การนิเทศเรื่อง การพัฒนาคู่มือเสริมสร้างความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สำหรับครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาคู่มือเสริมสร้างความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก เพื่อนิเทศ ติดตาม การนำคู่มือไปใช้ในการพัฒนาครูสุขศึกษา และเพื่อประเมินความรู้ความเข้าใจ คุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และความพึงพอใจของครูสุขศึกษาที่มีต่อคู่มือ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมา จำนวน 58 คน จาก 58 โรงเรียน ซึ่งได้มาโดยการคัดเลือกอาสาสมัคร (Voluntary Sampling) โดยมีการแบ่งพื้นที่การนิเทศติดตามออกเป็น 6 กลุ่มพื้นที่ ผู้รายงานนำกระบวนการนิเทศแบบ SAON (สะออน) มาใช้ในการพัฒนาการจัดการเรียนรู้เชิงรุกด้านการจัดการเรียนรู้ สำหรับครูสุขศึกษา ประกอบด้วยขั้นตอน 4 ขั้น ได้แก่ 1) การกำหนดกลยุทธ์ (Strategy- S) 2) การเรียนรู้จากการฝึกอบรม (Action Training-A) 3) การปฏิบัติการพัฒนาร่วมกัน (Operational Development-O) และ 4) การสร้างเครือข่ายและขยายผลที่ยั่งยืน (Networking-N)
เครื่องมือการนิเทศ ประกอบด้วย 1) คู่มือการพัฒนาความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกสำหรับครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 5 บท 2) แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก ก่อนและหลังการนิเทศ 3) แบบประเมินคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุก และ 4) แบบสอบถามความพึงพอใจของครูต่อการใช้คู่มือการพัฒนาความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) และการพรรณนาความ
สรุปผลการนิเทศ
1. ครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้เชิงรุก หลังการนิเทศและใช้คู่มือฯ สูงกว่าก่อนการนิเทศ คิดเป็นร้อยละ 80 ขึ้นไป
2. ครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ร้อยละ 80 มีค่าเฉลี่ยคะแนนคุณภาพการจัดการเรียนรู้เชิงรุกอยู่ในระดับดีขึ้นไป และสามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุกได้สอดคล้องตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551
3. ครูสุขศึกษาชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจต่อการใช้คู่มือการพัฒนาความสามารถด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกโดยรวมอยู่ในระดับมาก
ข้อเสนอแนะ
1. ควรสนับสนุน ส่งเสริมให้มีการพัฒนาคู่มือการจัดการเรียนรู้เชิงรุกในกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น เพื่อขยายผลการพัฒนาครูในสังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดนครราชสีมาอย่างต่อเนื่อง
2. ควรใช้กลยุทธ์การนิเทศที่หลากหลาย เช่น การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching) การสังเกตชั้นเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ครูสามารถนำการจัดการเรียนรู้เชิงรุกไปประยุกต์ใช้ได้อย่างยั่งยืน
3. ควรติดตามผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและความรอบรู้ด้านสุขภาพของนักเรียนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนประสิทธิผลของการพัฒนาครูสู่คุณภาพผู้เรียนในระยะยาว