ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้พัฒนา นางณัฐกฤตา พลราชม

ปีการศึกษา 2568

บทคัดย่อ

การพัฒนาครั้งนี้ มีจุดประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการจำเป็นในการพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) ประเมินผลรูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการพัฒนา ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาลพลประชานุกูล ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2568 จำนวน 26 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) การดำเนินการพัฒนาแบ่งออกเป็น 4 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาและวิเคราะห์ข้อมูลพื้นฐาน ระยะที่ 2 ออกแบบและพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism เพื่อส่งเสริมการอ่านภาษาอังกฤษเพื่อความเข้าใจและการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ระยะที่ 3 ทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และระยะที่ 4 ประเมินและปรับปรุงรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เครื่องมือที่ใช้ในการพัฒนา ประกอบด้วย 1) แผนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น (APPLE Model) ตามแนวคิด Constructionism จำนวน 12 แผนการจัดการเรียนรู้ ครอบคลุม 6 เรื่อง 2) แบบทดสอบวัดทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษ แบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 30 ข้อ 3) แบบฝึกทักษะและแบบทดสอบระหว่างเรียน 4) แบบประเมินคุณภาพชิ้นงานของนักเรียนโดยใช้เกณฑ์การประเมินแบบรูบริก (Rubric) และ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียน การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย (x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) การหาค่าประสิทธิภาพของกระบวนการและผลลัพธ์ (E1/E2) และการทดสอบค่าทีสำหรับกลุ่มตัวอย่างที่สัมพันธ์กัน (Dependent Samples t-test)

ผลการพัฒนา พบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความจำเป็น พบว่า นักเรียนมีทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาในการจับใจความสำคัญ การตีความ และการเชื่อมโยงข้อมูลจากบทอ่าน ขณะที่การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมยังไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมและครูผู้สอนมีความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม การลงมือปฏิบัติ และการสร้างชิ้นงานเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจ

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism (APPLE Model) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ APPLE Model ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 Activate (กระตุ้นความสนใจ) ขั้นที่ 2 Present (นำเสนอความรู้) ขั้นที่ 3 Practice (ฝึกปฏิบัติ) ขั้นที่ 4 Link (เชื่อมโยงความรู้สู่การวางแผนสร้างสรรค์ชิ้นงาน) และขั้นที่ 5 Evaluate (ประเมินผลและสะท้อนการเรียนรู้) 4) การวัดและประเมินผล และ 5) เงื่อนไขและปัจจัยความสำเร็จของการนำรูปแบบไปใช้

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า

3.1 รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.84/85.26

3.2 นักเรียนมีทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3 คุณภาพของชิ้นงานของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับ ดี สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะภาษาอังกฤษในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเหมาะสม

3.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄ = 4.63, S.D. = 0.48)

4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ APPLE Model ตามแนวคิด Constructionism ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด

โดยสรุป รูปแบบการจัดการเรียนรู้ APPLE Model ตามแนวคิด Constructionism สามารถพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติ การเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างชิ้นงาน อันนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษ ที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ผลการพัฒนา พบว่า

1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความจำเป็น พบว่า นักเรียนมีทักษะ การอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษอยู่ในระดับปานกลาง โดยมีปัญหาในการจับใจความสำคัญ การตีความ และการเชื่อมโยงข้อมูลจากบทอ่าน ขณะที่การจัดการเรียนรู้ในรูปแบบเดิมยังไม่เอื้อต่อการมีส่วนร่วมและครูผู้สอนมีความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่เน้นการมีส่วนร่วม การลงมือปฏิบัติ และการสร้างชิ้นงานเพื่อส่งเสริมการอ่านเพื่อความเข้าใจ

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น คือ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิด Constructionism (APPLE Model) ซึ่งประกอบด้วยองค์ประกอบสำคัญ 5 ประการ ได้แก่ 1) หลักการของรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ตามรูปแบบ APPLE Model ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 Activate (กระตุ้นความสนใจ) ขั้นที่ 2 Present (นำเสนอความรู้) ขั้นที่ 3 Practice (ฝึกปฏิบัติ) ขั้นที่ 4 Link (เชื่อมโยงความรู้สู่การวางแผนสร้างสรรค์ชิ้นงาน) และขั้นที่ 5 Evaluate (ประเมินผลและสะท้อนการเรียนรู้) 4) การวัดและประเมินผล และ 5) เงื่อนไขและปัจจัยความสำเร็จของการนำรูปแบบไปใช้

3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า

3.1 รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพเท่ากับ 79.84/85.26

3.2 นักเรียนมีทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษหลังเรียนสูงกว่า ก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3.3 คุณภาพของชิ้นงานของนักเรียนโดยรวมอยู่ในระดับ ดี สะท้อนให้เห็นถึงความสามารถในการประยุกต์ใช้ความรู้และทักษะภาษาอังกฤษในการสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเหมาะสม

3.4 นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด (x̄ = 4.63, S.D. = 0.48)

4. ผลการประเมินรูปแบบการจัดการเรียนรู้ พบว่า รูปแบบการจัดการเรียนรู้ APPLE Model ตามแนวคิด Constructionism ที่พัฒนาขึ้น มีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ในการนำไปใช้โดยรวมอยู่ในระดับ มากที่สุด

โดยสรุป รูปแบบการจัดการเรียนรู้ APPLE Model ตามแนวคิด Constructionism สามารถพัฒนาทักษะการอ่านเพื่อความเข้าใจภาษาอังกฤษและการสร้างสรรค์ชิ้นงานของนักเรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ส่งเสริมให้ผู้เรียนสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเองผ่านการลงมือปฏิบัติ การเชื่อมโยงความรู้ และการสร้างชิ้นงาน อันนำไปสู่การพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการเรียนรู้ที่จำเป็นในศตวรรษ ที่ 21 ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

โพสต์โดย เล็ก : [1 ก.ค. 2569 (20:26 น.)]
อ่าน [488] ไอพี : 1.47.79.9
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 18,521 ครั้ง
มะขามป้อม
มะขามป้อม

เปิดอ่าน 31,463 ครั้ง
หลัก 10 ประการ ช่วยให้นอนหลับ
หลัก 10 ประการ ช่วยให้นอนหลับ

เปิดอ่าน 23,819 ครั้ง
เกมส์ทําอาหาร
เกมส์ทําอาหาร

เปิดอ่าน 1,328 ครั้ง
บริการรับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ดีต่อธุรกิจอย่างไร
บริการรับทำเว็บไซต์ติดหน้าแรก Google ดีต่อธุรกิจอย่างไร

เปิดอ่าน 12,545 ครั้ง
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน
"เดอะ เกรท ไฟร์วอลล์" กรณีศึกษา "อินเทอร์เน็ต เกตเวย์" จากจีน

เปิดอ่าน 13,290 ครั้ง
"ราชบัณฑิตฯ" แจงชื่อเมืองหลวงใหม่ ใช้ได้ทั้ง Krung Thep Maha Nakhon และ Bangkok
"ราชบัณฑิตฯ" แจงชื่อเมืองหลวงใหม่ ใช้ได้ทั้ง Krung Thep Maha Nakhon และ Bangkok

เปิดอ่าน 27,346 ครั้ง
การศึกษาที่กำลังจะกลายเป็นโรงงานผลิตใบปริญญา
การศึกษาที่กำลังจะกลายเป็นโรงงานผลิตใบปริญญา

เปิดอ่าน 3,299 ครั้ง
ENNXO ตลาดซื้อขายแมวออนไลน์ใช้ฟรีสร้างรายได้ให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตได้ไวขึ้น
ENNXO ตลาดซื้อขายแมวออนไลน์ใช้ฟรีสร้างรายได้ให้ธุรกิจสัตว์เลี้ยงเติบโตได้ไวขึ้น

เปิดอ่าน 16,702 ครั้ง
องค์ประกอบ ของความสำเร็จ
องค์ประกอบ ของความสำเร็จ

เปิดอ่าน 1,241 ครั้ง
รวมเทคนิคจัดระเบียบบ้านด้วยตู้ลิ้นชักแบบมืออาชีพ
รวมเทคนิคจัดระเบียบบ้านด้วยตู้ลิ้นชักแบบมืออาชีพ

เปิดอ่าน 85,711 ครั้ง
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์
ขั้นตอนวิธีการจุดธูปบูชาสิ่งศักดิ์สิทธิ์

เปิดอ่าน 11,565 ครั้ง
กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?
กระแสแอนตี้ "เด็กแสบ"...ผู้ใหญ่ใจร้ายหรือพ่อแม่รังแกฉัน?

เปิดอ่าน 5,233 ครั้ง
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"

เปิดอ่าน 4,230 ครั้ง
ยางนา
ยางนา

เปิดอ่าน 47,974 ครั้ง
Adjectives - Determiners
Adjectives - Determiners

เปิดอ่าน 15,443 ครั้ง
การศึกษาไทยภายใต้รัฐบาล คสช. 3 ปี ที่วังเวงและเคว้งคว้าง
การศึกษาไทยภายใต้รัฐบาล คสช. 3 ปี ที่วังเวงและเคว้งคว้าง
เปิดอ่าน 18,400 ครั้ง
Download "ส.ค.ส."พระราชทาน ให้กำลังใจพสกนิกร "ตั้งอยู่ในความเพียร"
Download "ส.ค.ส."พระราชทาน ให้กำลังใจพสกนิกร "ตั้งอยู่ในความเพียร"
เปิดอ่าน 17,175 ครั้ง
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน
เคล็ดลับ!! เติมพลังใจคนวัยทำงาน
เปิดอ่าน 6,090 ครั้ง
ไฟฟ้ามาจากไหน ใช้อะไรในการผลิต
ไฟฟ้ามาจากไหน ใช้อะไรในการผลิต
เปิดอ่าน 13,986 ครั้ง
ภัยเงียบของเด็กไทย
ภัยเงียบของเด็กไทย

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ