ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > สมาธิสั้นเทียม

สมาธิสั้นเทียม

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 22 มิ.ย. 2553 เปิดอ่าน : 8,275 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

Advertisement

           เนื่องจากโรคสมาธิสั้นนั้นพบได้บ่อยในเด็ก โดยพบถึง 3 - 10 % ของเด็กวัยเรียนครับ แต่โดยทั่วไปแล้วแพทย์มักให้การวินิจฉัยและให้การรักษาโรคสมาธิสั้น เมื่อเด็กเข้าวัยเรียนแล้ว คือชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 หรืออายุประมาณ 6-7 ปี แต่เนื่องจากปัจจุบัน คุณพ่อคุณแม่รวมถึงคุณครูมีความรู้ ความเข้าใจกลุ่มอาการนี้มากขึ้น ดังนั้นจึงไม่แปลกเลยครับ ที่มีการส่งเด็กมาปรึกษาแพทย์มากขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กวัยอนุบาล บางครั้งอาจพบว่าเด็กบางคนดูคล้ายเด็กสมาธิสั้นครับ แต่จริง ๆ ไม่ใช่ อาจเรียกว่าเป็นสมาธิสั้นเทียมก็ได้ครับ เราลองมาดูกันว่าเด็กสมาธิสั้นเทียมเกิดจากภาวะอะไรได้บ้าง

เด็กที่ขาดการควบคุมกฎเกณฑ์

           เด็กกลุ่มนี้จะซนมาก เนื่องมาจากการที่เด็กไม่ได้รับการควบคุมกฎเกณฑ์ระเบียบ วินัย จากพ่อแม่อย่างเพียงพอ พูดง่าย ๆ ก็คือเด็กดื้อที่พ่อแม่ตามใจนั่นเองครับ เนื่องจากพ่อแม่ห้ามอะไร ก็จะไม่ฟังเลย และพ่อแม่เองก็ไม่มีวิธีการที่มีประสิทธิภาพในการควบคุมลูกด้วย เด็กกลุ่มนี้จึงสามารถทำอะไรก็ได้ที่อยากทำ เคลื่อนไหวได้ทุกทิศทาง มักจะหยิบจับของที่ไม่ควรเล่น อาจจะรื้อข้าวของ ทำของเสียหาย ปืนป่าย เล่นโลดโผน เวลาโกรธก็อาจมีพฤติกรรมก้าวร้าวด้วย เช่นทำร้ายคนอื่น ตีพ่อแม่ ทำร้ายตัวเอง ขว้างปาสิ่งของ เด็กกลุ่มนี้จึงถูกสงสัยว่าจะเป็นโรคสมาธิสั้นหรือเปล่า

ระบบการศึกษา  

           อาการคล้ายสมาธิสั้นแบบนี้มักพบในเด็กอนุบาลที่ถูกเร่งเรียนครับ เนื่องจากการสอบแข่งขันเป็นปัญหาในระบบการศึกษาไทยมาตลอด เด็กถูกฝึกให้ท่องจำมากที่สุด ฝึกทำข้อสอบ คิดคำนวณให้เร็วที่สุด ถูกต้องที่สุด เพื่อที่จะได้มีโอกาสสูงสุดในการสอบเข้ามหาวิทยาลัย การจะสอบแข่งขันให้ชนะ เพื่อแย่งกันเข้ามหาวิทยาลัย และคณะที่ดีให้ได้ก็ต้องไล่ลงมาเป็นการแข่งขันกัน เพื่อให้ได้โรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุด

           และเพื่อจะให้ได้เข้าโรงเรียนมัธยมปลายที่ดีที่สุด ก็ต้องแย่งกันเข้าโรงเรียนมัธยมต้นดี ๆ ไล่ลงมาถึงจะให้ได้เข้าโรงเรียนมัธยมต้นที่ดีที่สุด ก็ต้องแย่งกันเข้าโรงเรียนประถมดี ๆ ให้ได้ก่อน จนกระทั่งระดับล่างสุดคือเร่งเรียนในวัยอนุบาล เด็กอนุบาล 2 หรืออนุบาล 3 บางคนถูกเร่งให้เรียนอ่านเขียน ต้องผสมคำภาษาไทย ภาษาอังกฤษได้ ต้องบวกลบเลขสองหลัก ท่องสูตรคูณแม่ 7 ให้ได้ จริงอยู่....ที่อาจจะมีเด็กอนุบาลส่วนหนึ่งมีสมาธิต่อเนื่อง นั่งเรียนแบบเน้นวิชาการพอได้ แต่โดยทั่วไปแล้ว พัฒนาการในเรื่องสมาธิของเด็กอนุบาลส่วนใหญ่นั้นจะยังไม่ ต่อเนื่อง สนใจอะไรได้ไม่นานนัก วัยอนุบาลจึงควรเน้นกิจกรรม เรียนผ่านการเล่น และส่งเสริมการเรียนรู้อย่างมีความสุข เด็กควรเริ่มเรียนวิชาการจริงจังเมื่ออายุเข้าวัยเรียนแล้ว คือชั้นประถมศึกษาปีที่1 หรืออายุประมาณ 6-7 ปี ซึ่งเป็นช่วงวัยที่สมาธิจะยาวและต่อเนื่องขึ้น

           แต่ถ้าเด็กอนุบาลส่วนหนึ่ง ถูกคุณครูและระบบการศึกษาคาดหวังให้นั่งนิ่ง ๆ นาน ๆ เป็นชั่วโมง เพื่อคัด ๆ เขียน ๆ ท่อง ๆ จำ ๆ จึงทำให้เกิดปัญหากับเด็กที่ปกติกลุ่มหนึ่ง ซึ่งยังไม่พร้อมและไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ครับ จึงเป็นที่มาของการที่คุณครูหรือคุณพ่อคุณแม่บางคน ส่งลูกมาปรึกษาเพราะสงสัยว่าจะสมาธิสั้น

           นอกจากนั้นความคาดหวังยังทำให้เกิดการกวดวิชาเด็กอนุบาลสาม เพื่อจะได้สอบเข้าโรงเรียนประถมดี ๆ หรือที่เรียกกันว่า เอนทรานซ์ฟันน้ำนม นั่นแหละครับ ภาพผู้ปกครองอุ้มลูกน้อยวัยอนุบาลดู ประกาศผลสอบเข้าที่บอร์ดของโรงเรียนที่มีชื่อเสียง ผู้ผิดหวังทั้งพ่อแม่และลูกบางคนร้องไห้น้ำตาซึม ไม่แตกต่างไปจากวันประกาศผลเอนทรานซ์ หรือแอดมิชชั่นเลย ลูกน้อยวัยอนุบาลอาจถามพ่อแม่ว่า "หนูไม่เก่งหรือ จึงเข้าโรงเรียนนี้ไม่ได้"  ทั้ง ๆ ที่ความสามารถในการสอบแข่งขัน อาจไม่ใช่ปัจจัยเดียวของความสำเร็จทางการศึกษา แต่มีปัจจัยเรื่องของสมอง การเรียนรู้อย่างมีความสุข และศักยภาพด้านต่าง ๆ ของคนเรามาเกี่ยวข้องมากมายครับ

เด็กปัญญาเลิศ (Gifted child)

           คือเด็กที่มีระดับสติปัญญาสูงมาก ( I.Q. อาจสูงถึง 130-140 ) เด็กกลุ่มนี้ก็จะดูคล้ายเด็กสมาธิสั้นครับ เนื่องจากความที่เขาฉลาดมาก จึงมักมีความอยากรู้อยากเห็น มีพลังงานในตัวเองมาก นอกจากนี้เขาจะมีสมาธิดีมากเฉพาะเรื่องซึ่งตนเองสนใจเท่านั้น ถ้าเรื่องไหนไม่อยู่ในความสนใจ ก็อาจไม่สนใจเลย จึงดูคล้ายเด็กสมาธิสั้นได้ เรื่องไหนที่สนใจ เขาก็จะพยายามค้นคว้า จนมีความรู้เกินวัย ที่ผมเคยเจอก็เช่น เด็กปัญญาเลิศบางคนสนใจเรื่องเครื่องบินก็จะค้นคว้าจน รู้จักเครื่องบินทุกรุ่น รู้ไปจนถึงเครื่องยนต์กลไกในการบิน และการบังคับการบินในห้องนักบิน บางคนสนใจเรื่องดาราศาสตร์ อาจศึกษาลึกลงไปถึงวงโคจรของดาวอังคารเลยทีเดียว

           อย่างไรก็ตาม กลุ่มอาการสมาธิสั้นเทียมทั้งหมดที่กล่าวมานี้ คุณพ่อคุณแม่หรือคุณครูไม่ควรวินิจฉัยเองนะครับ ควรให้แพทย์ตรวจประเมินก่อนเสมอ โดยเฉพาะกลุ่มที่ขาดการควบคุมกฎเกณฑ์ แพทย์อาจต้องให้คำแนะนำในการปรับพฤติกรรม

           และถึงแม้จะสงสัยว่าเป็นสมาธิสั้นเทียม แต่แพทย์ก็ต้องติดตามอาการต่อไป เนื่องจากเด็กอนุบาลที่มีปัญหาพฤติกรรม หรือปัญหาการเรียน ส่วนหนึ่งเมื่อโตขึ้นก็อาจเป็นโรคสมาธิสั้นจริง ๆ ก็ได้

โดย : น.พ. กมล แสงทองศรีกมล
นิตยสารแม่และเด็ก

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> สมาธิสั้นเทียม , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ต้นกำเนิดของปลา

ต้นกำเนิดของปลา
เปิดอ่าน 11,782 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน☕ คลิกอ่านเลย
มะระขี้นก ต้านเบาหวาน
เปิดอ่าน 1,877 ครั้ง
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี☕ คลิกอ่านเลย
เปลี่ยนผิวหน้าพังให้กลับมาสวยปังกับ 4 การรักษาฝ้าอย่างถูกวิธี
เปิดอ่าน 2,493 ครั้ง
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency☕ คลิกอ่านเลย
ทำไมถึงต้องใช้บริการบริษัท Digital Agency
เปิดอ่าน 2,571 ครั้ง
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล☕ คลิกอ่านเลย
เยือนประเทศลาว เข้าเมืองเวียงจันทน์ สัมผัสวัฒนธรรมใกล้แหล่งที่พักเวียงจันทน์สุดชิล
เปิดอ่าน 7,503 ครั้ง
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?☕ คลิกอ่านเลย
SEO กับ SEM คืออะไร...ต่างกันแค่ไหน?
เปิดอ่าน 4,677 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558หลักสูตรการสอบภาค ข ครูผู้ช่วย สพฐ. ตามหนังสือ ว14/2558
เปิดอ่าน 19,531 ครั้ง
วิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียววิธีการลดขนาดภาพ โดยลดขนาดความกว้างของภาพหลายภาพในครั้งเดียว
เปิดอ่าน 12,711 ครั้ง
เทคนิคเลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสมเทคนิคเลือกกระถางต้นไม้ให้เหมาะสม
เปิดอ่าน 12,345 ครั้ง
รู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอกรู้ไว้ไม่เสียหาย! ตัวเลข "เฮง-ชง" ประจำปีวอก
เปิดอ่าน 9,030 ครั้ง
ผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบผักสุกมีคุณค่าอาหารสูงกว่าดิบ
เปิดอ่าน 14,649 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ