ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

(บทความวิชาการ Best Practice) การจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยยุคใหม่โดยใช้เพลงปลุกใจใหม่ๆ เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกรักชาติ และความเป็นไทย ของนักเรียนในระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น

Modern Thai Dance Learning Management Using Contemporary Patriotic Songs to Enhance National Consciousness and Thainess for Lower Primary School Students

บทคัดย่อ

บทความวิชาการนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อนำเสนอแนวทางการจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยยุคใหม่ โดยการบูรณาการบทเพลงปลุกใจ และเพลงรักชาติร่วมสมัยยุคใหม่ เข้ากับนวัตกรรมการสอนเชิงรุก (Active Learning) และเทคโนโลยีดิจิทัล เพื่อเสริมสร้างจิตสำนึกรักชาติ และความเป็นไทยให้กับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาตอนต้น (ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-3) จากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมและอิทธิพลของสื่อดิจิทัลในปัจจุบัน ส่งผลให้ผู้เรียนในวัยเริ่มเรียนมีแนวโน้มที่จะขาดความสนใจต่อดนตรี และนาฏศิลป์ไทยในรูปแบบดั้งเดิม บทความนี้จึงนำเสนอการใช้บทเพลงรักชาติยุคใหม่ที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานให้ทันสมัย มีความนุ่มนวล ทรงพลัง และสอดคล้องกับมิติสังคมยุคใหม่ มาเป็นสื่อกลางในการออกแบบ "ภาษาท่า" และนาฏยศัพท์ที่เรียบง่าย ไม่ซับซ้อน ผ่านกระบวนการจัดการเรียนรู้ 4 ขั้นตอน (ขั้นกระตุ้น, ขั้นปฏิบัติ, ขั้นสร้างสรรค์, ขั้นสะท้อนคิด) ร่วมกับการประเมินผลตามสภาพจริง แนวทางดังกล่าวจะช่วยให้ผู้เรียนเกิดความสนุกสนาน พัฒนาทักษะกายภาพอย่างสร้างสรรค์ และหล่อหลอมความภาคภูมิใจในอัตลักษณ์ความเป็นไทยอย่างยั่งยืน

คำสำคัญ: การจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ยุคใหม่, เพลงปลุกใจร่วมสมัย, จิตสำนึกรักชาติ, ความเป็นไทย, ประถมศึกษาตอนต้น

________________________________________

1. บทนำ (Introduction)

นาฏศิลป์ไทยเป็นมรดกทางวัฒนธรรม และเป็นเครื่องมือสำคัญในการส่งเสริมคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านการรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ และแสดงออกถึงความเป็นไทยตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน ทว่าในบริบทการศึกษายุคปัจจุบัน การจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยสำหรับเด็กระดับประถมศึกษาตอนต้น (อายุ 6-8 ปี) กำลังเผชิญกับความท้าทายจากกระแสวัฒนธรรมร่วมสมัยและเทคโนโลยีดิจิทัลที่แปรเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว ผู้เรียนในกลุ่ม "Digital Natives" มักคุ้นเคยกับสื่อที่มีความกระชับ เร้าใจ และเข้าถึงง่าย ส่งผลให้การเรียนนาฏศิลป์ในรูปแบบเดิมที่เน้นการท่องจำท่ารำที่ซับซ้อน หรือการใช้ดนตรีปี่พาทย์ดั้งเดิมที่มีความยาว อาจไม่สามารถดึงดูดความสนใจและสร้างแรงจูงใจในการเรียนรู้ได้ดีเท่าที่ควร

การจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทย "ยุคใหม่" จึงต้องมีการปรับปรุงทั้งในแง่ของศาสตร์การสอน (Pedagogy) และสื่อการเรียนรู้ โดยหันมาปฏิรูปการใช้ "เพลงปลุกใจและเพลงรักชาติร่วมสมัย" ในอดีต เพลงปลุกใจมักถูกภาพจำเชื่อมโยงกับการสู้รบ ความแข็งกร้าว หรือทำนองที่หนักแน่นเกินไปสำหรับเด็กเล็ก แต่ในปัจจุบัน หน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงวัฒนธรรม ได้จัดทำโครงการปรับปรุงบทเพลงรักชาติร่วมสมัย (เช่น ชุดรวมใจไทยเป็นหนึ่ง เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก) และการปรับปรุงวีดิทัศน์รวมถึงทำนองเพลงชาติไทยยุคใหม่ให้มีพลัง อ่อนโยน และสะท้อนภาพลักษณ์ความสามัคคีในทุกมิติของสังคมปัจจุบัน การนำบทเพลงยุคใหม่เหล่านี้มาร่วมขับเคลื่อนในการออกแบบท่าทางนาฏศิลป์สำหรับเด็กเล็ก จึงเป็นกลยุทธ์เชิงรุกที่ช่วยทลายกำแพงความน่าเบื่อ ทำให้ดนตรีและท่ารำกลมกลืนไปกับความสนุกสนาน และหล่อหลอมจิตสำนึกรักชาติและความเป็นไทยเข้าไปในจิตใจของผู้เรียนอย่างเป็นธรรมชาติ

2. กรอบแนวคิดเชิงทฤษฎีและจิตวิทยาพัฒนาการเด็กเล็ก

การออกแบบการจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น ต้องอาศัยการประสานกันระหว่าง 3 แนวคิดหลัก ดังนี้:

1. จิตวิทยาพัฒนาการกล้ามเนื้อเด็กเล็ก เน้นท่ารำที่เรียบง่าย เลียนแบบธรรมชาติ

2. บทเพลงรักชาติร่วมสมัยยุคใหม่ ใช้จังหวะกระฉับกระเฉง ทันสมัย ทรงพลัง

3. นวัตกรรมการสอน Active Learning เน้นการมีส่วนร่วม เกมมิฟิเคชัน และ ICT

• พัฒนาการทางกายภาพและการรับรู้จังหวะ: เด็กวัยประถมศึกษาตอนต้นอยู่ในช่วงพัฒนาการของกล้ามเนื้อมัดใหญ่และกล้ามเนื้อมัดเล็ก การเคลื่อนไหวร่างกายจึงต้องเน้นความอิสระ การตอบสนองต่อจังหวะที่เด่นชัดและสม่ำเสมอ เช่น จังหวะมาร์ชร่วมสมัย หรือจังหวะป๊อป-ร็อกที่มีเนื้อหาเชิงสร้างสรรค์

• แนวคิดการเรียนรู้ผ่านทักษะปฏิบัติของเดวีส์ (Davies’ Instructional Model): มุ่งเน้นการจัดลำดับการฝึกจากง่ายไปสู่ความเชี่ยวชาญ เริ่มจากการสังเกตท่าทาง การทำตามคำสั่ง การฝึกความถูกต้อง จนถึงขั้นที่เด็กสามารถแสดงออกตามธรรมชาติและสร้างสรรค์ท่าทางได้เอง

• แนวคิดการสร้างจิตสำนึกร่วม (Social Consciousness): การซึมซับค่านิยมและวัฒนธรรมผ่านกิจกรรมกลุ่มและการเคลื่อนไหวประกอบบทเพลงที่มีเนื้อหาเชิงบวก ช่วยกระตุ้นความรู้สึกผูกพันและความภาคภูมิใจในชาติโดยไม่ต้องใช้วิธีการท่องจำ

3. รูปแบบและขั้นตอนการจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยยุคใหม่

เพื่อเปลี่ยนห้องเรียนนาฏศิลป์ให้เป็นพื้นที่แห่งการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ผู้สอนสามารถใช้รูปแบบกระบวนการจัดกิจกรรม 4 ขั้นตอน ดังนี้:

1) ขั้นกระตุ้นความสนใจและจินตนาการ (Inspiration & ICT)

ผู้สอนนำเทคโนโลยีดิจิทัลเข้ามามีส่วนร่วม เช่น การเปิดคลิปวิดีโอสั้น หรือแอนิเมชันประกอบเพลงชาติไทยยุคใหม่ เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก หรือเพลงรักชาติร่วมสมัยที่มีภาพการ์ตูนหรือกราฟิกที่สวยงาม เพื่อกระตุ้นความสนใจของเด็กและตั้งคำถามเพื่อโยงเข้าสู่เนื้อหาประวัติศาสตร์ และความเป็นไทยอย่างเข้าใจง่าย

2) ขั้นปฏิบัติการเคลื่อนไหวสร้างสรรค์ (Action & Practice)

ถอดรหัสเนื้อร้องของเพลงรักชาติยุคใหม่ เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก มาแปรเปลี่ยนเป็น "ภาษาท่าทางนาฏศิลป์พื้นฐาน" ที่ตัดทอนความซับซ้อนลง เช่น ท่าตั้งวงบน ท่าล่อแก้ว หรือท่าป้องหน้า โดยประยุกต์ให้เข้ากับบริบทของเพลง เช่น ท่าทางที่สื่อถึงความสามัคคี การโอบอุ้ม หรือความรักแผ่นดิน โดยให้เด็กฝึกปฏิบัติตามเป็นกลุ่มเพื่อสร้างความพร้อมเพรียง

3) ขั้นเกมมิฟิเคชันสอดแทรกความรักชาติ (Gamification)

เปลี่ยนการทดสอบรำรายบุคคลที่ตึงเครียด มาเป็นการใช้เกมมิฟิเคชัน (Gamification) เช่น กิจกรรม "ภารกิจผู้กล้าตัวน้อย" โดยแบ่งกลุ่มนักเรียนจำลองเป็นทีมนักแสดงร่วมกันออกแบบการแปรแถวตามจังหวะเพลง มีระบบการให้คะแนนแบบ "คะแนนสะสมความสามัคคี" หรือการมอบตราสัญลักษณ์ (Badges) ดิจิทัลเมื่อปฏิบัติภารกิจสำเร็จ

4) ขั้นสะท้อนคิดและแสดงออกตามสภาพจริง (Reflection & Assessment)

ให้นักเรียนร่วมกันพูดคุยสั้นๆ หลังจบกิจกรรมว่าตนเองรู้สึกอย่างไร ขณะรำประกอบเพลงนั้นๆ และเนื้อหาของเพลงสื่อถึงอะไร เพื่อเป็นการถอดบทเรียนและปลูกฝังจิตสำนึกรักชาติอย่างแนบเนียน

4. แนวทางการเลือกบทเพลงรักชาติยุคใหม่ เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก และการประยุกต์ใช้ทักษะนาฏศิลป์

การเลือกบทเพลงในยุคใหม่นี้จะมุ่งเน้นไปที่บทเพลงที่มีการเรียบเรียงเสียงประสานใหม่ มีความสดใหม่ ทันสมัย และฟังง่าย เหมาะสมกับช่วงวัยของเด็กเล็ก:

บทเพลงรักชาติยุคใหม่ เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก หรือเพลงร่วมสมัย คุณลักษณะของทำนองและเนื้อหา การประยุกต์ใช้ในท่ารำนาฏศิลป์ไทยสำหรับเด็กเล็ก

เพลงชาติไทย (เวอร์ชันเรียบเรียงทำนองใหม่) ปรับทำนองให้มีความนุ่มนวล ทรงพลัง มีชีวิตชีวา และเน้นภาพลักษณ์ความมีวินัยของเด็ก ใช้ท่ารำพื้นฐานที่สะท้อนความเข้มแข็งอย่างอบอุ่น เช่น ท่าวันทยหัตถ์ประยุกต์ผสมผสานกับการตั้งวง และการก้าวเท้าเยื้องย่างอย่างมั่นคงตามจังหวะมาร์ช เพลงแผ่นดินไทยเวอร์ชั่นเด็ก ท่ารักสงบ ท่าสู้ (กำมือดึงลงมาข้างลำตัว แล้วประสานการตั้งวงแบบไขว้ระดับหน้าอก จากนั้นสับมือเฉียงลงระดับด้านล่างข้างลำตัว) เพลงรักชาติร่วมสมัย (โครงการกระทรวงวัฒนธรรม) มีการใช้เครื่องดนตรีสากลผสมดนตรีไทย ทำนองร่วมสมัย (Contemporary) ฟังง่าย ไม่ซับซ้อน ใช้ "ภาษาท่าจำลองธรรมชาติ" เช่น ท่ารัก (มือประสานที่อก) ท่าโอบอุ้มแผ่นดิน (การกางแขนตั้งวงหงายระดับต่ำแล้วค่อยๆ รวบเข้ามา) ซึ่งช่วยสื่อความหมายตามเนื้อเพลง

เพลงให้กำลังใจและรักแผ่นดิน (เวอร์ชันโมเดิร์น) เน้นจังหวะที่กระฉับกระเฉง สนุกสนาน มีเสียงกลองที่เร้าใจและสร้างความสามัคคี เน้นการแปรแถววงกลมและหน้ากระดาน ท่ารำเน้นความพร้อมเพรียง การตบมือประกอบจังหวะนาฏศิลป์ เพื่อฝึกทักษะปฏิสัมพันธ์ร่วมกันในห้องเรียน

5. การวัดและประเมินผลเชิงนวัตกรรม (Modern Assessment)

ในอดีตการประเมินผลนาฏศิลป์จะเน้นความถูกต้องขององศาท่ารำเป็นหลัก แต่สำหรับการจัดการเรียนรู้ยุคใหม่ของเด็กเล็ก จะมุ่งเน้นการประเมินผลตามสภาพจริง (Authentic Assessment) ประกอบด้วย:

• การประเมินโดยเพื่อน (Peer Assessment): ให้เด็กๆ สังเกตและชื่นชมจุดเด่นของเพื่อน เช่น "กลุ่มนี้รำได้พร้อมเพรียงและยิ้มแย้มแจ่มใสมาก" เพื่อส่งเสริมกระบวนการกลุ่มและความสามัคคี

• แฟ้มสะสมงานดิจิทัล (Digital Portfolio): ผู้สอนทำการบันทึกวิดีโอการแสดงสั้นๆ ของนักเรียนลงในแอปพลิเคชันหรือแพลตฟอร์มห้องเรียนออนไลน์ เพื่อส่งต่อให้ผู้ปกครองได้ชื่นชมพัฒนาการ ซึ่งสร้างแรงเสริมเชิงบวก (Positive Reinforcement) ให้แก่เด็กเล็กๆ

6. บทสรุป (Conclusion)

การจัดการเรียนรู้นาฏศิลป์ไทยยุคใหม่โดยใช้เพลงปลุกใจ และเพลงรักชาติเพลงใหม่ๆ สำหรับนักเรียนระดับประถมศึกษาตอนต้น เป็นการบูรณาการมิติทางศิลปวัฒนธรรม ทัศนคติเชิงบวก และพฤติกรรมศาสตร์เข้าด้วยกันอย่างลงตัว การนำทำนองดนตรีร่วมสมัยที่ทรงพลังแต่ทว่าอ่อนโยนมาทดแทนดนตรีแบบดั้งเดิมที่เข้าใจยาก ช่วยลดช่องว่างระหว่างตัวผู้เรียนยุคดิจิทัล กับศิลปะประจำชาติ กระบวนการเรียนรู้เชิงรุกและนวัตกรรมการสอนที่สนุกสนานไม่เพียงแต่จะช่วยส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกาย ความคิดสร้างสรรค์ และอารมณ์ของเด็กเล็กเท่านั้น แต่ยังเป็นกลไกสำคัญในการปลูกฝัง "จิตสำนึกรักชาติและความเป็นไทย" ให้ฝังรากลึกลงในจิตใจของเยาวชนอย่างสร้างสรรค์ ละมุนละไม และยั่งยืน พร้อมที่จะเติบโตเป็นพลเมืองดีของชาติต่อไป

บรรณานุกรม (References)

กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย.

กระทรวงวัฒนธรรม. (2562). แนวทางการส่งเสริมค่านิยมและความเป็นไทยในสถานศึกษา ยุคดิจิทัล. โรงพิมพ์สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ.

กุลธิดา ทรัพย์สิงห์. (2564). การจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) เพื่อพัฒนาทักษะปฏิบัติวิชานาฏศิลป์ไทย. วารสารศิลปกรรมศาสตร์, 13(2), 45-58.

ฉัตรชัย ศิริสมบัติ. (2565). ดนตรีและเพลงปลุกใจกับการสร้างอุดมการณ์รักชาติในสังคมไทย. สำนักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.

ชลชล สุขารมณ์. (2563). จิตวิทยาพัฒนาการสำหรับเด็กประถมศึกษาตอนต้น. สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ทิศนา แขมมณี. (2561). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 22). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.

ประไพพรรณ ยอดรักษา. (2566). การประยุกต์ใช้เกมมิฟิเคชัน (Gamification) ในการจัดการเรียนรู้วิชาศิลปะในศตวรรษที่ 21. วารสารนวัตกรรมการเรียนรู้และการศึกษา, 5(1), 112-125.

พจนีย์ มีสัจจะ. (2565). การศึกษาความต้องการและเจตคติตต่อการเรียนนาฏศิลป์ไทยของนักเรียนระดับประถมศึกษาในยุคดิจิทัล. วารสารครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏ, 8(3), 201-215.

สำนักงานปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี. (2562). การปรับปรุงวีดิทัศน์และทำนองเพลงชาติไทยร่วมสมัย. กรมประชาสัมพันธ์.

Davies, I. K. (1971). The management of learning. McGraw-Hill.

Prensky, M. (2001). Digital natives, digital immigrants part 1. On the Horizon, 9(5), 1-6.

โพสต์โดย กล้วย : [18 ส.ค. 2569 (10:01 น.)]
อ่าน [82] ไอพี : 110.168.141.88
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 36,755 ครั้ง
สัตว์พวกปลาไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย โดนถูกเบ็ดเกี่ยวดิ้น ก็ไม่ได้ตกอกตกใจ(วิทย์)
สัตว์พวกปลาไม่มีความรู้สึกเจ็บปวดเลย โดนถูกเบ็ดเกี่ยวดิ้น ก็ไม่ได้ตกอกตกใจ(วิทย์)

เปิดอ่าน 39,469 ครั้ง
โฉมใหม่ หอพัก สกสค. "บ้านหลังที่สองของครู"
โฉมใหม่ หอพัก สกสค. "บ้านหลังที่สองของครู"

เปิดอ่าน 12,444 ครั้ง
 ประโยชน์ของการดื่มน้ำ
ประโยชน์ของการดื่มน้ำ

เปิดอ่าน 13,933 ครั้ง
สมาธิสั้นเทียม
สมาธิสั้นเทียม

เปิดอ่าน 23,110 ครั้ง
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.6 โดย สสวท.
วีดิทัศน์ประกอบการสอนคณิตศาสตร์ชั้น ป.6 โดย สสวท.

เปิดอ่าน 8,980 ครั้ง
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก
รื้อระบบ - แก้ยกแผงดันมหาวิทยาลัยไทยสู่ระดับโลก

เปิดอ่าน 15,700 ครั้ง
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?
เนียนจริง มุขเด็ดสำหรับการหาที่จอดรถ ดูซิ เจ๊แกใช้มุขไหน?

เปิดอ่าน 17,914 ครั้ง
เตือนภัย : ฝนตก ยุงลายชุกชุม ระวังไข้เลือดออกคุกคามเด็กๆ
เตือนภัย : ฝนตก ยุงลายชุกชุม ระวังไข้เลือดออกคุกคามเด็กๆ

เปิดอ่าน 32,906 ครั้ง
วิธีเพาะทานตะวันงอก
วิธีเพาะทานตะวันงอก

เปิดอ่าน 95,038 ครั้ง
ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์  กันแน่
ปล้นสะดม หรือ ปล้นสดมภ์ กันแน่

เปิดอ่าน 17,558 ครั้ง
อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว
อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว

เปิดอ่าน 38,601 ครั้ง
พระนามพระเป็นเจ้าทางศาสนาพราหมณ์
พระนามพระเป็นเจ้าทางศาสนาพราหมณ์

เปิดอ่าน 18,010 ครั้ง
ประโยชน์ของโยเกิร์ต
ประโยชน์ของโยเกิร์ต

เปิดอ่าน 5,215 ครั้ง
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"
แนะนำสถานที่ทำบุญตามวันเกิด รับวันพระใหญ่ "วิสาขบูชา"

เปิดอ่าน 14,297 ครั้ง
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน
สอนอย่างไรให้เด็กคิดเขียน

เปิดอ่าน 12,968 ครั้ง
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดเว็บ"ยากับคุณ" ช่วยคนไทยห่างไกลโรค
เปิดอ่าน 17,903 ครั้ง
เทคนิคซ้อนฉากหลังของหนังฮอลลีวูด เจ๋งจริงๆ
เทคนิคซ้อนฉากหลังของหนังฮอลลีวูด เจ๋งจริงๆ
เปิดอ่าน 29,047 ครั้ง
"ประกาศสงกรานต์" ปี 2556
"ประกาศสงกรานต์" ปี 2556
เปิดอ่าน 1,421 ครั้ง
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล
หน้าบาน แก้มเยอะ แชร์ 6 วิธีแก้ ปรับหน้าเรียวอย่างเห็นผล
เปิดอ่าน 14,250 ครั้ง
เชื่อไหมว่าเรามียาดีประจำบ้าน ก็เกลือที่อยู่ในครัวนี่เอง
เชื่อไหมว่าเรามียาดีประจำบ้าน ก็เกลือที่อยู่ในครัวนี่เอง

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ