ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"

คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 18 พ.ย. 2559 เปิดอ่าน : 7,246 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"

Advertisement

โดย บุญญฤทธิ์ บัวขำ

นับตั้งแต่ พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว ได้พระราชทานกำเนิดลูกเสือไทยเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม 2454 ถือเป็นประเทศอันดับ 3 ของโลก ที่มีลูกเสือ กาลเวลาผ่านไป 105 ปี กิจการลูกเสือทั่วโลกเจริญก้าวหน้าไปมากมายทั้งด้านปริมาณและคุณภาพ

สำหรับประเทศไทย ปริมาณลูกเสือเจริญก้าวหน้ากว่าชาติใดๆ เพราะตามหลักสูตรของการศึกษาไทยได้บังคับให้นักเรียนชายทุกคนต้องเป็นลูกเสือ

แตกต่างจากต่างประเทศ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นระบบอาสาสมัคร ทำให้กระบวนการในไทยเริ่มถดถอยลง เพราะกิจกรรมเข้าไปไม่ถึงตัวเด็กอย่างแท้จริง แต่กลับไปถึงบุคลากรทางลูกเสือมากกว่า

โดยเฉพาะวิชาลูกเสือที่เป็นทักษะพิเศษที่น่าสนใจกลับไม่นำมาเปิดสอน เช่น วิชาช่วยเหลือคนตกน้ำ หรือการเดินทางไกลก็เริ่มลดเหลือน้อยลง

กระทั่ง ดร.จารึก อะยะวงศ์ ประธานกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานโรงเรียนวัดพุทธบูชา ผู้สนใจในกิจการลูกเสือไทยมาร่วม 40 ปี ได้เขียนบทความลงหนังสือพิมพ์มติชนรายวันมาแล้วหลายฉบับ หนึ่งในนั้นคือฉบับวันที่ 31 สิงหาคม 2559 หลังการลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ

ซึ่ง ดร.จารึก ต้องการให้มีการปฏิรูปลูกเสืออย่างจริงจัง เพื่อให้การศึกษาไทยก้าวหน้าอย่างแท้จริง

ดร.จารึก เผยว่า ปัจจุบันคุณภาพของลูกเสือไทยเริ่มถดถอยลงไปกว่าที่ผ่านมา ทำให้ประชาชน รวมถึงผู้ที่อยู่ในวงการลูกเสือเริ่มพูดถึงกรณีนี้มากขึ้น

ปัญหามาจาก 3 ปัจจัย คือ 1.เป็นระบบราชการ 2.เป็นหลักสูตรบังคับให้ทุกคนต้องเป็นลูกเสือ และ 3.กระบวนการฝึกอบรมไม่สอดคล้องกับพระราชบัญญัติลูกเสือ พ.ศ.2551 มาตราที่ 4 ซึ่งระบุว่าให้เด็กและเยาวชน ทั้งชายและหญิงอาสาสมัครเข้ามาเป็นลูกเสือและเนตรนารี ไม่ใช่เป็นระบบหลักสูตร

อีกทั้งยังไม่ตรงกับหลักการของขบวนการลูกเสือสากลตามที่ "ลอร์ด เบเดน โพเอลล์" ผู้ให้กำเนิดกิจการลูกเสือชาวอังกฤษได้กล่าวไว้ว่า

"การลูกเสือมิใช่เรื่องวิชาการที่พึงศึกษาอย่างคร่ำเคร่ง อีกทั้งไม่ใช่การประมวลของลัทธิคำสั่งสอนและตำรับตำราทั้งหลาย หากแต่เป็นเกมการละเล่นสนุกสนานกลางแจ้ง เป็นสถานที่ที่ผู้ใหญ่กับเด็กสามารถออกไปผจญภัยร่วมกัน ดุจพี่น้องทั้งวัยสูงกว่าและอ่อนกว่า อันนำมาซึ่งสุขภาพอนามัยและความสุขสำราญ ความชำนาญด้วยฝีไม้ลายมือและการช่วยเหลือเอื้ออาทรต่อกัน นี่คืออุดมการณ์ลูกเสือที่เกิดขึ้นมา"

เมื่อผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สอบถามผู้เรียนหลายคน ส่วนใหญ่ต่างให้ความเห็นว่า "ลูกเสือ-เนตรนารี" เป็นวิชาที่ดี เพราะช่วยให้มีระเบียบวินัย และเป็นจุดเริ่มต้นของการเรียนรู้เรื่องการช่วยเหลือผู้อื่น

แต่เรื่องของหลักสูตรและระบบการเรียนการสอน ยังไม่ถูกใจบรรดาลูกเสือ-เนตรนารีรุ่นเยาว์มากนัก จนทำให้พวกเขาและเธอรู้สึกไม่อยากเรียนวิชานี้

นายดวง บุญจันทร์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/3 จากโรงเรียนมักกะสันพิทยา ให้ความเห็นว่า รู้สึกเบื่อที่ต้องมาเรียนแบบซ้ำๆ เดิมๆ และต้องมานั่งฟังครูผู้สอนวิชาลูกเสือบ่น

"อยากให้ครูเขาชวนกันร้องเพลง เต้น เหมือนเวลาไปเข้าค่าย ทุกวันนี้การผูกเงื่อนที่ครูสอนก็จำไม่ได้แล้ว เพราะไม่ได้นำไปใช้เลย ได้ใช้เพียงแค่ระหว่างเข้าค่ายเท่านั้น" นายดวง กล่าว

นางสาวชลธิชา จิตรภักดี นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3/1 โรงเรียนมักกะสันพิทยา ให้ความเห็นคล้ายกับนายดวง โดยระบุว่า อยากให้เปลี่ยนหลักสูตรการสอนวิชาลูกเสือ เป็นการพาผู้เรียนออกไปเรียนรู้นอกสถานที่บ้าง

"เขาน่าจะเอาเวลาที่อบรม มาสอนให้เราสามารถมีวิธีการเรียนรู้ชีวิตประจำวันได้ดีกว่านี้อะค่ะ ก็อย่างเช่น ถ้าทุกอาทิตย์มันจะมี (วิชาลูกเสือ-เนตรนารี) อาทิตย์ละคาบ ก็อยากให้เปลี่ยนเป็น (เรียน) ทั้งวันเลย ออกไปข้างนอกบ้าง หรือว่าอยู่ในโรงเรียนก็ได้ แล้วก็เอาหลักสูตรที่สามารถนำไปใช้ได้จริงๆ มาสอนให้มากกว่านี้" นางสาวชลธิชา กล่าว

เช่นเดียวกับครูผู้สอน อย่าง นายสรากร บุญกิจเจริญ ครูสอนวิชาลูกเสือโรงเรียนมักกะสันพิทยา ซึ่งให้ความเห็นว่า ควรปรับเปลี่ยนหลักสูตรลูกเสือ เพราะคิดว่ายังมีเนื้อหาที่น่าสนใจอีกหลายวิชาแต่ไม่ได้นำมาสอน เนื่องจากต้องสอนตามหลักสูตร นอกจากนี้ ระบบบังคับเรียนยังสร้างปัญหาเรื่องจำนวนครูผู้สอนที่อาจมีไม่เพียงพออีกด้วย

"มันเป็นวิชาที่นักเรียนจะต้องเรียน แล้วบังคับที่จะต้องผ่าน ถ้าไม่ผ่านก็คือไม่จบ ตัวหลักสูตรอาจจะต้องมีการปรับเปลี่ยนบ้าง เพื่อให้มันเหมาะกับสภาพปัจจุบัน ควรเสริมพวกวิชาพิเศษเกี่ยวกับทักษะชีวิตที่นักเรียนสามารถนำไปใช้ได้จริงๆ มากกว่านี้" ผู้สอนวิชาลูกเสือ กล่าว

เมื่อนำความเห็นจากของผู้เรียนวิชาลูกเสือ-เนตรนารี และอาจารย์ผู้สอน ไปนำเสนอต่อกระทรวงศึกษาธิการ ดร.ชัยยศ อิ่มสุวรรณ์ รองปลัดกระทรวงศึกษาธิการ ในฐานะเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ เผยว่า การนำวิชาลูกเสือบรรจุเข้าไปในหลักสูตรโรงเรียนนั้น เริ่มต้นเมื่อปี 2516 เพราะกระทรวงศึกษาธิการมองว่าเป็นวิชาที่มีประโยชน์ต่อเด็ก

แต่เมื่อเวลาผ่านไป ยุคสมัยเปลี่ยน ก็ต้องยอมรับว่าหลักสูตรที่ใช้ในปัจจุบันไม่สอดคล้องกับยุคสมัย เนื่องจากเป็นโครงสร้างเชิงอนุรักษนิยม ไม่สอดคล้องกับประชาคมลูกเสือ ทำให้ไม่สามารถตอบโจทย์ได้ตามวัตถุประสงค์ของการก่อตั้งลูกเสือเหมือนสมัยก่อน

"เด็กไม่ได้อยากเป็นลูกเสือเพราะเห็นภาพของการบำเพ็ญประโยชน์ เด็กเป็นลูกเสือเพราะโรงเรียนบอกให้ทำ บอกให้เรียน คนทั่วไปมองลูกเสือว่าเอ๊ะลูกเสือไปทำอะไรกัน ไปร้องรำทำเพลงกันหรือเปล่า คนไม่ได้เห็นลูกเสือทำเรื่องที่เป็นประโยชน์ นี่คือคำถามที่คนถามกับลูกเสือ" เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าว

ดร.ชัยยศ เผยต่อว่า ที่ผ่านมาไม่มีคนเข้าไปดูแลประเด็นนี้อย่างจริงจัง จึงทำให้เกิดด้านมืดภายในวงการลูกเสือขึ้นมา โดยมีบางคนแสวงหาประโยชน์จากลูกเสืออย่างที่ไม่ควรจะทำ

จากการตรวจสอบพบว่ามีการทุจริตในการจัดอบรมครูผู้สอนวิชาลูกเสือ (เพื่อให้เพียงพอต่อการสอนวิชาบังคับตามหลักสูตร) จริง เพราะไม่ได้รับการอนุมัติ และไม่มีการแต่งตั้งผู้ตรวจการประเมิน

เนื่องจากการจัดการฝึกอบรมลูกเสือต้องได้รับการอนุมัติและมีการแต่งตั้งผู้ตรวจการประเมินจากเลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติก่อน อีกทั้งยังตรวจพบว่ามีการจัดเก็บค่าฝึกอบรมลูกเสือเกินความจำเป็น

"คือแรกๆ อาจจะไม่ตั้งใจ แต่เอ๊ะพอทำได้ก็ไม่มีใครว่า ไม่มีใครจับได้ ค่อนข้างจะเกรงใจกัน ก็เลยทำเสียจนเป็นเรื่องปกติ เขาก็อ้างว่าเป็นค่าอาหาร ก็โอเคไม่ว่าอะไร แต่ว่ามันไม่ควรจะมาก บางรายเล่าให้ฟังว่าเสียไปเป็นคนละหมื่น หมื่นกว่า ครูจะเอาเงินจากไหน ก็ต้องกู้หนี้ยืมสินมา ทั้งๆ ที่เรื่องของลูกเสือเป็นการเสียสละ การดูแลซึ่งกันและกัน" เลขาธิการสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ กล่าว

สำหรับการตรวจพบการทุจริตในวงการลูกเสือครั้งนี้ ดร.ชัยยศ เผยว่า กำลังอยู่ในขั้นตอนการตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้งหนึ่ง หากพบว่ามีความผิดจริง ผู้ทำผิดจะต้องรับโทษตามกฎหมาย

ด้วยปัญหาที่เกิดขึ้น ทำให้ขณะนี้กระทรวงศึกษาธิการเริ่มดำเนินการปฏิรูปงานลูกเสือแล้ว โดยจะปรับโครงสร้างสำนักงานลูกเสือแห่งชาติ รื้อหลักสูตรอบรมลูกเสือทุกรุ่นที่ใช้มานานกว่า 20 ปีเสียใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับยุคสมัยที่เปลี่ยนไป

โดย พลอากาศเอกประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี เพิ่งเซ็นคำสั่งแต่งตั้งกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในคณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติ จำนวน 15 คน หลังจากกรรมการชุดเดิมหมดวาระลงเมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา

การแต่งตั้งครั้งนี้ก็เพื่อให้คณะกรรมการบริหารลูกเสือแห่งชาติสามารถดำเนินการขับเคลื่อนงานลูกเสือ ตามนโยบายของ พลเอก ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้

สำหรับหลักสูตรลูกเสือใหม่ที่ทางกระทรวงศึกษาธิการได้ปรับปรุงนั้นใช้ชื่อว่า "หลักสูตรทักษะชีวิต" โดยได้รับความร่วมมือจาก สสส. และสมาคมวางแผนครอบครัวแห่งประเทศไทยฯ ในการจัดทำ เพื่อพัฒนาให้วงการลูกเสือไทยก้าวหน้ายิ่งขึ้น

หลักสูตรใหม่จะเน้นการพัฒนาทักษะชีวิตครบถ้วนตามหลักสูตร พ.ศ.2510 คือ 1.การดูแลตัวเอง 2.การดูแลสุขภาพอนามัย 3.เสริมทักษะพิเศษ และ 4.การช่วยเหลือผู้อื่น

ขณะนี้ ทางกระทรวงศึกษาธิการได้มอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน หรือ สพฐ. ส่งมอบหลักสูตรลูกเสือใหม่ไปยังทุกโรงเรียนในสังกัดแล้ว โดยสามารถดาวน์โหลดหลักสูตรจากเว็บไซต์หน่วยงานการศึกษาของรัฐบาล คาดว่าจะปรับใช้ทั่วประเทศภายในปี 2560

ท้ายสุด ดร.ชัยยศ ยังเผยด้วยว่า ในปี 2560 จะเตรียมทำประชาพิจารณ์เปลี่ยนชุดลูกเสือที่ใช้มานานถึง 105 ปี เพื่อให้ผู้เรียนเลือกสิ่งที่ตัวเองชอบที่สุด

เนื่องจากชุดลูกเสือมีหลากหลายรูปแบบ หากนำมาปรับใช้จะช่วยให้ผู้เรียนรู้สึกสนุกสนานมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ยังไม่สามารถคาดเดาได้ว่าผลของการประชาพิจารณ์จะออกมาในรูปแบบใด? เพราะต้องสำรวจความเห็นของเด็กนักเรียนอีกครั้งหนึ่ง

 

ขอบคุณที่มาจาก มติชนสุดสัปดาห์ วันที่ 18 พฤศจิกายน 2559

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน" , , คอลัมน์ , เปลี่ยนผ่าน: , ได้เวลา , , ปฏิรูป , , ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา , , ทุจริต , , รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ , , ผู้เรียน-ผู้สอน , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คัดเลือกคนจากสถาบัน

คัดเลือกคนจากสถาบัน
เปิดอ่าน 5,709 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (จบ)☕ คลิกอ่านเลย
โลกต้องให้ความสำคัญกับครู (จบ)
เปิดอ่าน 7,387 ครั้ง
การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 6,302 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"☕ คลิกอ่านเลย
ปฏิรูปการศึกษาเรียนรู้จากผู้ประสบความสำเร็จ: "สิงคโปร์"
เปิดอ่าน 6,813 ครั้ง
เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59☕ คลิกอ่านเลย
เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59
เปิดอ่าน 12,578 ครั้ง
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร☕ คลิกอ่านเลย
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร
เปิดอ่าน 7,346 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่นอาหารดีที่ควรมีติดบ้าน-ทานประจำทำสมองแล่น
เปิดอ่าน 21,614 ครั้ง
15 ประโยชน์ของน้ำอัดลมกับงานบ้าน ที่รู้แล้วจะอึ้ง15 ประโยชน์ของน้ำอัดลมกับงานบ้าน ที่รู้แล้วจะอึ้ง
เปิดอ่าน 12,275 ครั้ง
คลิปฮ็อต "พลเมืองดี" รุมล็อกตัวหนุ่มเขมรวิ่งราวมือถือสาวเกาหลี-ตบสั่งสอนกลางอนุสาวรีย์ชัยฯคลิปฮ็อต "พลเมืองดี" รุมล็อกตัวหนุ่มเขมรวิ่งราวมือถือสาวเกาหลี-ตบสั่งสอนกลางอนุสาวรีย์ชัยฯ
เปิดอ่าน 9,305 ครั้ง
เกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติเกณฑ์มาตรฐานครูแห่งชาติ
เปิดอ่าน 20,009 ครั้ง
ก.ค.ศ. : เว็บไซต์ก.ค.ศ. : เว็บไซต์
เปิดอ่าน 13,824 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ