บทคัดย่อ
ชื่อเรื่อง : การพัฒนารูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู เพื่อพัฒนา ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
ผู้วิจัย : นางสาวนิตยา นากองศรี
วิทยฐานะ ผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
ปีการศึกษา : 2568
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ (1) ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู และแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม (2) สร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม (3) ทดลองใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม และ(4) ประเมินติดตามผลการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม โดยใช้วิธีการวิจัยแบบผสานวิธี ผู้วิจัยแบ่งขั้นตอนการดำเนินการออกเป็น 4 ขั้นตอน ตามกระบวนการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) การดำเนินการเป็น 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูและแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม และขั้นตอนที่ 4 การประเมินผลการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอน ผู้ปกครองของนักเรียน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และนักเรียน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่คาดหวัง แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถามตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ แบบทดสอบความรู้ ความเข้าใจ แบบสอบถามประเมินคุณภาพแผน แบบสอบถามความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา
ผลการวิจัยพบว่า
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐาน สภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็นและแนวทางในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูและแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
1.1 องค์ประกอบของสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียน พบว่า สมรรถนะการจัดการเรียนรู้ ประกอบด้วย 1) ทักษะ (Skill) 2) ความรู้ (Knowledge) และ 3) ทัศนคติ (Attitude) องค์ประกอบของการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ประกอบด้วย 1) การออกแบบการเรียนรู้ 2) การใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้ 3) จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดและปฏิบัติ 4) การจัดกิจกรรมการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และ 5) การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ตามสภาพจริง และองค์ประกอบตัวบ่งชี้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ประกอบด้วย 1) ผลประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน 2) ผลประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ และ3) ผลประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
1.2 องค์ประกอบของรูปแบบ พบว่า รูปแบบ ประกอบด้วย 1) ทฤษฎี หลักการ แนวคิด 2) วัตถุประสงค์เฉพาะของรูปแบบ 3) ขั้นตอนหรือกระบวนการ 4) เนื้อหาของรูปแบบ และ 5) การประเมินผล
1.3 ศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ ความต้องการจำเป็นในการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูและแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า สภาพปัจจุบันการส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ในภาพรวมอยู่ในระดับน้อย ความต้องการในภาพรวมอยู่ในระดับมาก ความต้องการจำเป็นความต้องการจำเป็นการส่งเสริมสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู โดยรวมมีค่าเท่ากับ 0.76 เมื่อพิจารณารายด้าน พบว่า จัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่เน้นทักษะการคิดและปฏิบัติ มีค่าดัชนีลำดับความสำคัญของความต้องการจำเป็นสูงสุด รองลงมา การออกแบบการเรียนรู้ การใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อการจัดการเรียนรู้
1.4 ผลการศึกษาแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคมโดยการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า การเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครู ควรพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูมีความมุ่งมั่นในการพัฒนาผู้เรียนอย่างแท้จริง ผ่านการอบรมเชิงปฏิบัติจริง และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อให้ครูสามารถปรับตัวและพัฒนาตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ ควรพัฒนาครูทั้งด้านทักษะ เน้นการอบรมเชิงปฏิบัติจริง การใช้เทคโนโลยี การเรียนรู้ร่วมกันผ่านระบบเพื่อนช่วยเพื่อน และชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ด้านความรู้ ควรพัฒนาตนเองผ่านแหล่งเรียนรู้ออนไลน์และการแลกเปลี่ยนประสบการณ์ พร้อมสร้างองค์ความรู้ใหม่จากการปฏิบัติจริง เพื่อให้สามารถปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงของการศึกษา และด้านทัศนคติ ควรมุ่งเสริมสร้างคุณลักษณะเชิงบวก ความรับผิดชอบ และจิตวิญญาณความเป็นครู ด้านการจัดการเรียนรู้ ควรมุ่งเน้นให้ครูออกแบบกิจกรรมโดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ คำนึงถึงความแตกต่างระหว่างบุคคล และใช้หลักสูตรเป็นแนวทาง พร้อมทั้งดำเนินการอย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับบริบทของผู้เรียน ควรส่งเสริมให้ครูใช้และพัฒนาสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีควบคู่กับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ที่เน้นการคิด การปฏิบัติ การทำงานเป็นกลุ่ม และการเรียนรู้จากประสบการณ์จริง เพื่อพัฒนาทักษะสำคัญของผู้เรียน การวัดและประเมินผลควรดำเนินการตามสภาพจริงอย่างหลากหลาย ทั้งก่อน ระหว่าง และหลังเรียน โดยใช้เครื่องมือที่เหมาะสม เพื่อสะท้อนพัฒนาการของผู้เรียนและปรับปรุงการสอน
1.5 ศึกษาแนวทางการเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคมโดยการศึกษาดูงานโรงเรียนปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก พบว่า การเสริมสร้างสมรรถนะของครูควรพัฒนาอย่างรอบด้าน ทั้งด้านนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา การวิจัยในชั้นเรียน และการสร้างชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ รวมถึงการปลูกฝังทัศนคติที่ดีต่อวิชาชีพและความเข้าใจผู้เรียนอย่างลึกซึ้ง ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ผู้บริหารส่งเสริมให้ครูออกแบบการเรียนรู้โดยยึดผู้เรียนเป็นสำคัญ ใช้หลักสูตรเป็นฐาน บูรณาการสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี เพื่อกระตุ้นความสนใจและเปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้คิด วิเคราะห์ ลงมือปฏิบัติ และแก้ปัญหาด้วยตนเอง การวัดและประเมินผลเน้นตามสภาพจริง ใช้เครื่องมือหลากหลาย เปิดโอกาสให้ผู้เรียนมีส่วนร่วม และประเมินทั้งกระบวนการและผลลัพธ์ เพื่อสะท้อนศักยภาพที่แท้จริงและพัฒนาผู้เรียนได้
2. ผลการสร้างและตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
2.1 ผลการสร้างรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ประกอบด้วย 1) ทฤษฎี หลักการ แนวคิด 2) วัตถุประสงค์เฉพาะของรูปแบบ 3) ขั้นตอนหรือกระบวนการ 4) เนื้อหาของรูปแบบ และ5) การประเมินผล
2.2 ผลการตรวจสอบยืนยันรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า พบว่า ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด ส่วนความถูกต้อง และความเหมาะสม อยู่ในระดับมาก
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
3.1 ผลการสร้างคู่มือการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า คู่มือการใช้รูปแบบ ประกอบด้วย 1) คำชี้แจงในการใช้คู่มือ 2) บทนำ 3) หลักการและเหตุผล 4) วัตถุประสงค์ของคู่มือ 5) การนำไปใช้ 6) การวัดผลประเมินผล และ 7) แหล่งอ้างอิง ผลการตรวจสอบคุณภาพของคู่มือการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม โดยภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุดทุกด้าน
3.2 ผลการทดลองใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า คะแนนเฉลี่ยความรู้ ความเข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม หลังการใช้รูปแบบ คะแนน ร้อยละ 89.17 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยความรู้ ความเข้าใจการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ก่อนการใช้รูปแบบ ร้อยละ 58.33 คุณภาพแผนจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม โดยรวมอยู่ในระดับมาก
4. ผลการการประเมินผลการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม
4.1 ผลการประเมินความเป็นไปได้ และ ความเป็นประโยชน์ของรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด
4.2 ผลการศึกษาความพึงพอใจต่อการใช้รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม พบว่า ความพึงพอใจของครูต่อรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ผู้ปกครองนักเรียน และนักเรียนต่อรูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม ในภาพรวมอยู่ในระดับมาก
4.3 การเผยแพร่รูปแบบเสริมสร้างสมรรถนะการจัดการเรียนรู้เชิงรุกของครูเพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนโรงเรียนคำเจริญวิทยาคม โดยการการประชุมทางวิชาการ
ผ่านเว็ปไซต์ของหน่วยงานทางการศึกษา ไปยังสถานศึกษาอื่น การจัดนิทรรศการทางวิชาการ และเป็นวิทยากรบรรยายให้คณะศึกษาดูงาน จากหน่วยงานอื่น
คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบ, สมรรถนะ, การจัดการเรียนรู้เชิงรุก, ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน