ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2
ผู้วิจัย นางสาวอรวรรณ บัวแสนวงศ์วัฒนา
ตำแหน่ง ครู วิทยฐานะ ครูชำนาญการพิเศษ
สังกัด โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร อำเภอพิบูลมังสาหาร
จังหวัดอุบลราชธานี กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย
ปีที่วิจัย 2567
บทคัดย่อ
การพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) สำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์ 2) พัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์ 3) ทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์ และ 4) ศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง-อีเอฟ กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ สำหรับเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่าง คือ เด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล 1 (บ้านโพธิ์กลาง) เทศบาลเมืองพิบูลมังสาหาร จังหวัดอุบลราชธานี ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1 ห้องเรียน จำนวน 29 คน ซึ่งเป็นการเลือกกลุ่มตัวอย่างโดยวิธีการสุ่มตัวอย่างแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) จากเด็กทั้ง 3 ห้องเรียน ซึ่งมีลักษณะคล้าย ๆ กัน เด็กเก่ง ปานกลาง และอ่อน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย แบบวิเคราะห์เอกสาร แบบสัมภาษณ์ แบบสอบถาม รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน คู่มือการใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แผนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน แบบวัดทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ และแบบสอบถามความพึงพอใจ การวิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหาและใช้สถิติเชิงพรรณนา ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าทีในการเปรียบเทียบทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ
ผลการวิจัย พบว่า
1. ผลการสำรวจปัญหาและความต้องการในการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กขาดระเบียบวินัยในการอยู่ร่วมกันในสังคม ขาดการมีส่วนร่วมในการทำกิจกรรมกลุ่ม ไม่สามารถเข้ากับเพื่อนได้ ไม่สามารถทำกิจวัตรประจำวันได้ด้วยตนเอง ไม่มีสมาธิในการทำงานที่ได้รับมอบหมาย ขาดการลงมือปฏิบัติจริงอย่างเป็นระบบ ยังใช้กล้ามเนื้อตั้งแต่ข้อมือ ฝ่ามือ นิ้วมือทุกนิ้วได้ไม่คล่องแคล่ว เอาแต่ใจไม่รับฟังคนอื่น ขาดความรอบคอบในการทำงาน ไม่สามารถยืดหยุ่นความคิดได้เอง ครูยังขาดเทคนิคและสื่ออุปกรณ์ในการส่งเสริมทักษะที่จำเป็น ในการศึกษาศตวรรษที่ 21 ควรมีการกระตุ้นการมีปฏิสัมพันธ์ที่ดีต่อเพื่อน กล้าที่จะลงมือทำ กล้าตัดสินใจ กล้าแสดงออก คิดและปฏิบัติอย่างมีระบบ แสวงหาคำตอบอย่างมีเหตุมีผล เกิดความคิดสร้างสรรค์ สิ่งใหม่ ๆ เรียนรู้ด้วยวิธีการที่หลากหลาย ใช้กล้ามเนื้อมัดเล็กให้คล่องแคล่ว สร้างแรงบันดาลใจให้เด็กมีความมุ่งมั่น ตั้งใจในการทำกิจกรรมให้สำเร็จลุล่วง และครูควรใช้เทคนิคการสอนที่เหมาะสมกับเด็ก
2. ผลการพัฒนารูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า รูปแบบการจัดประสบการณ์ มี 5 องค์ประกอบ คือ 1) หลักการของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 2) ลักษณะการจัดประสบการณ์ 3) จุดประสงค์ของรูปแบบการจัดประสบการณ์ 4) กระบวนการจัดประสบการณ์ ตามขั้นตอนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Bag Do Model 5 ขั้นตอน คือ 4.1) ขั้นให้ความรู้พื้นฐาน 4.2) ขั้นกระตุ้นความสนใจ 4.3) ขั้นจัดกลุ่ม 4.4) ขั้นลงมือทำ และ 4.5) ขั้นนำเสนอ และ 5) การประเมินรูปแบบการจัดประสบการณ์ ซึ่งผลการประเมินความเหมาะสมของรูปแบบการจัดประสบการณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่า โดยรวมมีความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.34, S.D. = 0.53)
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า เด็กที่ได้รับการจัดประสบการณ์ตามรูปแบบ ด้วยขั้นตอนการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐาน Bag Do Model หลังการจัดประสบการณ์สูงกว่าก่อนการจัดประสบการณ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลการศึกษาความพึงพอใจของเด็กที่มีต่อรูปแบบการจัดประสบการณ์โดยใช้โครงงานเป็นฐานร่วมกับแนวคิดการเรียนรู้จากนิทาน เพื่อส่งเสริมทักษะสมอง EF กลุ่มทักษะพื้นฐานและการปฏิบัติ ของเด็กปฐมวัย ชั้นอนุบาลปีที่ 2 พบว่า โดยรวมมีระดับความพึงพอใจอยู่ในระดับมาก (x̄ = 2.76, S.D. = 0.43)