ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้าง
ภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128
ผู้วิจัย นายซากี สะมะแอ
ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์ ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการ
ในการใช้รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครู
ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128
2) เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครู
ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128
3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำ
ครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128
และ 4) เพื่อประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 กำหนดวิธีดำเนินการวิจัย 4 ขั้นตอน ดังนี้ ขั้นตอนที่ 1
ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการของครู ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ 1) ผู้ทรงคุณวุฒิใน
การสัมภาษณ์ จำนวน 5 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง 2) ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง
มิตรภาพที่ 128 ปีการศึกษา 2566 จำนวน 28 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ใน
การวิจัย ได้แก่ 1) แบบวิเคราะห์เอกสาร 2) แบบสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ และ3) แบบบันทึก
การสนทนากลุ่ม ขั้นตอนที่ 2 การพัฒนารูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญในการสัมมนาอิง
ผู้เชี่ยวชาญ (Connoisseurship) จำนวน 7 คน ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย
ได้แก่ 1) แบบบันทึกการสัมมนา อิงผู้เชี่ยวชาญ 2) แบบประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้
ของรูปแบบ และ3) แบบประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้รูปแบบ ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้
รูปแบบ กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 ปีการศึกษา 2567
จำนวน 28 คน ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) รูปแบบการบริหาร
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)ฯ 2) คู่มือการใช้รูปแบบฯ 3) แบบประเมินภาวะผู้นำครู
ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 4) แบบประเมินทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก 5) แบบประเมิน
ข
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านความสามารถในการคิดและแหล่งข้อมูลโดยวิเคราะห์ข้อมูล
จากเอกสารสารสนเทศของสถานศึกษา ในปีการศึกษา 25662567 และขั้นตอนที่ 4 การประเมิน
ประสิทธิผลของรูปแบบ ผู้ให้ข้อมูล ได้แก่ ครูผู้สอนโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128
ปีการศึกษา 2567 จำนวน 28 คน ได้มาโดยเลือกแบบเจาะจง เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่
1) แบบประเมินมาตรฐาน 4 ด้าน เกี่ยวกับความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและ
ความถูกต้อง และ 2) แบบประเมินความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูล วิเคราะห์โดยหาค่าร้อยละ
ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis)
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัญหา และความต้องการในการใช้รูปแบบการบริหาร
ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 รายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
1.1 ข้อมูลพื้นฐานเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนด้วยวิธีการศึกษา
เอกสารและงานวิจัยที่เกี่ยวข้อง การสัมภาษณ์ และการสนทนากลุ่ม มีดังนี้ 1) แนวคิดเกี่ยวกับรูปแบบ
และการพัฒนารูปแบบ ประกอบด้วยองค์ประกอบของรูปแบบ การพัฒนารูปแบบ และการประเมิน
หรือการตรวจสอบรูปแบบ 2) แนวคิดเกี่ยวกับชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประกอบด้วย
ลักษณะของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ กระบวนการเรียนรู้ของชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
บทบาทของผู้บริหารโรงเรียนในการเสริมสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ 3) แนวคิดเกี่ยวกับ
ภาวะผู้นำครู ประกอบด้วย ความสำคัญของภาวะผู้นำครูและภาวะผู้นำทางวิชาการของครู
องค์ประกอบภาวะผู้นำครู 4) แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ประกอบด้วย องค์ประกอบ
ของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ลักษณะสำคัญของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก บทบาทของครูในการจัด
การเรียนรู้เชิงรุกและ 5) แนวคิดเกี่ยวกับกับคุณภาพผู้เรียน ประกอบด้วย ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน
และสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านความสามารถในการคิด
1.2 สภาพปัญหาการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้าง
ภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง
มิตรภาพที่ 128 พบว่า การทำงานของครูยังมีลักษณะต่างคนต่างทำ ขาดการทำงานเป็นทีม
และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ร่วมกัน การดำเนินงานชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
ขาดความต่อเนื่องและเน้นการจัดทำเอกสารมากกว่าการแลกเปลี่ยนเรียนรู้เพื่อแก้ปัญหาผู้เรียน
อย่างแท้จริง ครูบางส่วนยังขาดความมั่นใจในการแสดงบทบาทผู้นำด้านนวัตกรรมการสอนและ
การจัดการเรียนรู้เชิงรุกยังไม่ครอบคลุมทักษะการคิดขั้นสูง
ค
1.3 ความต้องการของครูในการใช้รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 พบว่า ครูมีความต้องการสร้างบรรยากาศแห่งการเรียนรู้ร่วมกัน
ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อลดความโดดเดี่ยวในการปฏิบัติงานและส่งเสริม
การทำงานแบบมีส่วนร่วม (Collaboration) โดยมุ่งพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่สามารถ
ประยุกต์ใช้ได้จริงในห้องเรียน ควบคู่กับการพัฒนาสื่อและวิธีการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ
เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง เช่น กิจกรรมโครงงานอาชีพและทักษะชีวิต เพื่อพัฒนา
ศักยภาพรายบุคคล อันส่งผลให้สามารถยกระดับคุณภาพผู้เรียนให้บรรลุตามเป้าหมายของสถานศึกษา
2. ผลการพัฒ นารูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้าน
บูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 รายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
2.1 รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำ
ครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่
128 ที่พัฒนาขึ้น มีชื่อว่า LEAD-PLC Model (ลีด-พีแอลซี โมเดล) ประกอบด้วย 5 องค์ประกอบ
ได้แก่ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการดำเนินงาน มี 6 ขั้น ได้แก่ ขั้นที่ 1 การวิเคราะห์
และกำหนดเป้าหมาย (L: Learning Analysis & Goal Setting) ขั้นที่ 2 การเสริมพลังและสร้างทีม
(E: Empowerment & PLC Building) ขั้นที่ 3 การออกแบ บการเรียนรู้เชิงรุก (A : Active
Learning Design) ขั้นที่ 4 การนำไปปฏิบัติและสังเกต (D : Do & Observe) ขั้นที่ 5 การสะท้อนผล
และแลกเปลี่ยนเรียนรู้ (R : Reflection & Sharing) และขั้นที่ 6 การปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม
(I: Improvement & Innovation) 4) การวัดและประเมินผล และ 5) เงื่อนไขความสำเร็จ
2.2 ผลการประเมินความเหมาะสมและความเป็นไปได้ของรูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ
พบว่า มีความเหมาะสมและมีความเป็นไปได้ในระดับมากที่สุด
2.3 คู่มือการใช้รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้าน
บูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 โดยรวมมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC)
เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้าน
บูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 รายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
3.1 ครูโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 มีภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้
เชิงรุก โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.60, S.D. = 0.49) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่าทุกด้าน
มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมากที่สุด โดยเรียงลำดับค่าเฉลี่ยจากมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการเป็นผู้นำแห่ง
ง
การเปลี่ยนแปลง ด้านการพัฒนากระบวนการจัดการเรียนรู้ ด้านการพัฒนาตนเองและเพื่อนครู
ด้านการพัฒนาหลักสูตร และด้านการพัฒนาวิชาชีพครู ตามลำดับ และครูร้อยละ 69.64 มีทักษะ
การจัดการเรียนรู้เชิงรุก ในระดับมากที่สุด และครูร้อยละ 30.36 มีทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก
ในระดับมาก
3.2 ผลการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน พบว่า ผู้เรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับ 3
ขึ้นไป ในปีการศึกษา 2567 สูงกว่าปีการศึกษา 2566 โดยเพิ่มร้อยละ 8.20 และมีผลการประเมิน
สมรรถนะสำคัญของผู้เรียนด้านความสามารถในการคิดอยู่ในระดับดีขึ้นไป คิดเป็นร้อยละ 83.08
4. ผลการประเมินประสิทธิผลของรูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 รายละเอียดสรุปได้ ดังนี้
4.1 ผลการประเมินความเป็นประโยชน์ ความเป็นไปได้ ความเหมาะสมและ
ความถูกต้อง โดยรวมพบว่ารูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อเสริมสร้าง
ภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านบูเก๊ะตาโมง
มิตรภาพที่ 128 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.59, S.D. = 0.50) เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า
มีค่าเฉลี่ยสูงสุดด้านความเป็นไปได้ รองลงมา คือ ด้านความเป็นประโยชน์ ด้านความเหมาะสม และด้าน
ความถูกต้อง ตามลำดับ
4.2 ความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการบริหารชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ
(PLC) เพื่อเสริมสร้างภาวะผู้นำครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียน
บ้านบูเก๊ะตาโมง มิตรภาพที่ 128 โดยรวมอยู่ในระดับมากที่สุด (X = 4.54, S.D. = 0.50)