ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > 9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 31 มี.ค. 2556 เปิดอ่าน : 8,397 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส

Advertisement

9 Tricks เพิ่มความจำ (Happy+)
เรื่อง : แม่มะลิ

ใครตั้งใจว่าจะเริ่มทำอะไรดี ๆ ในปีนี้ก็อย่าลืมลงมือทำกันนะคะ ยิ่งเป็นการทิ้งพฤติกรรมทำลายสุขภาพ แล้วหันมาใส่ใจดูแลกายใจให้แข็งแรง ยิ่งต้องรีบลงมือทำ วันนี้เราจึงมีตัวช่วยเป็นเคล็ดลับดี ๆ ใช้เพิ่มความจำทำให้สมองสดใส มาบอกกัน

1. เปลี่ยนรูปแบบตัวอักษร เพิ่มลูกเล่นให้งานเอกสาร

มีงานวิจัยล่าสุดจากมหาวิทยาลัย Princeton ยืนยันว่า การเปลี่ยนรูปแบบตัวอักษรที่ใช้ในการพิมพ์เอกสาร การทำตัวหนาและตัวเอน เพื่อให้เกิดความแตกต่างในการอ่าน นับเป็นวิธีที่ได้ผลในการกระตุ้นการทำงานของสมองค่ะ ขณะที่การเอารูปแบบการจัดหน้าเอกสารออกไป ย่อมทำให้ผู้อ่านรู้สึกว่าตัวอักษรนั้นเล็กลง ช่วยดึงความสนใจผู้อ่านได้อีกทางด้วย

2. ฝึกสมองด้วยการเต้นลีลาศ

ช่วงต้นปีเช่นนี้เป็นจุดเริ่มต้นที่ดีในการเริ่มเรียนรู้สิ่งใหม่ ๆ เพื่อกระตุ้นการทำงานของสมอง เช่น เข้าคลาสสอนทำอาหาร หรือเรียนรู้ภาษาใหม่ ๆ แต่ถ้าใครยังคิดไม่ออกว่าจะเรียนอะไร ขอแนะนำให้ลองเรียนการเต้นบอลรูม หรือการเต้นลีลาศดูนะคะ เพราะมีงานวิจัยยืนยันว่า การเคลื่อนไหวร่างกายตามจังหวะเพลงในแต่ละครั้ง ช่วยกระตุ้นการทำงานของสมองผู้เต้นให้ต้องคิดว่าจะเคลื่อนที่อย่างไรให้เข้ากับจังหวะเพลงและคู่เต้น


3. ใช้มือข้างที่ไม่ถนัดดูบ้าง

ลองเปลี่ยนความเคยชินจากการทำกิจกรรมประจำวันด้วยมือข้างที่ถนัดมาเป็นการใช้มืออีกข้างดู อย่างคนส่วนใหญ่ที่ถนัดมือขวา ให้ลองแปรงฟัน ใส่เข็มขัด เขียนหนังสือ หรือกินอาหารด้วยมือซ้ายดูบ้าง เพื่อเปิดโอกาสให้สมองอีกด้านได้ทำงานและตื่นตัว ซึ่งวิธีนี้เองที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคสมองใช้ในการฟื้นฟูผู้ป่วยอย่างได้ผลมาแล้ว

4. เว้นวรรคให้สมองได้พัก

ความคร่ำเคร่งในการเรียนการทำงาน ไม่ได้ช่วยให้คุณจดจำได้ดีขึ้นเลยนะคะ มิหนำซ้ำยังทำให้ความจำของคุณสั้นลงแบบไม่รู้ตัวด้วย นักวิจัยจากมหาวิทยาลัย Wisconsin, Madison จึงแนะนำให้รู้จักเว้นวรรค พักจากการเรียน และงานตรงหน้าบ้าง เพื่อขจัดความขุ่นมัว ความไม่เข้าใจที่เกิดขึ้นในระหว่างความคร่ำเคร่งนั้น และเปิดโอกาสให้สมองได้ทบทวนสาระสำคัญให้ตกผลึก ซึ่งจะนำสู่กระบวนการเรียนรู้จดจำต่อไป


5. เขียนด้วยลายมือ จำได้ดีกว่าการพิมพ์นะ

มีบทความใน Journal of Cognitive Neuroscience ระบุไว้ชัดเจนว่า การจดบันทึกด้วยลายมือช่วยให้จดจำความรู้ใหม่ ๆ ได้ดีและรวดเร็วกว่าการจดบันทึกด้วยการพิมพ์ลงในคอมพิวเตอร์หรือแท็บเล็ต โดยมีงานวิจัยที่ทำกับเด็กนักเรียนยืนยันอีกครั้งว่า การเรียนการสอนโดยให้เด็กจดบันทึกลงในสมุดด้วยลายมือของตัวเอง มีส่วนช่วยกระตุ้นให้ระบบต่าง ๆ ในสมองที่เกี่ยวกับการเรียนรู้จดจำทำงานได้เต็มประสิทธิภาพกว่าวิธีอื่น ๆ

6. เล่นเกมคอมพิวเตอร์ลับสมอง

อย่าเพิ่งมองว่าการเล่นเกมคอมพิวเตอร์จะเป็นการใช้เวลาโดยเปล่าประโยชน์เสมอไป เพราะมีงานวิจัยหนึ่งพบว่า เด็กวัยรุ่นหญิงคนหนึ่งที่ชอบเล่นเกม Tetris เป็นประจำ มีระบบความจำที่พัฒนารวดเร็วอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะสมองส่วนที่ใช้ในการคิดวิเคราะห์ การใช้เหตุผล ภาษา และการทำงานเป็นขั้นตอน นั่นเป็นเพราะเกม Tetris นี้ ช่วยกระตุ้นกลไกการทำงานของสมองหลายส่วน ให้ต้องคิดตลอดเวลาว่าจะจัดวางตัวต่อรูปร่างต่าง ๆ ให้เป็นแถวได้อย่างไรนั่นเอง



7. เสียงดิจิตอลช่วยสมองไบรท์

คุณเป็นคนหนึ่งหรือไม่ ที่เมื่อได้ยินเสียงของปุ่มกด หรือเสียจากอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ใด ๆ เป็นต้องรู้สึกรำคาญทุกครั้งไป ถ้าใช่ ผลการวิจัยจาก University of Amsterdam ต่อไปนี้จะทำให้คุณต้องเปลี่ยนใจค่ะ เมื่อมีงานวิจัยพบว่า การเปิดเสียงอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ยิ่งหากเป็นเสียงของระบบการสุ่มเลือกคำ จะยิ่งกระตุ้นให้ผู้ที่ได้ยินสามารถคิดสร้างสรรค์ถ้อยคำประโยค และการเรียนรู้ใหม่ ๆ ได้ดีกว่าคนที่เลือกจะปิดเสียงไว้

8. ฝึกสมาธิเป็นนิตย์

จากรายงานทางการแพทย์ของ Monteore Medical Center/Albert Einstein College of Medicine ระบุว่า เซลล์สมองของผู้ที่หมั่นฝึกสมาธิอย่างสม่ำเสมอนั้นจะทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ระบบความจำจึงดีกว่าคนที่ไม่ได้ฝึกสมาธิอย่างเห็นได้ชัด ไม่เพียงเท่านั้น การฝึกสมาธิยังช่วยเพิ่มศักยภาพในการมีสติ ระมัดระวัง เอาใจใส่และดูแลตนเองมากขึ้นด้วย


9. อ่านออกเสียงดัง ๆ กระตุ้นสมอง

วันพรุ่งนี้ลองหาสถานที่เหมาะ ๆ ที่พอจะอ่านหนังสือพิมพ์ หรือหนังสือแบบเปล่งเสียงออกมาได้ดูนะคะ เพราะนั่นเป็นการเปิดโอกาสให้สมองอีกส่วนหนึ่งได้รับการกระตุ้น ทำให้เลือดไหลเวียนไปเลี้ยงสมองส่วนนี้ ขณะที่การอ่านในใจทำให้สมองส่วนนี้ไม่ได้รับการกระตุ้นเลย วิธีนี้จึงถูกนำมาใช้กันอย่างแพร่หลายในหลายวิชาชีพ อย่างการที่นักบินสามารถจดจำกลไกมากมายในเครื่องบินได้ ก็เป็นเพราะเขาเลือกจะจดจำด้วยการเปล่งเสียงออกมาด้วยเสียงดัง ๆ

 

 

ที่มา http://www.happy-plus.com/

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> 9 ทริคดี ๆ เพิ่มความจำ อัพสมองให้สดใส , , 9 , ทริคดี , , เพิ่มความจำ , อัพสมองให้สดใส << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เตรียมตัวก่อนพบหมอ

เตรียมตัวก่อนพบหมอ
เปิดอ่าน 5,865 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
งดข้าวเช้า…ตายเร็ว

งดข้าวเช้า…ตายเร็ว
เปิดอ่าน 71,609 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
10 เคล็ดลับ แค่นั่งก็ลดน้ำหนักได้☕ คลิกอ่านเลย
10 เคล็ดลับ แค่นั่งก็ลดน้ำหนักได้
เปิดอ่าน 11,925 ครั้ง
เพลง "วันแม่"☕ คลิกอ่านเลย
เพลง "วันแม่"
เปิดอ่าน 23,760 ครั้ง
ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล☕ คลิกอ่านเลย
ผลการออกรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาล
เปิดอ่าน 10,532 ครั้ง
20 วิธีที่คุณควรลอง ถ้าอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกของคุณไม่ทำงาน ☕ คลิกอ่านเลย
20 วิธีที่คุณควรลอง ถ้าอุปกรณ์เชื่อมต่อภายนอกของคุณไม่ทำงาน
เปิดอ่าน 10,554 ครั้ง
ริ้วรอยแตกลายลบได้ด้วยว่านหางจระเข้ ☕ คลิกอ่านเลย
ริ้วรอยแตกลายลบได้ด้วยว่านหางจระเข้
เปิดอ่าน 10,159 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562แผนการปฏิรูปประเทศ ด้านการศึกษา โดย คณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา พฤษภาคม 2562
เปิดอ่าน 11,556 ครั้ง
บรรยากาศ (ATMOSPHERE)บรรยากาศ (ATMOSPHERE)
เปิดอ่าน 17,449 ครั้ง
8 วินัยใหม่เพิ่มเงินเก็บทั้งปี8 วินัยใหม่เพิ่มเงินเก็บทั้งปี
เปิดอ่าน 8,698 ครั้ง
การพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็กการพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก
เปิดอ่าน 7,969 ครั้ง
กำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆกำจัดแก๊สในร่างกายด้วยท่าง่าย ๆ
เปิดอ่าน 14,225 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ