๑. ชื่อเรื่อง : วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ก้าวเสริมวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยนวัตกรรม 5 STEPS
การยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ KRUKET MODE
ประเด็นความสอดคล้องกับ ๙ นโยบาย ก้าวไปด้วยกัน
๗. ก้าวเสริมวิธี อ่าน เขียน คิด
๒. บทนำ หลักการเหตุผลความเป็นมา
ภาษาไทยเป็นเอกลักษณ์ประจำชาติและเป็นเครื่องมือสำคัญในการติดต่อสื่อสาร การแสวงหาความรู้ และการพัฒนาทักษะกระบวนการคิดของผู้เรียน การเรียนรู้ภาษาไทยในระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถือเป็นรากฐาน ที่สำคัญที่สุดของการศึกษา เนื่องจากเป็นวัยเริ่มต้นของการเรียนรู้ระบบเสียง พยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และหลักการแจกลูกสะกดคำ หากผู้เรียนในระดับชั้นนี้ขาดทักษะพื้นฐานในการอ่านและการเขียน ย่อมส่งผลกระทบโดยตรงต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นๆ และส่งผลต่อระดับสติปัญญาและผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในระดับที่สูงขึ้นต่อไป
การอ่านเป็นพื้นฐานที่สำคัญของการเรียนรู้และพัฒนาสติปัญญาของคนในสังคม การอ่านการเขียนทำให้ เกิดการพัฒนาด้านสติปัญญา ความรู้ ความสามารถ พฤติกรรมและค่านิยมต่างๆรวมทั้งช่วยในการเปลี่ยนแปลง การดำเนินชีวิตพัฒนาไปสู่สิ่งที่ดีที่สุดของชีวิต การอ่านการเขียนจึงมีความสำคัญต่อมนุษย์อย่างยิ่ง เช่น การอ่าน การเขียนเป็นสื่อกลางของการเรียนรู้ ผู้อ่านหรือเขียนมากย่อมรู้มากและถ้านำความรู้นั้นไปใช้ประโยชน์ต่อสังคม สังคมย่อมมีประสิทธิภาพในการพัฒนาในการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องตลอดชีวิต พระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติพ.ศ.2542 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 2) พ.ศ. 2545 แก้ไขเพิ่มเติม (ฉบับที่ 3) พ.ศ. 2553 แก้ไขเพิ่มเติม(ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2562 ได้กล่าวไว้ว่า การจัดการศึกษาต้องยึดหลักว่าผู้เรียนทุกคนมี ความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ และถือว่าผู้เรียนมีความสำคัญที่สุดกระบวนการจัดการศึกษาต้อง ส่งเสริมให้ผู้เรียนสามามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเป็นศักยภาพ แต่ด้วยสถานการณ์ในปัจจุบันการแก้ไขปัญหา การศึกษาของครูยังไม่สามารถพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนได้เต็มตามศักยภาพ และกระบวนการจัดการเรียนการ สอนยังไม่มีวิธีการที่หลากหลายที่จะสามารถพัฒนาผู้เรียนได้ตรงตามวัตถุประสงค์ของหลักสูตร จึงทำให้เด็กในวัย แรกเริ่มในการจัดการเรียนการสอนและการพัฒนาด้านการอ่านการเขียนของชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ยังคงเป็น ปัญหาที่สำคัญเพราะถ้านักเรียนมีความบกพร่องด้านการอ่านและ การเขียนแล้วจะทำให้กระบวนการเรียนรู้และ เข้าใจในบทเรียนทุกๆวิชานั้นมีปัญหาและทำให้นักเรียนเบื่อหน่าย ไม่กระตือรือร้นที่จะเรียน ด้วยเหตุนี้นโยบาย การศึกษาจึงเป็นนโยบายสำคัญของกระทรวงศึกษาธิการที่ได้ยกระดับการอ่านการเขียนนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 คือ ปีการศึกษา 255๙ จนถึงปัจจุบัน เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ ดังนั้นการ จัดการเรียนรู้ภาษาไทยให้นักเรียนอ่านออกและเขียนได้ จึงเป็นการวางรากฐาน ที่มั่นคงของการศึกษาของชาติ โดย เพราะชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ซึ่งเป็นวัยที่มีปัญหาด้านการอ่านมากกว่าระดับ ชั้นอื่น เพราะอยู่ในช่วงวัยที่เริ่ม พัฒนาทักษะการอ่านและการเขียน ทักษะสองด้านนี้จะส่งเสริมให้เกิดทักษะการคิดวิเคราะห์ แยกแยะ ประยุกต์ใช้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อชีวิต หากผู้ใดมีความบกพร่องหรือขาดความสามารถในการอ่านและเขียน ก็จะ ส่งผลให้เกิดความยากลำบากในการสื่อสารและการเรียนรู้ในระดับชั้นต่อไป
โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) จัดการศึกษาตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน วัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) พุทธศักราช ๒๕๖6 ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.๒๕๖๐) เป็นแผนหรือแนวทาง หรือข้อกำหนดของการจัดการศึกษาของโรงเรียน วัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) ที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตามมาตรฐานที่กำหนด มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นคนดี มีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพที่สุจริต ตลอดจนการรู้จักอนุรักษ์วัฒนธรรม ประเพณีท้องถิ่น โดยมุ่งหวังให้มีความสมบูรณ์ทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และสติปัญญา อีกทั้งมีความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการดำรงชีวิต และมีคุณภาพได้มาตรฐานสากล เพื่อการแข่งขันในยุคปัจจุบัน โดยเฉพาะวิชาภาษาไทย ได้ส่งเสริมให้ผู้เรียนมีทักษะที่จำเป็นสำหรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 เป็นสำคัญ นั่นคือ ภาษาที่เป็นเอกลักษณ์ของชาติ เป็นสมบัติทางวัฒนธรรมอันก่อให้เกิดความเป็นเอกภาพ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติให้มีความเป็นไทย เป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสาร ความเข้าใจและความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ทำให้สามารถประกอบกิจธุระ การงาน และดำรงชีวิตร่วมกันในสังคมประชาธิปไตยได้อย่างสันติสุข และเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ ประสบการณ์จากแหล่งข้อมูลสารสนเทศต่างๆ เพื่อพัฒนาความรู้ กระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี ตลอดจนนำไปใช้ในการพัฒนาอาชีพให้มีความมั่นคงทางเศรษฐกิจ นอกจากนี้ยังเป็นสื่อแสดงภูมิมีปัญญาของบรรพบุรุษด้านวัฒนธรรม ประเพณี สุนทรียภาพ เป็นสมบัติลำค่าควรแก่การเรียนรู้ อนุรักษ์ และสืบสานให้คงอยู่คู่ชาติไทย
ทั้งนี้ การจัดการเรียนรู้ภาษาไทยที่ประสบความสำเร็จนั้นจะต้องเตรียมผู้เรียนให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดับที่สูงขึ้นได้
จากการสำรวจและผลจากการประเมินการอ่าน การเขียนภาษาไทยของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต ๒ พบว่า นักเรียนบางส่วนอ่านไม่ออก เขียนไม่ได้ ซึ่งจากการศึกษาสภาพปัญหานั้น นักเรียนยังขาด การดูแลเอาใจใส่จากครอบครัว คนรอบข้าง นั่นรวมถึงการจัดการเรียนการสอนของครูและการดูแลเอาใจใส่ นักเรียนยังไม่ทั่วถึง จึงส่งผลให้การอ่าน การเขียน รวมถึงผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนต่ำกว่า เป้าประสงค์ที่กำหนดไว้ จากปัญหาดังกล่าว จึงควรมีการปรับเปลี่ยนการบริหารให้สอดคล้องกับบริบทต่าง ๆ ของโรงเรียน เพื่อพัฒนาการอ่าน การเขียนภาษาไทยของนักเรียนให้มีผลสัมฤทธิ์ที่สูงขึ้น โดยโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) ได้นำหลักการบริหารแบบมีส่วนร่วม โดยสนับสนุนให้ โรงเรียน ครู นักเรียน ผู้ปกครอง รวมถึงชุมชนเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารสถานศึกษาในรูปแบบ KRUKET MODEL ๕ STEP for Learning บูรณาการกับวงจร PDCA เป็นรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ บูรณาการหลักการ Active Learning การเรียนรู้เชิงสร้างสรรค์ (Constructivism) และทักษะแห่งศตวรรษที่ 21 เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้เป็นผู้มีความรู้ มีทักษะการคิด มีคุณธรรม และสามารถนำความรู้ไปใช้ในชีวิตจริงได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งเป็นรูปแบบที่ได้สังเคราะห์มาจาก หลักการและทฤษฎี นำมาเชื่อมโยงให้มีความสอดคล้อง เป็นวงจรเชิงระบบ ในกระบวนการวงจรคุณภาพ PDCA เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้สอนต้องจัดกระบวนการที่หลากหลาย ผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา 256๙ ของนักเรียนโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์)
๓. วัตถุประสงค์
๑. เพื่อจัดการเรียนรู้เชิงรุก ก้าวเสริมวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยนวัตกรรม ๕ STEPS การยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยใช้ KRUKET MODE
๒. เพื่อให้นักเรียนอ่านออกเสียงคำศัพท์ได้ถูกต้อง
๓. นักเรียนสามารถอ่านคำและเขียนคำต่อคำจากบัตรภาพได้
๔. เป้าหมาย
ด้านปริมาณ
1. นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ จำนวน ๒๕ คน สามารถอ่านออกได้และเขียนคำศัพท์ที่ กำหนดให้ได้คิดเป็นร้อยละ 70
ด้านคุณภาพ
1. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ปีการศึกษา 256๙ ภาคเรียนที่ 1 โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) จำนวน ๒๕ คน สามารถอ่านคำและเขียนคำต่อคำจากบัตรภาพได้
2. นักเรียนได้รับการพัฒนาศักยภาพผู้เรียน และยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาภาษาไทยให้ สูงขึ้น
3. นักเรียนมีเจตคติที่ดีต่อรายวิชาภาษาไทย
๕. วิธีการ/กระบวนการ/รูปแบบ/การดำเนินงาน/วิธีการปฏิบัติ ที่สะท้อนให้เห็นถึงการนำไปปฏิบัติได้อย่างเป็นรูปธรรม ที่ทำให้เกิดความสำเร็จหรือเป็นแบบอย่างได้
การดำเนินงาน วิธีการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)ก้าวเสริมวิธีการจัดการเรียนรู้เชิงรุก โดยนวัตกรรม 5 STEPS การยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ KRUKET MODE โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) ประกอบด้วยปัจจัยและขั้นตอนการดำเนินงานดังนี้
แผนภาพที่ ๑ KRUKET MODE
2.1 การออกแบบผลงานนวัตกรรมหรือแนวปฏิบัติ
1. ผู้บริหาร หัวหน้างานวิชาการ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ร่วมวิเคราะห์สภาพปัญหาที่พบเพื่อนำไปสู่การหาแนวทางแก้ไขปัญหา
2. ศึกษาความหมายของการจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม หมายถึง การที่บุคคลผู้บริหารใช้การจูงใจให้บุคคลผู้ปฏิบัติงานหรือบุคคลผู้ที่เกี่ยวข้องได้มีโอกาสมีส่วนร่วมในการร่วมคิด ร่วมตัดสินใจ ร่วมปฏิบัติงานร่วมรับผิดชอบ เพื่อการพัฒนางานที่ปฏิบัติให้มีคุณภาพสูงสุด ซึ่งเป็นการเปิดโอกาสให้บุคคลหรือกลุ่มบุคคลได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการปฏิบัติงานไม่ว่าจะเป็นทางตรงหรือทางอ้อม อันจะนำไปสู่เป้าหมายขององค์กร
3. ศึกษานโยบาย จุดเน้น กลยุทธ์ของหน่วยงานต้นสังกัดเพื่อ
3.1 จัดทำแผนปฏิบัติการ (Action Plan)
3.2 การปฏิบัติการ (Take Action)
3.3 การประเมินผล (Evaluation)
4. พัฒนากระบวนการแบบมีส่วนร่วม จัดทำแหล่งเรียนรู้ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ฐานการเรียนรู้ และนำภูมิปัญญาชาวบ้านมาใช้ในการจัด กิจกรรม ตามโครงการเศรษฐกิจพอเพียง
วงจรการควบคุมคุณภาพ (PDCA Cycle) หรือ วงจรเด็มมิ่ง (Deming Cycle) คือ แนวคิดการพัฒนา การทำงานเพื่อควบคุมคุณภาพงานให้มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง พัฒนามาจากแนวคิดของ วอล์ทเตอร์ ซิวฮาร์ท (Walter Shewhart) นักสถิติในงานอุตสาหกรรม ต่อมาแนวคิดนี้เริ่มเป็นที่รู้จักกันมากขึ้นเมื่อ เอดวาร์ด เดมมิ่ง (W.Edwards Deming) นักจัดการบริหารคุณภาพ ได้นำเสนอและเผยแพร่ใช้เป็นเครื่องมือสำหรับการปรับปรุง กระบวนการทำงานของพนักงานภายในโรงงานให้ดีขึ้น ซึ่งจะใช้ในการค้นหาปัญหาอุปสรรคในขั้นตอนการทำงาน โดยพนักงาน จนเป็นที่รู้จักกันในชื่อว่า วงจรเด็มมิ่ง หรือ วงจร PDCA
แนวคิดวงจร PDCA เป็นแนวคิดที่ง่ายไม่ซับซ้อน สามารถนำไปใช้ได้ในเกือบจะทุกกิจกรรม จึงทำให้ เป็นที่รู้จักกันอย่างแพร่หลายมากขึ้นทั่วโลก PDCA เป็นอักษรนำของภาษาอังกฤษ 4 คำคือ
1. การวางแผน (Plan) คือ การวางแผนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิด การทำงานที่ได้ผลงาน การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง การพัฒนาสิ่งใหม่ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน มีส่วนที่สำคัญเช่น การกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ การจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมาย กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินการ และกำหนดงบประมาณที่จะใช้ การวางแผนที่ดีควรต้องเกิดจากการศึกษาที่ดี มีการวางแผนไว้รัดกุมรอบคอบปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของงานและเหตุการณ์ แผนที่ได้ต้องช่วยในการ คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นและสามารถช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้
- วางแผนการเรียนรู้
- การกำหนดเป้าหมาย
- การออกแบบกิจกรรม
2. ดำเนินกิจกรรม ลงมือเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ (Do) คือ การดำเนินการเพื่อให้ได้ตามแผนที่มีการกำหนดไว้ อาจมีการกำหนด โครงสร้างคณะทำงานรองรับการดำเนินการเช่น คณะกรรมการ ฯลฯ กำหนดวิธีในการดำเนินงาน ขั้นตอน ผู้ดูแล รับผิดชอบ ผู้ตรวจสอบและทำการประเมินผล การปฏิบัติการควรมี
- มีคณะทำงานคอยควบคุม กำหนดนโยบาย ติดตามตรวจสอบการทำงาน
- มีการกำหนดขั้นตอนที่ชัดเจน
- มีวิธีการดำเนินการที่สามารถดำเนินการได้จริง ไม่ยากจนเกินความสามารถของผู้ที่จะทำ
- มีผู้รับผิดชอบดำเนินการที่ชัดเจน เพียงพอ
- มีระยะเวลาที่กำหนดที่เหมาะสม - มีงบประมาณในการทำงาน เป็นต้น
3. ประเมินผล สะท้อนผล ตรวจสอบคุณภาพ (Check) คือ ขั้นตอนที่เริ่มเมื่อมีการดำเนินโครงการตามข้อ 2 ควรจะต้องทำการประเมินผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ อาจประเมินในส่วน การประเมินผลงานการดำเนินการ การประเมินผลการดำเนินตามขั้นตอน และการประเมินผลงานตามเป้าหมาย ของแผนงานที่ได้มีการกำหนดไว้ ในการประเมินนี้เราอาจสามารถทำได้เองโดยใช้คณะกรรมการที่รับผิดชอบใน แผนการดำเนินงานภายในเป็นการประเมินตนเอง แต่การใช้คนภายในอาจทำให้ขาดความน่าเชื่อถือหรือ ประเมินผลได้ไม่เต็มที่ จะดีหากมีการตั้งคณะประเมินจากภายนอกมาช่วย เพราะน่าจะได้ผลการประเมินที่ดีกว่า ทีมงานภายใน เพราะอาจมีปัญหาช่วยกันประเมินผลให้ดีเกินจริง แนวทางที่จะใช้ในการประเมินเช่น
- กำหนดวิธีการประเมินแยกให้ชัดเจนสามารถทำได้ง่าย
- มีรูปแบบการประเมินตรงกับเป้าหมายในงานที่ทำ
- มีคณะผู้จะเข้าทำการประเมินที่มีความรู้เพียงพอ
- แนวคำตอบผลของการประเมิน ต้องสามารถตอบโจทย์และตรงกับวัตถุประสงค์ที่วางไว้
- เน้นการประเมินปัญหา / จุดอ่อน / ข้อดี / จุดแข็ง ที่มีในการดำเนินการ เป็นต้น
4. นำผลไปปรับปรุง พัฒนาต่อเนื่อง เริ่มรอบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น (Act) คือ การนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาแผน ในการปรับปรุงต่อไป ในส่วนนี้ควรจะเสนอแนะปัญหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา หรือการพัฒนาระบบ ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด
- ทำการระดมสมอง เพื่อหาทางแก้ไข ปัญหา / จุดอ่อน / ข้อดี / จุดแข็ง ที่พบ ปรับปรุงให้ดี ยิ่งขึ้น
- นำผลที่ได้จากการระดมสมองเสนอผู้เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาใช้วางแผนต่อไป
- กำหนดกลยุทธ์ในการจัดทำแผนครั้งต่อไป
- กำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินงานครั้งต่อไป การพัฒนาระบบ PDCA เป็นการปรับปรุงพัฒนาระบบงานที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีก โดยควรจะมีการ ดำเนินการต่อเนื่องไม่มีที่สิ้นสุด จึงเป็นที่มาของแนวคิดการควบคุมคุณภาพและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ในการปรับปรุงพัฒนาต่อเนื่อง การจัดการเรียนการสอนแบบมีส่วนร่วม ด้วย KRUKET MODE จากภาพที่ 1 แสดงความสัมพันธ์ของกระบวนการ PDCA ดังนี้
1. Knowledge Building ครูจัดกิจกรรมกระตุ้นความสนใจและสร้างความรู้พื้นฐาน
2. Reflection ผู้เรียนอภิปราย ซักถาม และสะท้อนความคิด
3. Understanding ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง
4. Keep Learning ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
5. Engagement ทำงานกลุ่ม สร้างชิ้นงาน หรือดำเนินโครงงานร่วมกัน
6. Transformation นำผลงานหรือองค์ความรู้ไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต
1. การวางแผน (Plan) คือ การวางแผนการดำเนินงาน เพื่อให้เกิด การทำงานที่ได้ผลงาน การปรับปรุง เปลี่ยนแปลง การพัฒนาสิ่งใหม่ การแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากการปฏิบัติงาน มีส่วนที่สำคัญเช่น การกำหนดเป้าหมาย วัตถุประสงค์ การจัดอันดับความสำคัญของเป้าหมาย กำหนดการดำเนินงาน กำหนดระยะเวลาการดำเนินงาน กำหนดผู้รับผิดชอบดำเนินการ และกำหนดงบประมาณที่จะใช้ การวางแผนที่ดีควรต้องเกิดจากการศึกษาที่ดี มีการวางแผนไว้รัดกุมรอบคอบปรับเปลี่ยนได้ตามความเหมาะสมของงานและเหตุการณ์ แผนที่ได้ต้องช่วยในการ คาดการณ์สิ่งที่เกิดขึ้นและสามารถช่วยลดความสูญเสียที่อาจเกิดขึ้นได้ การวางแผนควรมีการกำหนด มีความเชื่อมโยงกับ KRUKET MODE ดังนี้
Knowledge Building ครูจัดกิจกรรมกระตุ้นความสนใจและสร้างความรู้พื้นฐาน
STEP 1 ปลุกเร้าผู้เรียน (Engagement & Motivation)
๑. การกำหนดความรู้หลักที่จำเป็นของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๒. การเสาะหาความรู้ที่ต้องการสำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๓. การรวบรวมองค์ความรู้ที่มีอยู่ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ โดยการทดสอบอ่าน/เขียนเป็นความรู้แบบรูปธรรม
2. ดำเนินกิจกรรม ลงมือเรียนรู้ สร้างประสบการณ์ (Do) คือ การดำเนินการเพื่อให้ได้ตามแผนที่มีการกำหนดไว้ อาจมีการกำหนด โครงสร้างคณะทำงานรองรับการดำเนินการเช่น คณะกรรมการ ฯลฯ กำหนดวิธีในการดำเนินงาน ขั้นตอน ผู้ดูแล รับผิดชอบ ผู้ตรวจสอบและทำการประเมินผล การปฏิบัติการควรมี มีความเชื่อมโยงกับ KRUKET MODE ดังนี้
Reflection ผู้เรียนอภิปราย ซักถาม และสะท้อนความคิด
2.1 โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์)คณะครูได้ออกแบบการเรียนการสอนร่วมกัน ไปสู่การสอนที่เน้นนักเรียนเป็นศูนย์กลาง และส่งเสริมให้เกิดการเรียนรู้ที่หลากหลายและมีประสิทธิภาพมากขึ้น
2.2 การใช้กระบวนการชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) โดยแบ่งเป็น 2 กลุ่ม คือ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของคณะครูและบุคลากรทางการศึกษาทั้งโรงเรียนเพื่อแก้ไขปัญหาด้านคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของนักเรียน และการการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ของแต่ละช่วงชั้น
Understanding ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้และสร้างความเข้าใจด้วยตนเอง
STEP 2 ครูสอนออกเสียงแจกลูกสะกดคำ
2.3 โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) จัดการเรียนการสอนเชิงสร้างสรรค์ในการพัฒนานักเรียน โดยการดำเนินผ่านนวัตกรรมการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ด้วย บัตรคำ สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
3. ตรวจสอบการปฏิบัติตามแผน (Check) คือ ขั้นตอนที่เริ่มเมื่อมีการนิเทศติดตามผลการดำเนินงานตามขั้น Do ทำการประเมินผลการดำเนินงานว่าเป็นไปตามแผนงานที่กำหนดไว้หรือไม่ อาจประเมินในส่วน การประเมินผลงานการดำเนินการ การประเมินผลการดำเนินตามขั้นตอน และการประเมินผลงานตามเป้าหมาย ของแผนงานที่ได้มีการกำหนดไว้ ในการประเมินนี้ใช้คณะกรรมการที่รับผิดชอบใน แผนการดำเนินงานภายในเป็นการประเมินตนเอง มีความเชื่อมโยงกับ KRUKET MODE ดังนี้
Keep Learning ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติมจากแหล่งเรียนรู้ต่าง ๆ
STEP 3 คัดลายมือ (Practice & Fine Motor Skills)
3.1 การสร้างนวัตกรรม และวิธีการจัดการเรียนการสอนได้ทุกที่ทุกเวลาร่วมกันในการดำเนินงาน
3.2 การจัดเตรียม เตรียมความพร้อมและทรัพยากรต่างๆ ก่อนที่จะเริ่มดำเนินการ
3.3 ส่งเสริมให้ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนาตนเองอยู่เสมอ
3.4 สร้างสื่อนวัตกรรมการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ด้วย บัตรคำ ชุดเขียนอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ทุกสัปดาห์ ระยะเวลา ๙๐ วัน
3.5 เก็บข้อมูลเป็นแนวทางในการแก้ปัญหาและพัฒนาการเรียนการสอน
4. นำผลไปปรับปรุง พัฒนาต่อเนื่อง เริ่มรอบใหม่ให้ดียิ่งขึ้น (Act) คือ การนำผลประเมินที่ได้มาทำการวิเคราะห์ เพื่อพัฒนาแผน ในการปรับปรุงต่อไป ในส่วนนี้ควรจะเสนอแนะปัญหาแนวทางการปรับปรุงแก้ไขปัญหา หรือการพัฒนาระบบ ที่มีอยู่แล้วให้ดียิ่งขึ้นไปอีกไม่มีที่สิ้นสุด มีความเชื่อมโยงกับ KRUKET MODE ดังนี้
Engagement ทำงานกลุ่ม สร้างชิ้นงาน หรือดำเนินโครงงานร่วมกัน
STEP 4 เขียนตามคำบอก (Assessment of Learning)
๔.๑ กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง โดยมุ่งเน้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยใช้นวัตกรรมการเรียนรู้ อ่านออก เขียนได้ด้วย บัตรคำ ชุดเขียนอ่าน สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
STEP 5 นำเสนอผลงาน (Sharing & Reflection) การวัดและประเมินผลที่หลากหลาย
กระบวนการเปลี่ยนแปลงจากสภาพหนึ่งไปสู่อีกสภาพหนึ่ง โดยมุ่งเน้นไปสู่การเปลี่ยนแปลงที่เป็นไปในทางที่ดีขึ้น โดยใช้รูปแบบการสอน
4.๒ เป็นกระบวนการประเมินผล ที่ดำเนินการในระหว่างการเรียนการสอน เพื่อติดตามความเข้าใจของนักเรียนในเนื้อหาที่เรียน และเพื่อปรับปรุงการสอนให้เหมาะสมกับความต้องการของนักเรียนแต่ละคนมากยิ่งขึ้น
(๑) นักเรียนฝึกทำแบบทดสอบตามคำบอกของครูผู้สอน
(๒) เริ่มสัปดาห์ผู้สอนนำแบบทดสอบให้นักเรียนมาอ่าน/เขียน ทีล่ะคนที่หน้าชั้น
Transformation นำผลงานหรือองค์ความรู้ไปใช้แก้ปัญหาและพัฒนาคุณภาพชีวิต
4.๓ การนำผล มาปรับปรุง พัฒนา การจัดการเรียนการสอนให้ดียิ่งขึ้น
ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ
๑. ผลการดำเนินการ จากการกำหนดจุดประสงค์ในการดำเนินการพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนการสอน เพื่อพัฒนาความสามารถด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย ของนักเรียนโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์)โดยใช้ รูปแบบ KRUKET MODE ดังนี้
1.๑ นักเรียนร้อยละ 100 ได้รับการพัฒนาศักยภาพด้านการจัดการเรียนการสอนแบบเชิงรุก Active learning
๑.๒ ครูสามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างหลากหลายวิธี ผู้เรียนสามารถลงมือปฏิบัติได้ จริง สามารถคิดวิเคราะห์ และแก้ไขปัญหาได้ มีทักษะในการทำงาน
๑.๓. นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ร้อยละ 75 มีผลการทดสอบการอ่าน การเขียนภาษาไทย และมีผลสัมฤทธิ์ ทางการเรียนที่สูงขึ้น
๑.๔ โรงเรียนมีการพัฒนาผู้เรียนด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย เหมาะสมตามช่วงวัย ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
๖. ผลสำเร็จ
๑. ผู้ปกครองนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษา องค์กร และชุมชน ตระหนักถึง ความสำคัญใน การพัฒนาคุณภาพการศึกษาของโรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์)
๒. การได้รับความร่วมมือจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน ชุมชน และผู้มีส่วนเกี่ยวข้องในการพัฒนาคุณภาพการศึกษา
๓. คณะครูทุกคนทุ่มเทกำลังใจ กำลังกาย ในการปฏิบัติงาน
๔. โรงเรียนมีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพครูในการจัดการเรียนการสอนเชิงรุก เพื่อพัฒนา ความสามารถด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย ของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑
๗. บทสรุป
การยกระดับผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT)ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 โดยใช้ KRUKET MODE โรงเรียนวัดดอนมะเกลือ (นันทราษฎร์รังสรรค์) ครูได้มีการพัฒนาตนเองและสามารถนำผลการพัฒนาสู่การเรียนการสอนได้ดี ส่งผลให้ผู้เรียนมีผลการความพร้อมในด้านต่างๆ และมีการพัฒนาในด้านการอ่าน การเขียนภาษาไทย ส่งผลให้การประเมินคุณภาพผู้เรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ปีการศึกษา ๒๕๖๘ สูงกว่าระดับประเทศ
ข้อเสนอแนะ ข้อควรระวัง
1. เมื่อดำเนินการเสร็จสมบูรณ์ ควรร่วมกันเสนอแนะแนวทางการดำเนินงานด้วยความเหมาะสมทั้ง เหตุและผล พร้อมให้ข้อเสนอแนะให้ความสอดคล้องของผลงานเมื่อนำไปใช้ประโยชน์
2. ควรมีความเข้าใจในด้านการพัฒนาการตามช่วงวัยของเด็กนักเรียน ที่มีความแตกต่างกันเพื่อ ดำเนินกิจกรรมให้เหมาะสมและตอบสนองจุดประสงค์ที่กำหนดไว้
3. ควรมีการพัฒนาการปรับปรุงการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พัฒนาตนเองอย่างสม่ำเสมอ ด้วยการ ค้นคว้าฝึกอบรม ประชุมสัมมนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้อยู่เสมอ