วิธีปฏิบัติที่ดี MILES Model : รูปแบบการบริหารสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคลตามแนวทางพหุปัญญา สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน พัฒนาขึ้นเพื่อพัฒนาและส่งเสริมผู้เรียนตามความถนัด ความสนใจ และความแตกต่างระหว่างบุคคล โดยพิจารณาฐานข้อมูลจากระบบสำรวจแววความสามารถพิเศษ ด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์ (Multiple Intelligences Test : MI-Test) ในการค้นหาและวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จัดทำข้อมูลสรุปหรือรายงานที่ระบุจุดแข็ง ความสามารถพิเศษ ความสนใจ และรูปแบบการเรียนรู้เฉพาะตัวของนักเรียนแต่ละคน Student Strength Profile และ Individual Development Plan (ID Plan) และกำหนดแนวทางการพัฒนาที่เหมาะสมกับผู้เรียนแต่ละคน
ขับเคลื่อนกระบวนการบริหารสถานศึกษาภายใต้วงจรคุณภาพ PDCA และการมีส่วนร่วมของครู ผู้ปกครอง ชุมชน และภาคีเครือข่ายด้วย 5 องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่
M : Mapping Multiple Intelligences การค้นหาและวิเคราะห์ศักยภาพผู้เรียน
I : Integrated Learning Design การออกแบบการเรียนรู้เชิงบูรณาการและนวัตกรรมที่ตอบสนองความแตกต่างรายบุคคล
L : Learning Community การสร้างชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพผ่าน PLC, Lesson Study, Coaching และ Mentoring
E : Evaluation for Growth การนิเทศ ติดตาม และประเมินผลเพื่อการพัฒนา
S : Sustainable Excellence การยกระดับคุณภาพสู่ความเป็นเลิศอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นจากการขับเคลื่อนรูปแบบกระบวนการบริหารสถานศึกษา MILES Model โรงเรียนมีระบบการค้นหาและพัฒนาศักยภาพผู้เรียนที่ชัดเจน ครูนำข้อมูลรายบุคคลไปใช้ในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ได้เหมาะสม ผู้เรียนได้รับโอกาสในการเรียนรู้และแสดงศักยภาพตามพหุปัญญา 8 ด้าน เกิดความมั่นใจ เห็นคุณค่าในตนเอง และแสดงผลงานที่สะท้อนศักยภาพของตน ครูเกิดการพัฒนาวิชาชีพผ่านการทำงานร่วมกันอย่างเป็นระบบ และโรงเรียนมีฐานข้อมูล สารสนเทศ และระบบติดตามผลที่สนับสนุนการบริหารจัดการเชิงข้อมูลอย่างมีประสิทธิภาพ
โดยสรุป MILES Model เป็นแนวทางการบริหารสถานศึกษาที่เชื่อมโยงการบริหาร การจัดการเรียนรู้ การพัฒนาครู การประเมินผล และการมีส่วนร่วมของทุกภาคส่วนอย่างเป็นระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญคือ ค้นพบศักยภาพ เข้าใจความแตกต่าง และพัฒนาผู้เรียนทุกคนให้เติบโตเต็มตามศักยภาพของตนเอง สู่ความเป็นเลิศอย่างยั่งยืน