ชื่อวิจัย รูปแบบการจัดการเรียนรู้ KPRDA ในการพัฒนาความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัสภาษาไทย
สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4
โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี
ชื่อผู้วิจัย สุรีมาตย์ สุวรรณศรี
ปีที่ทำวิจัย ปีการศึกษา 2568
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ความต้องการ และแนวทางการจัดการเรียนรู้ ในการพัฒนาความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัสภาษาไทย สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี 2) พัฒนาและหาประสิทธิภาพของ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ KPRDA และ 3) ศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ KPRDA กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี ปีการศึกษา 2568 จำนวน 4 คน ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ รูปแบบการจัดการเรียนรู้ KPRDA คู่มือการใช้ แผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดความสามารถด้านการพิมพ์ แบบประเมินความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัส และแบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้คือ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ Wilcoxon Signed Ranks Test
ผลการวิจัย พบว่า
1. สภาพปัจจุบัน นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ด้านทักษะการพิมพ์สัมผัสภาษาไทยต่ำกว่าเกณฑ์ที่กำหนด (ร้อยละ 73.34) ขาดทักษะการพิมพ์สัมผัสที่ถูกต้อง โดยใช้วิธีนับตำแหน่งแป้นพิมพ์และใช้นิ้วชี้พิมพ์ทีละตัว ทำให้พิมพ์ได้ช้าเพียง 3-5 คำต่อนาที และมีความสับสนในการก้าวนิ้วไปยังตำแหน่งพยัญชนะ สระ และวรรณยุกต์ แนวทางที่ต้องการคือรูปแบบการเรียนรู้เชิงรุกที่เป็นลำดับขั้นตอน (Step-by-Step) เน้นการฝึกปฏิบัติจริง ใช้กระบวนการเรียนรู้ที่เป็นลำดับขั้นตอนจากง่ายไปยาก เน้นการใช้ประสาทสัมผัสที่เหลืออยู่ (การฟังและการสัมผัส) และการเคลื่อนไหวของนิ้วมือ รวมถึงการนำเทคนิคการจับมือทำ ร่วมกับสื่อที่เหมาะสมกับความบกพร่องทางการเห็นโดยเฉพาะ คือ สื่อที่ใช้การฟังร่วมกับการสัมผัส และโปรแกรมอ่านหน้าจอ (Screen Reader) เพื่อช่วยให้จดจำตำแหน่งแป้นพิมพ์ได้ดีขึ้น สร้างความมั่นใจ และลดความวิตกกังวลของผู้เรียน
2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ KPRDA ในการพัฒนาความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัสภาษาไทย สำหรับนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 ของโรงเรียนสอนคนตาบอดภาคใต้ จังหวัดสุราษฎร์ธานี มี 4 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการ 2) วัตถุประสงค์ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นที่ 1 K : Knowledge (การสร้างความรู้), ขั้นที่ 2 P : Practice (การฝึกปฏิบัติ), ขั้นที่ 3 R : Repeat (การฝึกซ้ำ), ขั้นที่ 4 D : Do (การลงมือทำ), ขั้นที่ 5 A : Assessment (การประเมินผล) และ 4) การวัดและประเมินผล โดยผู้ทรงคุณวุฒิประเมินคุณภาพในระดับมากที่สุด (μ = 4.70, σ = 0.17) และ มีประสิทธิภาพ (E1/E2) เท่ากับ 81.94/81.25 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ 80/80
3. นักเรียนทุกคนมีความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัสหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 โดยมีความก้าวหน้าเพิ่มขึ้น เฉลี่ยร้อยละ 67.19 และมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด (μ = 4.58, σ = 0.32)
คำสำคัญ รูปแบบการจัดการเรียนรู้, ความสามารถด้านการพิมพ์สัมผัสภาษาไทย, นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น