ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน
✎ โพสต์เมื่อวันที่ : 10 ส.ค. 2558 เปิดอ่าน : 10,500 ครั้ง
Advertisement

☰แชร์เรื่องนี้ >  
เพิ่มเพื่อน
กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน

Advertisement

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

เร่งรวมข้อมูลทำเว็บไซต์ สูตรสมุนไพรปลอดภัย ชี้ "มะรุม" กินดิบตับพัง

อธิบดีกรมการแพทย์ เตือนหลงเชื่อกินสมุนไพรบางตัวจนไม่กินยาแผนปัจจุบัน พบว่าส่วนใหญ่อาการทรุดหนัก ด้านแพทย์แผนไทยฯ เร่งรวมสูตรรักษาโรคด้วยสมุนไพร กำลังเร่งรวมข้อมูลทำเว็บไซต์ สูตรสมุนไพรปลอดภัย ชี้ "มะรุม" กินดิบตับพัง

เมื่อวันที่ 8 สิงหาคม นพ.ธวัชชัย กมลธรรม อธิบดีกรมการแพทย์แผนไทยและการแพทย์ทางเลือก กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กล่าวถึงกรณีสถาบันโภชนาการ มหาวิทยาลัยมหิดล และโรงพยาบาล (รพ.) เจ้าพระยาอภัยภูเบศร แนะนำว่ามะรุมสามารถป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ เพียงแต่ต้องรับประทานเป็นอาหารจะดีที่สุด ว่า เห็นด้วย เพราะในแง่การป้องกัน การรับประทานมะรุมด้วยการปรุงเป็นอาหารน่าจะดีที่สุด อย่างไรก็ตาม จากการศึกษาของผู้เชี่ยวชาญการแพทย์แผนไทยพบว่า คนไทยใช้มะรุมประกอบเป็นเมนูอาหารรับประทานภายในครัวเรือนมานาน

"ในการนำมาประกอบอาหารนั้นไม่ก่ออันตรายใดๆ แต่หากกินดิบๆ จะได้รับสารแอนตี้ออกซิแดนท์ (antioxidant) ซึ่งเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในปริมาณสูง ขณะเดียวกันก็จะได้รับสารพิษในตัวมะรุมด้วย เพราะมะรุม ดิบๆ จะมีสารพิษที่ทำลายตับ และทำให้เม็ดเลือดแดงแตกง่าย ดังนั้นไม่ควรกินดิบๆ แต่หากนำไปผ่านความร้อนจะทำให้พิษสลายได้ จึงแนะนำให้ปรุงเป็นอาหารดีกว่า ส่วนที่นำมะรุมมาบรรจุเป็นแคปซูล โดยการนำใบหรือเม็ดมาบดอัดเม็ดนั้น ก็เป็นมะรุมดิบเช่นกัน หากกินก็ต้องระมัดระวังด้วย" นพ.ธวัชชัยกล่าว

นพ.ธวัชชัยยังกล่าวอีกว่า แม้ว่าที่ผ่านมาจะมีการศึกษาพบว่า ค่าปริมาณเข้มข้นในการกำจัดเซลล์มะเร็งของมะรุมจะสามารถกำจัดได้ถึงร้อยละ 50 หรือที่เรียกว่าค่า IT 50 (ไอทีฟิฟตี้) โดยการกิน หากเป็นใบต้องได้ปริมาณ 150 ไมโครกรัมต่อซีซี แต่หากเป็นเม็ดหรือฝักมะรุมต้องได้ปริมาณ 200 ไมโครกรัมต่อซีซี แต่หากไม่ระวังก็อาจทำลายเซลล์ปกติได้เช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในทางการแพทย์แผนไทยจะให้กินในความเข้มข้นน้อยมาก เพียง 10 ไมโครกรัมต่อซีซี ซึ่งการดูปริมาณค่อนข้างลำบาก ดังนั้น ในแง่ป้องกันควรรับประทานด้วยการปรุงเป็นอาหารจะดีที่สุด

นพ.ธวัชชัยกล่าวอีกว่า ที่สำคัญการรับประทานสารสกัดจำพวกนี้ หากรับประทานมากๆ และต่อเนื่อง ในระยะยาวอาจก่อพิษได้ ดังนั้น ในคนที่ป่วยหากจะรับประทานก็ต้องปรึกษาแพทย์แผนปัจจุบัน อย่าทิ้งยาแผนปัจจุบัน อย่าทิ้งการรักษาเด็ดขาด และจะต้องตรวจค่าเลือดค่าตับด้วย

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีมีการส่งข้อความผ่านสื่อสังคมออนไลน์ว่าน้ำผึ้งเป็นอาหารชั้นเลิศไม่มีเสีย ไม่มีบูด และนำมาผสมกับอบเชยจะเป็นยาอายุวัฒนะ นพ.ธวัชชัยกล่าวว่า หากเป็นน้ำผึ้งแท้จะไม่เสีย ไม่บูด เนื่องจากน้ำผึ้งไม่มีส่วนประกอบของน้ำ แต่เป็นน้ำผึ้งล้วนๆ แต่หากเป็นน้ำผึ้งผสมย่อมบูดเสียได้ง่าย ส่วนที่ว่าจะเป็นยาอายุวัฒนะหรือไม่นั้น ขณะนี้กรมพัฒนาการแพทย์แผนไทยฯกำลังจัดทำฐานข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องพวกนี้ ไม่ใช่แค่สมุนไพรที่รักษาโรค แต่มีสมุนไพรหรือพืช ผัก อาหารชนิดใดที่เป็นยาอายุวัฒนะด้วย โดยอยู่ระหว่างรวบรวมข้อมูลทั้งจากหมอพื้นบ้าน หมอแผนไทย และข้อมูลจากการแชร์ไลน์ต่างๆ เพื่อให้สังคมได้ทราบข้อเท็จจริง คาดว่าจะทำเป็นเว็บไซต์ที่ประชาชนเข้าถึงง่าย ขณะนี้อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดว่าจะเปิดตัวได้ปลายปีนี้หรือต้นปี 2559

ด้าน นพ.สุพรรณ ศรีธรรมมา อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า ผลกระทบจากการแชร์ข้อมูลผ่านโลกออนไลน์ต่างๆ ที่เห็นชัดคือ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่รับประทานยา ทั้งยาเบาหวาน ยาความดันโลหิตสูง ยาโรคหัวใจ แต่เมื่อพบข้อมูลที่ระบุว่าสมุนไพรหรือยาบางตัวปรุงขึ้นมาและรักษาโรคได้ก็หลงเชื่อ และไม่กินยาแผนปัจจุบันตามที่แพทย์สั่ง เมื่อไปพบแพทย์เพื่อติดตามอาการ พบว่าส่วนใหญ่อาการทรุดหนัก เพราะไม่รับประทานยาแผนปัจจุบันต่อเนื่อง เมื่อไม่รับประทานก็จะทำให้น้ำตาลสูงขึ้น ความดันสูงขึ้น ควบคุมไม่ได้ สุดท้ายส่งผลต่อหัวใจ

"การที่ผู้ป่วยคนใดคนหนึ่งกินสมุนไพรเข้าไปแล้วรู้สึกดีขึ้น อาจเป็นเพราะเชื่อในข้อมูลจนทำให้มีกำลังใจดี ประกอบกับหากรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลหรือรสเปรี้ยว ยิ่งทำให้รู้สึกอยากอาหาร และรู้สึกสดชื่น จึงยิ่งเพิ่มความมั่นใจว่าเดินไปถูกทาง แต่ความรู้สึกเหล่านี้จะเป็นแค่ช่วงแรกๆ เท่านั้น ในระยะยาวโรคจะกลับมา ยิ่งในกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน หากหยุดยาที่แพทย์สั่งจะยิ่งทำให้น้ำตาลในเลือดสูงขึ้น และหัวใจทำงานไม่ปกติ จึงแนะนำกรณีประชาชนที่ต้องการรับประทานยาสมุนไพรหรือพืชสมุนไพรต่างๆ ว่า หากมีโรคประจำตัวไม่ควรหยุดยาแผนปัจจุบัน ควรรับประทานต่อไป ไม่ควรงด แต่จะรับประทานอาหารเสริมหรือวิตามินเพิ่มเติมนั้นก็ย่อมทำได้ แต่ควรปรึกษาแพทย์ก่อน เพราะในผู้ป่วยบางกลุ่มแพทย์จะไม่แนะนำ เช่น ผู้ป่วยเบาหวาน ไม่ควรรับประทานหวานมากเกินไป หรือผู้ที่มีไขมันในเลือดสูงก็ไม่ควรกินอาหารที่มีไขมันสูงเกินไป ทางที่ดีคือ ลดหวาน มัน เค็ม ส่วนความเชื่อเรื่องน้ำผึ้งซึ่งมีความหวานอยู่ในตัว คนที่เป็นเบาหวานไม่ควรรับประทาน และคนที่ลดความอ้วนหรือมีภาวะอ้วนอยู่แล้วก็ไม่ควรเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ในบางช่วงที่รับประทานยาเบาหวาน น้ำตาลในเลือดจะต่ำ และเมื่อรับประทานน้ำผึ้งจะทำให้รู้สึกสดชื่น รู้สึกดีขึ้น ซึ่งเป็นเรื่องปกติ" นพ.สุพรรณกล่าว และว่า ขณะนี้กรมการแพทย์ได้จัดทำคู่มือกระจายให้กับโรงพยาบาลทุกระดับ โดยเฉพาะโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบล (รพ.สต.) เพื่อให้บุคลากรแนะนำประชาชนในการป้องกันโรค ปรับพฤติกรรมการบริโภคที่เหมาะสม เพราะเชื่อว่าป้องกันย่อมดีกว่ารักษา
 

ขอบคุณข้อมูลจาก หนังสือพิมพ์มติชน วันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2558

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> กิน "มะรุม" ยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้ แต่กินดิบระวังตับพัง แนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน กินมะรุมยับยั้งมะเร็งแพร่ลำไส้ใหญ่ได้แต่กินดิบระวังตับพังแนะนำให้ปรุงสุกก่อนรับประทาน << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ฟีฟ่า จับมือ กูเกิล เปิดเว็บเอาใจคอบอล

ฟีฟ่า จับมือ กูเกิล เปิดเว็บเอาใจคอบอล
เปิดอ่าน 6,784 ครั้ง
ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...

ผักที่มีรูจากแมลงใช่ว่าจะปลอดภัยเสมอไป...
เปิดอ่าน 9,299 ครั้ง
ผลไม้ล้างพิษ

ผลไม้ล้างพิษ
เปิดอ่าน 10,717 ครั้ง
เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่ม

เคล็ดลับเพื่อริมฝีปากเนียนนุ่ม
เปิดอ่าน 9,023 ครั้ง
ฮวงจุ้ยที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่แล้วรวย

ฮวงจุ้ยที่ดินรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าอยู่แล้วรวย
เปิดอ่าน 12,538 ครั้ง
ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง

ขจัดไขมันบนพุงด้วยการแขม่วท้อง
เปิดอ่าน 15,779 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เปิดอ่าน 8,173 ☕ คลิกอ่านเลย
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข
8 ข้อปฏิบัติอยู่อย่างเป็นสุข

เปิดอ่าน 7,455 ☕ คลิกอ่านเลย
10 ความเข้าใจผิดๆ กับเรื่องอาหาร
10 ความเข้าใจผิดๆ กับเรื่องอาหาร

เปิดอ่าน 9,265 ☕ คลิกอ่านเลย
วิธีใช้น้ำในห้องน้ำอย่างประหยัด
วิธีใช้น้ำในห้องน้ำอย่างประหยัด

เปิดอ่าน 7,683 ☕ คลิกอ่านเลย
1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก
1 มิถุนายน วันดื่มนมโลก

เปิดอ่าน 10,710 ☕ คลิกอ่านเลย
ฟังเพลงถูกใจเหมือนร่างกายได้ออกกำลังกาย
ฟังเพลงถูกใจเหมือนร่างกายได้ออกกำลังกาย

เปิดอ่าน 11,440 ☕ คลิกอ่านเลย
10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่
10 ทริคเพื่อสุขภาพประจำวัน รู้ไว้ได้ใช้แน่

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 14,996 ครั้ง
ฮือฮา เปิดภาพลับ"สตีฟ จ็อบส์"คิดค้น"ไอแพด"ได้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน
ฮือฮา เปิดภาพลับ"สตีฟ จ็อบส์"คิดค้น"ไอแพด"ได้ตั้งแต่เมื่อ 20 ปีก่อน

เปิดอ่าน 23,199 ครั้ง
หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลของเอกชน ว 333
หลักเกณฑ์การเบิกจ่ายเงินค่ารักษาพยาบาลกรณีเจ็บป่วยฉุกเฉินในสถานพยาบาลของเอกชน ว 333

เปิดอ่าน 14,439 ครั้ง
เรื่องน่ารู้ของ "ขิงป่า"
เรื่องน่ารู้ของ "ขิงป่า"

เปิดอ่าน 20,084 ครั้ง
มาตรฐานของ e-learning
มาตรฐานของ e-learning

เปิดอ่าน 5,740 ครั้ง
กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ
กว่าจะมาเป็น "ไอโฟน" จุดกำเนิดและความบังเอิญ

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com

แนวข้อสอบท้องถิ่น
แนวข้อสอบ กพ


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ