|
Advertisement
|
ความสำคัญของผลงานหรือนวัตกรรม
การศึกษาเป็นรากฐานสำคัญของการพัฒนาประเทศ โดยมีเป้าหมายเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีความรู้ ความสามารถ ทักษะการคิด และสมรรถนะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21 พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม ตลอดจนหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ได้กำหนดให้การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนอย่างรอบด้าน ทั้งด้านความรู้ ทักษะ กระบวนการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และความสามารถในการนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง โดยเฉพาะการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง รายวิชาวิทยาศาสตร์เป็นกลุ่มสาระการเรียนรู้ที่มีบทบาทสำคัญในการพัฒนาทักษะการคิดอย่างมีเหตุผล การสืบเสาะหาความรู้ การใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และการแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม ผลการประเมินคุณภาพการศึกษาทั้งในระดับประเทศและระดับนานาชาติ เช่น O-NET และ PISA ยังคงสะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนจำนวนมากมีข้อจำกัดในการคิดวิเคราะห์ การเชื่อมโยงองค์ความรู้ และการประยุกต์ใช้ความรู้ ทางวิทยาศาสตร์ในการแก้ปัญหา ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ยังไม่เป็นไปตามเป้าหมายที่กำหนดไว้
โรงเรียนหนองพอกวิทยายน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษากาฬสินธุ์ เขต 1 ได้ให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพการศึกษามาอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนในรายวิชาวิทยาศาสตร์ จากการวิเคราะห์ผลการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าแม้ผลคะแนนของนักเรียนจะมีแนวโน้มพัฒนาในหลายด้าน แต่เมื่อพิจารณาเชิงลึกในระดับมาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด ยังพบว่าผู้เรียนมีจุดที่ควรพัฒนาในด้านการคิดวิเคราะห์ การตีความข้อมูล การอธิบายปรากฏการณ์ทางวิทยาศาสตร์ และการประยุกต์ใช้ความรู้เพื่อแก้ปัญหา ซึ่งเป็นทักษะสำคัญที่ปรากฏในข้อสอบ O-NET และสอดคล้องกับแนวทางการประเมินสมรรถนะของผู้เรียนในปัจจุบัน
จากการศึกษาสภาพการจัดการเรียนการสอนภายในโรงเรียน พบว่าครูผู้สอนมีความตั้งใจใน การพัฒนาผู้เรียนและจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลาย แต่การนำข้อมูลผลการประเมินมาใช้ในการ วางแผนการสอนยังดำเนินการได้ไม่เต็มศักยภาพ การวิเคราะห์ผล O-NET ส่วนใหญ่เป็นการพิจารณาเฉพาะคะแนนเฉลี่ยภาพรวม ขณะที่การวิเคราะห์รายบุคคล รายมาตรฐานการเรียนรู้ และรายตัวชี้วัด เพื่อนำไปสู่ การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ตอบสนองต่อความแตกต่างของผู้เรียนยังมีข้อจำกัด ส่งผลให้การจัดการเรียนรู้ในบางประเด็นยังไม่สามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามจุดที่ควรพัฒนา ผู้จัดทำในฐานะครูผู้สอนรายวิชาวิทยาศาสตร์ ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการใช้ข้อมูลสารสนเทศเพื่อพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้ จึงได้ศึกษาหลักการของการใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจทางการศึกษา (Data-Driven Decision Making) ร่วมกับแนวคิดการประเมินเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ (Assessment for Learning) และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่สามารถนำผลการทดสอบ O-NET มาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ทั้งในด้านการวิเคราะห์ข้อมูล การวางแผนการสอน การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ และการติดตามพัฒนาการของผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
จากแนวคิดดังกล่าว ครูผู้สอนจึงได้พัฒนานวัตกรรม SMART O-NET SCI 6 MODEL ซึ่งเป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้ผลการทดสอบ O-NET เป็นฐานในการวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล รายมาตรฐานการเรียนรู้ และรายตัวชี้วัด เพื่อนำไปสู่การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Data-Driven Active Learning) ที่เน้นให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติ สืบค้น ทดลอง อภิปราย แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสะท้อนผลการเรียนรู้ด้วยตนเอง โดยบูรณาการกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ (5E) เทคนิค ThinkPairShare การเรียนรู้แบบร่วมมือ (Cooperative Learning) และการใช้วงจรคุณภาพ PDCA ในการติดตามและพัฒนาผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง
จนส่งผลการดำเนินงานในปีการศึกษา 2568 ทำให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ที่เข้ารับการทดสอบ O-NET รายวิชาวิทยาศาสตร์ มีคะแนนเฉลี่ย 40.00 คะแนน ซึ่งสูงกว่าคะแนนเฉลี่ยระดับประเทศ ที่ 35.43 คะแนน สะท้อนให้เห็นว่าการใช้ข้อมูลผลการทดสอบ O-NET เพื่อวางแผนและปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ ช่วยให้ครูสามารถออกแบบกิจกรรมที่ตรงกับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้เรียนมีความกระตือรือร้นในการเรียนรู้มากขึ้น มีทักษะการคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการแก้ปัญหาทางวิทยาศาสตร์ดีขึ้น ตลอดจนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนที่สูงขึ้นเมื่อเทียบกับเป้าหมายที่กำหนด
|
โพสต์โดย ครูเข็ม : [17 ก.ค. 2569 (09:59 น.)] อ่าน [98] ไอพี : 106.0.137.203
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 8,834 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 4,731 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,172 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,927 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,328 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,827 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,374 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,566 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 35,000 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 7,432 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 63,413 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,886 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,547 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,305 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 31,613 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 13,490 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,493 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 384,242 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,613 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 34,137 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|