|
อาหารมื้อเช้า...แค่คิดใหม่ก็ช่วยได้ (ไทยโพสต์)
เป็นที่ยอมรับแล้วว่า อาหารเช้าเปรียบเสมือนขุมพลังประจำวันที่ไม่ควรมองข้าม กระทั่งมีคำกล่าวว่า "จงกินอาหารเช้าให้เต็มอิ่มและเต็มที่ ประหนึ่งว่าคุณเป็นพระราชา" ซึ่งสำหรับผู้ที่รับประทานอาหารเช้าเป็นประจำ จะเข้าใจและรู้ถึงคุณประโยชน์ต่าง ๆ ที่ร่างกายได้รับจากการรับประทานอาหารเช้าเป็นอย่างดี แต่สำหรับคนที่ไม่ได้กินอาหารเช้า ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม คุณได้พลาดช่วงเวลาสำคัญที่ร่างกายจะได้ชาร์จแบตอย่างเต็มที่ เพื่อรับความกระปรี้กระเปร่าตลอดทั้งวันไปเสียแล้ว
โภชนากรซูซาน โบเวอร์แมน ที่ปรึกษาของเฮอร์บาไลฟ์ อินเตอร์เนชั่นแนล ลิมิเต็ด เปิดเผยว่า "การไม่กินอาหารเช้า" สาเหตุหลัก ๆ มักมาจากการที่เราเลือกที่จะไม่กินมาโดยตลอดจนติดเป็นนิสัย และบางทีการรับประทานอาหารเย็นมื้อใหญ่ หรือกินของจุบจิบตลอดเวลาจนกระทั่งเข้านอน ก็อาจเป็นอีกหนึ่งสาเหตุสำคัญที่ทำให้คุณรู้สึกไม่อยากกินอาหารเช้าก็เป็นได้ ฉะนั้น มีข้อแนะนำสำหรับคนที่ปฏิเสธ หรือหลีกเลี่ยงอาหารเช้ามาตลอดว่า ควรคิดใหม่ทำใหม่ด้วยสูตรดังต่อไปนี้
1. เริ่มต้นมื้อเช้ากับ "อาหารเบา ๆ ปริมาณน้อย ๆ"
ฝึกรับประทานอาหารมื้อเช้าด้วยเมนูอาหารที่ย่อยง่ายแต่เปี่ยมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร และไม่ควรบริโภคในปริมาณที่มากเกินไปสำหรับการเริ่มต้น เช่น ลองรับประทานเครื่องดื่มโปรตีนเชคกับผลไม้ หรือไข่ต้มสักลูก ตบท้ายด้วยผลไม้สัก 2-3 ชิ้น แค่นี้ก็เป็นการเริ่มต้นในการรับประทานอาหารเช้าที่ดีและมีคุณค่าแล้ว
2. "โปรตีน" สารอาหารสำคัญสำหรับมื้อแรก
เพราะมีการศึกษากลุ่มตัวอย่างพบว่า ผู้ที่รับประทานอาหารเช้าโดยบริโภคโปรตีนในปริมาณสูง มีแนวโน้มที่จะลดแคลอรี่จากการบริโภคอาหารมื้อเย็นได้ต่ำกว่าผู้ที่รับประทานอาหารมื้อเช้าแบบปกติถึง 200 กิโลแคลอรี่ เนื่องจาก "โปรตีน" เป็นสารอาหารที่สำคัญสำหรับมื้อเช้า เพราะนอกจากจะทำให้ร่างกายรู้สึก "อิ่ม" ได้นานแล้ว ยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายและจิตใจตื่นตัวไปตลอดทั้งวันอีกด้วย
3. เปลี่ยน "อาหารมื้อหนัก" เป็น "ของว่าง" ที่กินได้เรื่อย ๆ
สำหรับการฝึก "รับประทานอาหารเช้า" ให้เป็นนิสัยนั้น จริง ๆ แล้วคุณไม่จำเป็นต้องรับประทานอาหารทั้งมื้อให้หมดภายในครั้งเดียว แต่สามารถใช้เวลาไปกับอาหารมื้อนั้น ๆ ด้วยการละเลียดอาหารแต่ละอย่าง หรือเว้นช่วงการรับประทาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งระหว่างอาหารคาว-อาหารหวาน เป็นต้น
4. ตื่นก่อนเวลาปกติ 15 นาที
เวลาที่เพิ่มขึ้นนอกจากคุณจะได้ปฏิบัติกิจวัตรประจำวันในยามเช้าแบบไม่ต้องเร่งรีบแล้ว ยังเป็นการช่วยกระตุ้นระบบต่าง ๆ ภายในร่างกายให้ค่อย ๆ ตื่นตัวจากการนอนหลับ และพร้อมที่จะผจญภัยกับภารกิจหนักต่าง ๆ ในช่วงวันอีกด้วย
5. เมนูไหน ๆ ก็เป็นอาหารเช้าได้เสมอ
ไม่เคยมีกฎตายตัว หรือข้อบังคับว่า เมนูอาหารชนิดใดบ้างที่ควรหรือไม่ควรเป็น "อาหารมื้อเช้า" เพราะเราเน้นที่คุณค่าของสารอาหารที่บริโภคเป็นหลัก ดังนั้น ไม่ว่าอาหารมื้อเช้าของคุณจะเป็นอาหารเหลือจากมื้อเย็นที่รับประทานไม่หมดของเมื่อวาน หรืออาหารปรุงสำเร็จที่เราซื้อไว้นานแสนนานอยู่ในช่องแข็ง ทุกเมนูอาหารสามารถเป็น "อาหารมื้อเช้า" ได้เสมอ
6. มั่นใจแค่ไหน..กับ "กาแฟและมัฟฟิน" เป็นอาหารมื้อเช้า
มีอีกหลายคนที่ไม่ยอมรับประทานอาหารเช้า เพราะเชื่อว่า "แค่ดื่มกาแฟคู่กับมัฟฟิน" หรือเบเกอรี่อื่น ๆ สักชิ้นสองชิ้นก็อิ่มท้องเทียบเท่ากับอาหารมื้อเช้าที่มีคุณค่าได้แล้ว แต่ในความเป็นจริง "แค่กาแฟกับมัฟฟิน" กลับให้พลังงานที่สูงกว่า 700 กิโลแคลอรี่ รวมทั้งมีไขมันไม่ดีที่ถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายของคุณถึง 6 ช้อนชา
ขอบคุณที่มาจาก ไทยโพสต์
บ้านน็อคดาวน์ทรงโมเดิร์น
฿65,000https://s.shopee.co.th/2Vm01N027C?share_channel_code=6
Advertisement
 เปิดอ่าน 12,931 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,206 ครั้ง  เปิดอ่าน 12,524 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,590 ครั้ง  เปิดอ่าน 16,346 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,965 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,852 ครั้ง  เปิดอ่าน 15,128 ครั้ง  เปิดอ่าน 13,426 ครั้ง  เปิดอ่าน 10,127 ครั้ง  เปิดอ่าน 9,844 ครั้ง  เปิดอ่าน 1,452 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,376 ครั้ง  เปิดอ่าน 17,459 ครั้ง  เปิดอ่าน 11,173 ครั้ง  เปิดอ่าน 12,744 ครั้ง
|

เปิดอ่าน 44,964 ☕ คลิกอ่านเลย |

เปิดอ่าน 10,044 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 13,604 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 19,372 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 14,468 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 11,438 ☕ คลิกอ่านเลย | 
เปิดอ่าน 20,207 ☕ คลิกอ่านเลย |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ 
เปิดอ่าน 15,357 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 34,655 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 117,406 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 11,329 ครั้ง | 
เปิดอ่าน 19,796 ครั้ง |
|
|