรหรือยาบางตัวปรุงขึ้นมาและรักษาโรคได้ก็หลงเชื่อ และไม่กินยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่ง เมื่อไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ พบว่าส่วนใหญ่อาการทรุดหนัก เพราะไม่รับประทานยาแผนปัจจุบันต่อเนื่อง เมื่อไม่รับประทานก็จะทำให้น้ำตาลสูงขึ้น ความดันสูงขึ้น ควบคุมไม่ได้ สุดท้ายส่งผลต่อหัวใจ

"การที่ผู้ป่วยคนใดคนหนึ่งกินสมุนไพรเข้าไปแล้วรู้สึกดีขึ้น อาจเป็นเพราะเชื่อในข้อมูลจนทำให้มีกำลังใจดี ประกอบกับหากรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือรสเปรี้ยว ยิ่งทำให้รู้สึกอยากอาหาร และรู้สึกสดชื่น จึงยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าเดินไปถูกทาง แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะเป็นแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น ในระยะยาวโรคจะกลับมา ยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน หากหยุดยาที่แพทย์สั่งจะยิ่งทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และหัวใจทำงานไม่ปกติ จึงแนะนำกรณีประชาชนที่ต้องการรับประทานยาสมุนไพรหรือพืชสมุนไพรต่างๆ ว่า หากมีโรคประจำตัวไม่ควรหยุดยาแผนปัจจุบัน ควรรับประทานต่อไป ไม่ควรงด แต่จะรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินเพิ่มเติมนั้นก็ย่อมทำได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะในผู้ป่วยบางกลุ่มแพทย์จะไม่แนะนำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานหวานมากเกินไป หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงก็ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันสูงเกินไป ทางที่ดีคือ ลดหวาน มัน เค็ม ส่วนความเชื่อเรื่องน้ำผึ้งซึ่งมีความหวานอยู่ในตัว คนที่เป็นเบาหวานไม่ควรรับประทาน และคนที่ลดความอ้วนหรือมีภาวะอ้วนอยู่แล้วก็ไม่ควรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงที่รับประทานยาเบาหวาน น้ำตาลในเลือดจะต่ำ และเมื่อรับประทานน้ำผึ้งจะทำให้รู้สึกสดชื่น รู้สึกดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ" นพ.สุพรรณกล่าว และว่า ขณะนี้กรมการแพทย์ได้จัดทำคู่มือกระจายให้กับโรงพยาบาลทุกระดับ โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้บุคลากรแนะนำประชาชนในการป้องกันโรค ปรับพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม เพราะเชื่อว่าป้องกันย่อมดีกว่ารักษา
 

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

 


กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทานกินมะรุมยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้แต่กินดิบระวังตับพังแนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

เหงื่อบอกโรค

เหงื่อบอกโรค


เปิดอ่าน 13,025 ครั้ง
เสมาการ์ตูน

เสมาการ์ตูน


เปิดอ่าน 17,665 ครั้ง
"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?

"ส้มตำ" มีมานานหรือยัง?


เปิดอ่าน 11,976 ครั้ง
เลี้ยงปลามงคลเสริมโชคลาภ

เลี้ยงปลามงคลเสริมโชคลาภ


เปิดอ่าน 25,061 ครั้ง
ตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิด

ตัดวงจรเครียด...ก่อนระเบิด


เปิดอ่าน 12,282 ครั้ง
บุหรี่ "ไม่สูบ" ไม่ได้เหรอ?

บุหรี่ "ไม่สูบ" ไม่ได้เหรอ?


เปิดอ่าน 12,686 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

ข้อเสียของการดื่มน้ำเย็นจัด

เปิดอ่าน 21,205 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
อาหารเพิ่มน้ำหนักลูก
อาหารเพิ่มน้ำหนักลูก
เปิดอ่าน 63,353 ☕ คลิกอ่านเลย

เรื่องของ"เลข 9" ในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009
เรื่องของ"เลข 9" ในวันที่ 9 เดือน 9 ปี 2009
เปิดอ่าน 27,790 ☕ คลิกอ่านเลย

สูตรสำเร็จเพิ่มความฉลาด
สูตรสำเร็จเพิ่มความฉลาด
เปิดอ่าน 11,939 ☕ คลิกอ่านเลย

วิจัยพบการดื่ม "กาแฟ-ชา" อาจลดเสี่ยง "สโตรก-สมองเสื่อม"
วิจัยพบการดื่ม "กาแฟ-ชา" อาจลดเสี่ยง "สโตรก-สมองเสื่อม"
เปิดอ่าน 12,669 ☕ คลิกอ่านเลย

การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์
การเลือกซื้อเครื่องอิงค์เจ็ตพรินเตอร์
เปิดอ่าน 15,531 ☕ คลิกอ่านเลย

1 ธันวา..วันเอดส์โลก
1 ธันวา..วันเอดส์โลก
เปิดอ่าน 14,080 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

สอนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องสอนคืออะไร ไขข้อข้องใจได้ที่นี่
สอนภาษาอังกฤษแบบไม่ต้องสอนคืออะไร ไขข้อข้องใจได้ที่นี่
เปิดอ่าน 9,544 ครั้ง

หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
เปิดอ่าน 9,965 ครั้ง

ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง
ปลูกเมล่อนหน้าแล้ง
เปิดอ่าน 21,741 ครั้ง

วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง
วิธีแก้อาการอ่อนเพลีย หลังเดินทาง
เปิดอ่าน 17,938 ครั้ง

ระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ ของผู้ที่เงินเดือนเต็มขั้น
ระเบียบการจ่ายค่าตอบแทนพิเศษ ของผู้ที่เงินเดือนเต็มขั้น
เปิดอ่าน 57,830 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ