|
Advertisement
|
ชือผลงานนวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย STEM Education และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es) จากการสืบเสาะหาความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม (STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model)
ผู้เผยแพร่ นางสาวณัชพร หล้าใหม่ ตำแหน่ง ครู
สังกัด โรงเรียนบ้านสันทราย อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่
บทคัดย่อ
การพัฒนานวัตกรรม การจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้วย STEM Education และกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5Es) จากการสืบเสาะหาความรู้สู่การสร้างนวัตกรรม (STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model) มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 46 เพื่อยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์ และเพื่อพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา และความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของนักเรียน โรงเรียนบ้านสันทราย สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงใหม่ เขต 4 โดยพัฒนาขึ้นจากการวิเคราะห์สภาพปัญหา ผลการเรียน พฤติกรรมการเรียนรู้ การสะท้อนความคิดเห็นของผู้ปกครอง และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ซึ่งพบว่านักเรียนบางส่วนยังมีข้อจำกัดด้านการตั้งคำถาม การสืบค้นข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการเชื่อมโยงความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปสู่การแก้ปัญหาในสถานการณ์จริง
นวัตกรรมดังกล่าวได้รับการออกแบบโดยบูรณาการแนวคิด STEM Education, Inquiry-Based Learning ตามกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ 5 ขั้นตอน (5E), Active Learning และแนวคิดการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน โดยใช้กระบวนการ QUEST เป็นกลไกสำคัญในการนำผู้เรียนจากการตั้งคำถามไปสู่การสร้างนวัตกรรม ผ่านการเรียนรู้ที่เน้นการลงมือปฏิบัติจริง การสืบค้น การทดลอง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล การแก้ปัญหา และการสร้างสรรค์ผลงานจากสถานการณ์หรือบริบทใกล้ตัว ทั้งนี้ ครูมีบทบาทเป็นผู้ออกแบบและอำนวยความสะดวกในการเรียนรู้ ขณะที่นักเรียนมีบทบาทเป็นผู้สืบเสาะ แสวงหาความรู้ และสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง การดำเนินงานใช้กระบวนการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ โดยมีการวางแผน ดำเนินการ นิเทศติดตาม ประเมินผล สะท้อนผลผ่าน PLC และนำผลที่ได้มาปรับปรุงกิจกรรมและสื่อ รวมทั้งขยายผลการดำเนินงานสู่ระดับสถานศึกษา
ผลการดำเนินงานพบว่า ได้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model ที่มีองค์ประกอบและขั้นตอนอย่างเป็นระบบ สามารถบูรณาการความรู้ด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และคณิตศาสตร์ร่วมกับกระบวนการสืบเสาะหาความรู้และการสร้างสรรค์นวัตกรรมได้อย่างเหมาะสมกับบริบทของนักเรียนระดับประถมศึกษา นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิทยาศาสตร์สูงขึ้นและสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาได้ดีขึ้น อีกทั้งได้รับการพัฒนาทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ ได้แก่ การสังเกต การตั้งคำถาม การทดลอง การรวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูล และการสรุปผลอย่างมีเหตุผล รวมทั้งมีพัฒนาการด้านการคิดวิเคราะห์ การแก้ปัญหา การทำงานร่วมกัน และการเชื่อมโยงความรู้กับสถานการณ์ในชีวิตจริง นอกจากนี้ นักเรียนสามารถออกแบบและสร้างชิ้นงานหรือนวัตกรรมได้อย่างสร้างสรรค์ และมีเจตคติที่ดีต่อการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และการสร้างนวัตกรรม ขณะที่ครูได้รับแนวทางการจัดการเรียนรู้เชิงรุกที่สามารถนำไปประยุกต์ใช้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่นได้
ผลจากการพัฒนาสะท้อนให้เห็นว่า STEM QUEST 5E : Inquiry to Innovation Model เป็นแนวทางการจัดการเรียนรู้ที่สามารถเชื่อมโยงนโยบายด้านการจัดการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และการส่งเสริมการใช้ STEM Education สู่การปฏิบัติจริงในชั้นเรียน โดยมุ่งเปลี่ยนบทบาทของนักเรียนจากผู้รับความรู้ไปสู่ผู้ตั้งคำถาม ผู้สืบเสาะ ผู้แก้ปัญหา และผู้สร้างสรรค์นวัตกรรม ตลอดจนส่งเสริมให้ครูพัฒนาการจัดการเรียนรู้โดยใช้ข้อมูลและการสะท้อนผลเป็นฐาน อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพผู้เรียนและสร้างแนวทางปฏิบัติที่สามารถเผยแพร่ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และขยายผลในสถานศึกษาและเครือข่ายได้อย่างต่อเนื่องและยั่งยืน
|
โพสต์โดย AoomSC : [13 ส.ค. 2569 (10:02 น.)] อ่าน [91] ไอพี : 203.172.136.50
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 15,747 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 65,464 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,920 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,702 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 8,480 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 4,192 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,064 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,710 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,362 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,548 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,787 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,594 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,272 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,409 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 28,552 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 16,684 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,916 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 15,235 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,173 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,726 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|