ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice)

การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด

โดยใช้ชุดแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele

ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

1. ที่มาและความสำคัญ

คณิตศาสตร์เป็นศาสตร์ที่มีบทบาทสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาความคิดของมนุษย์ ทั้งในด้านการคิดอย่างมีเหตุผล การคิดอย่างเป็นระบบ การคิดวิเคราะห์ และการคิดอย่างสร้างสรรค์ ซึ่งล้วนเป็นสมรรถนะสำคัญที่จำเป็นต่อการดำรงชีวิตของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ได้กำหนดให้สาระเรขาคณิต โดยเฉพาะเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของรูปเรขาคณิตสามมิติ เป็นสาระการเรียนรู้ที่นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ต้องเรียนรู้และนำไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาทั้งในสถานการณ์ทางคณิตศาสตร์และสถานการณ์ในชีวิตจริง (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560)

อย่างไรก็ตาม จากการจัดการเรียนการสอนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดที่ผ่านมา พบว่านักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ส่วนใหญ่มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในเนื้อหาดังกล่าวอยู่ในระดับที่ไม่น่าพึงพอใจ ปัญหาสำคัญที่สุดคือนักเรียนขาดความสามารถในการจินตนาการภาพสามมิติของพีระมิดจากภาพวาดสองมิติในหนังสือเรียน ซึ่งสอดคล้องกับข้อค้นพบของ Van Hiele ที่ระบุว่าผู้เรียนที่ยังไม่ผ่านพัฒนาการทางความคิดเรขาคณิตในระดับต้น (การมองภาพรวม) จะไม่สามารถก้าวไปสู่การวิเคราะห์คุณสมบัติของรูปเรขาคณิตที่ซับซ้อนขึ้นได้ เนื่องจากพัฒนาการทางความคิดเรขาคณิตเป็นไปตามลำดับขั้น แต่ละขั้นมีแนวคิดและภาษาเฉพาะของตนเอง สิ่งที่ผู้เรียนได้เรียนรู้ในขั้นที่ต่ำกว่าจะถูกนำไปขยายและประยุกต์ใช้ในขั้นถัดไป (Van Hiele, 1986 อ้างถึงใน Ohio Department of Education, 2024)

รองลงมาคือปัญหาการท่องจำสูตรการหาพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดโดยขาดความเข้าใจที่มา ส่งผลให้เมื่อโจทย์มีการเปลี่ยนแปลงเงื่อนไขหรือบริบท นักเรียนไม่สามารถปรับใช้ความรู้เดิมในการแก้ปัญหาสถานการณ์ใหม่ได้ ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิดของ Van Hiele ที่ชี้ว่าผู้เรียนที่ยังอยู่ในระดับการมองภาพรวมจะจดจำรูปทรงได้จากลักษณะที่ปรากฏ แต่ยังไม่สามารถอธิบายด้วยคุณสมบัติเชิงโครงสร้างได้ (Van Hiele, 1986) และงานวิจัยของ Usiskin (1982) ที่ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างระดับความคิดตามแนว Van Hiele กับผลสัมฤทธิ์ทางเรขาคณิตในโรงเรียนมัธยมศึกษา ก็ยืนยันว่าระดับพัฒนาการทางความคิดที่ยังไม่พร้อมเป็นตัวแปรสำคัญที่ทำนายความล้มเหลวในการเรียนเรขาคณิตเชิงนามธรรม (Usiskin, 1982)

นอกจากนี้ นักเรียนยังขาดกระบวนการคิดวิเคราะห์โจทย์ปัญหาอย่างเป็นขั้นตอน ไม่สามารถวางแผนการแก้ปัญหา เลือกใช้วิธีการที่เหมาะสม และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบได้ด้วยตนเอง ซึ่งสาเหตุสำคัญประการหนึ่งสืบเนื่องมาจากรูปแบบการจัดการเรียนการสอนที่ผ่านมายังเน้นการบรรยายและการสาธิตโดยครูเป็นหลัก นักเรียนขาดโอกาสในการลงมือปฏิบัติและค้นพบความรู้ด้วยตนเอง ซึ่งขัดกับหลักการเรียนรู้แบบค้นพบของ Bruner ที่เสนอว่าการฝึกให้ผู้เรียนค้นพบความรู้ด้วยตนเองจะช่วยให้ผู้เรียนสามารถนำข้อมูลไปใช้ในการแก้ปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น (Bruner, 1961) สภาพปัญหาดังกล่าวจึงมีความจำเป็นเร่งด่วนที่จะต้องได้รับการแก้ไขและพัฒนาอย่างเป็นระบบ เนื่องจากส่งผลโดยตรงต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ของนักเรียน และเป็นพื้นฐานสำคัญของการเรียนรู้เรขาคณิตในระดับที่สูงขึ้นต่อไป

จากการศึกษาแนวคิดและทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัญหาดังกล่าว ผู้จัดทำพบว่าทฤษฎีพัฒนาการทางเรขาคณิตของ Van Hiele ซึ่งเสนอโดย Pierre van Hiele และ Dina van Hiele-Geldof นักการศึกษาชาวดัตช์ มีจุดกำเนิดจากวิทยานิพนธ์ของทั้งสองที่มหาวิทยาลัย Utrecht ในปี ค.ศ. 1957 และอธิบายพัฒนาการทางความคิดเรขาคณิตของผู้เรียนเป็นลำดับขั้น 5 ระดับ ได้แก่ ขั้นการมองภาพรวม การวิเคราะห์ การนิรนัยอย่างไม่เป็นทางการ การนิรนัยที่เป็นทางการ และขั้นความสมบูรณ์ (Van Hiele & van Hiele-Geldof, 1957; Van Hiele, 1986) สามารถนำมาใช้เป็นหลักการในการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ที่ช่วยพัฒนามโนทัศน์เชิงพื้นที่ของนักเรียนได้อย่างเป็นระบบและสอดคล้องกับระดับพัฒนาการทางความคิดของผู้เรียนแต่ละคน

ในขณะเดียวกัน การเรียนรู้แบบค้นพบ (Discovery Learning) ตามแนวคิดของ Jerome Bruner นักจิตวิทยาการรู้คิดชาวอเมริกัน ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแนวคิดการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลางแบบค้นพบ แทนที่รูปแบบการสอนแบบบอกเล่าแบบดั้งเดิม (Bruner, 1961) เป็นแนวทางที่เปิดโอกาสให้นักเรียนได้สำรวจ ทดลอง และค้นหาความรู้ด้วยตนเองผ่านกิจกรรมที่ครูออกแบบไว้ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้นักเรียนเข้าใจที่มาของสูตรพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดอย่างลึกซึ้ง เกิดการเรียนรู้ที่มีความหมาย และสามารถนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการแก้ปัญหาสถานการณ์ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ด้วยเหตุนี้ ผู้จัดทำจึงมีแนวคิดในการพัฒนาชุดแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ เพื่อใช้ในการจัดการเรียนการสอนเรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยมุ่งหวังให้นักเรียนได้พัฒนามโนทัศน์เชิงพื้นที่อย่างเป็นลำดับขั้นตามธรรมชาติของการเรียนรู้เรขาคณิต ควบคู่ไปกับการฝึกฝนกระบวนการคิดค้นพบด้วยตนเอง อันจะนำไปสู่การพัฒนาทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างยั่งยืน ทั้งยังเป็นแนวทางหนึ่งในการยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนคณิตศาสตร์ และส่งเสริมสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนในศตวรรษที่ 21 ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตรและความต้องการของสถานศึกษาต่อไป

2. วัตถุประสงค์และเป้าหมายของผลงาน

2.1 วัตถุประสงค์

1. เพื่อพัฒนาและหาประสิทธิภาพของชุดแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75

2. เพื่อเปรียบเทียบทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ก่อนและหลังการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ

2.2 เป้าหมาย

เชิงปริมาณ

• ชุดแผนการจัดการเรียนรู้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 75/75

• นักเรียนมีคะแนนทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

เชิงคุณภาพ

• นักเรียนเข้าใจที่มาของสูตรพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดด้วยตนเอง ไม่ใช่จากการท่องจำ

• นักเรียนสามารถวิเคราะห์โจทย์ วางแผน และตรวจสอบความสมเหตุสมผลของคำตอบได้อย่างเป็นระบบ

2.3 ขอบเขตการดำเนินงาน

ขอบเขตด้านประชากรและกลุ่มเป้าหมาย

ประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า ปทุมธานี ปี

การศึกษา 2569 จำนวน 5 ห้องเรียน ซึ่งได้รับการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ตามแผนนี้ครบทุกห้อง เพื่อความเท่าเทียมและลดความเหลื่อมล้ำในการจัดการเรียนรู้

กลุ่มเป้าหมายที่ใช้เก็บข้อมูลเพื่อวิเคราะห์ผล (E1/E2 และเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ก่อน–หลัง

เรียน) คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 1 ห้องเรียน 40 คน ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 ได้มาจากการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยเป็นห้องที่มีตารางเรียนเหมาะสมต่อการดำเนินกิจกรรมครบ 5 แผนอย่างต่อเนื่อง

ขอบเขตด้านเนื้อหา

เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตร ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3

ขอบเขตด้านระยะเวลา

ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 รวม 5 แผนการจัดการเรียนรู้

3. กระบวนการผลิตผลงานและขั้นตอนการดำเนินงาน

3.1 การออกแบบผลงาน/ขั้นตอนการดำเนินงาน

ผู้รายงานนำขั้นการจัดการเรียนรู้ 5 ขั้นตามแนวคิดของ Van Hiele มาใช้เป็นโครงสร้างของแผนการจัดการเรียนรู้ทั้ง 5 แผน และสอดแทรกกิจกรรมการเรียนรู้แบบค้นพบตามขั้นการนำเสนอของ Bruner ในแต่ละขั้น ดังตารางที่ 1

ตารางที่ 1 ขั้นการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ

ขั้นที่ ขั้นการจัดการเรียนรู้ของ Van Hiele ขั้นการนำเสนอของ Bruner กิจกรรมสำคัญ

1 ขั้นการไต่ถาม (Information) Enactive ครูนำเสนอหุ่นจำลองพีระมิดจริง ใช้คำถามกระตุ้นให้ผู้เรียนสังเกต สัมผัส และจำแนกรูปทรง

2 ขั้นการชี้แนะแนวทาง (Guided Orientation) Enactive สู่ Iconic ผู้เรียนลงมือคลี่รูปทรงพีระมิด วัดความยาว บันทึกผล ตามใบกิจกรรมที่ครูออกแบบไว้

3 ขั้นการอธิบาย (Explicitation) Iconic ผู้เรียนอภิปรายกลุ่ม ใช้ภาษาคณิตศาสตร์อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างสูงเอียงกับสูงตรง ครูเป็นผู้ช่วยขัดเกลาภาษา

4 ขั้นการกำหนดแนวทางอย่างอิสระ (Free Orientation) Symbolic ผู้เรียนค้นพบและสรุปสูตรพื้นที่ผิวและปริมาตรด้วยตนเอง แล้วนำไปแก้ปัญหาที่มีหลายวิธีคิด

5 ขั้นการบูรณาการ (Integration) Symbolic ผู้เรียนสรุปองค์ความรู้เป็นผังมโนทัศน์ และประยุกต์ใช้กับสถานการณ์ในชีวิตจริง

จุดเน้นสำคัญ: ครูจะไม่เปิดเผยสูตรสำเร็จรูปให้ผู้เรียนในทันที แต่จะใช้คำถามและสื่อรูปธรรมเพื่อให้ผู้เรียนค้นพบความสัมพันธ์ด้วยตนเองในแผนที่ 2 และ 3 ตามลำดับ

ตารางที่ 2 ความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ กิจกรรม เครื่องมือ และการวัดผล

วัตถุประสงค์ กิจกรรมหลัก เครื่องมือที่ใช้ วิธีการวัดและสถิติ

1. หาประสิทธิภาพ จัดการเรียนรู้ตามแผน 5 แผน เก็บงานระหว่างเรียน ชุดแผนฯ + ใบกิจกรรม + แบบทดสอบย่อย คำนวณค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เทียบเกณฑ์ 75/75

2. เปรียบเทียบทักษะ ทดสอบก่อนและหลังเรียน แบบทดสอบวัดทักษะการแก้ปัญหา 20 ข้อ ค่าเฉลี่ย,ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, t-test (Dependent)

3.2 การตรวจสอบคุณภาพเครื่องมือโดยผู้เชี่ยวชาญ 3 ท่าน

เครื่องมือทุกฉบับผ่านการตรวจสอบคุณภาพความตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน (ประกอบด้วย ผู้เชี่ยวชาญด้านเนื้อหาคณิตศาสตร์ 1 ท่าน, ด้านการวัดและประเมินผล 1 ท่าน, และด้านหลักสูตรและการสอน 1 ท่าน) โดยคัดเลือกข้อคำถามที่มีค่าดัชนีความสอดคล้อง (IOC) ระหว่าง 0.80 ถึง 1.00 และนำแบบทดสอบไปทดลองใช้ (Try Out) กับนักเรียนนอกกลุ่มเป้าหมายเพื่อหาค่าความยาก (p) อำนาจจำแนก (r) และความเชื่อมั่น (KR-20) ซึ่งอยู่ในเกณฑ์มาตรฐานทางสถิติทั้งหมด

3.3 การดำเนินงานตามวงจรคุณภาพ PDCA

P (Plan) – ขั้นวางแผน

ศึกษาหลักสูตร มาตรฐานการเรียนรู้และวิเคราะห์สภาพปัญหาผลสัมฤทธิ์ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิด ศึกษาแนวคิดของ Van Hiele และการเรียนรู้แบบค้นพบของ Bruner เพื่อนำมาออกแบบแผนการจัดการเรียนรู้ และสร้างเครื่องมือ ได้แก่ ชุดแผนการจัดการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ และแบบวัดทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์

D (Do) – ขั้นดำเนินการ

นำเครื่องมือให้ผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบความตรงเชิงเนื้อหา (IOC) และนำไปทดลองใช้ (Try Out) ก่อนนำไปใช้จริง จากนั้นทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) จัดการเรียนการสอนตามชุดแผนที่ออกแบบไว้กับกลุ่มเป้าหมายครบทุกแผน และทดสอบหลังเรียน (Post-test)

C (Check) – ขั้นตรวจสอบ

ตรวจให้คะแนนและวิเคราะห์ผลระหว่างเรียนเทียบกับเกณฑ์ประสิทธิภาพ 75/75 เปรียบเทียบผลทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ก่อนเรียน-หลังเรียนด้วยสถิติ พร้อมสังเกตพฤติกรรมและปัญหาที่เกิดขึ้นระหว่างการใช้ชุดแผน

A (Act) – ขั้นปรับปรุง

นำผลที่ได้มาสรุปเป็นบทเรียน (Lesson Learned) ปรับปรุงแก้ไขจุดบกพร่องของชุดแผนการจัดการเรียนรู้ และเผยแพร่ขยายผลการใช้ชุดแผนในระดับกลุ่มสาระ/โรงเรียน เพื่อใช้ในรอบการเรียนการสอนถัดไป

3.2 ประสิทธิภาพของผลงาน

ผู้จัดทำหาประสิทธิภาพของชุดแผนการจัดการเรียนรู้อย่างถูกต้องตามหลักวิชา ครอบคลุมทั้งด้านเนื้อหา (Content Validity) โดยให้ผู้เชี่ยวชาญจำนวน 3 ท่าน ตรวจสอบความสอดคล้อง (IOC) ระหว่างเนื้อหา จุดประสงค์ และกิจกรรมการเรียนรู้ และด้านโครงสร้าง (Construct Validity) โดยนำไปทดลองใช้ (Try Out) กับนักเรียนที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมของกิจกรรมและระยะเวลา ผลการตรวจสอบพบว่าชุดแผนการจัดการเรียนรู้มีค่าประสิทธิภาพเท่ากับ E1/E2 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้ (E1 = ประสิทธิภาพของกระบวนการ คำนวณจากคะแนนระหว่างเรียน, E2 = ประสิทธิภาพของผลลัพธ์ คำนวณจากคะแนนหลังเรียน)

3.3 การดำเนินงานพัฒนาตามกิจกรรมหรือแผนการบริหารจัดการที่กำหนด

ผู้จัดทำดำเนินการตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ครบทุกขั้นตอน ตั้งแต่การทดสอบก่อนเรียน จัดการเรียนการสอนตามชุดแผนทุกแผน จนถึงการทดสอบหลังเรียน พร้อมทั้งมีการปรับปรุงและพัฒนาอย่างต่อเนื่องตลอดกระบวนการ โดยสังเกตพฤติกรรมและปัญหาของนักเรียนระหว่างเรียนทุกครั้ง แล้วนำมาปรับกิจกรรมในแผนถัดไปให้เหมาะสมยิ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง มิใช่การปรับปรุงเพียงครั้งเดียวเมื่อสิ้นสุดกระบวนการ

3.4 ประสิทธิภาพของการดำเนินงาน

การดำเนินงานมีกิจกรรมการปฏิบัติปรากฏชัดเจน เป็นลำดับขั้นตอนตามวงจร PDCA ที่สามารถนำไปปฏิบัติได้จริง จุดที่แสดงถึงวิธีการหรือองค์ความรู้ใหม่ของผลงานนี้ คือการบูรณาการทฤษฎี Van Hiele กับการเรียนรู้แบบค้นพบเข้าด้วยกันอย่างเป็นระบบ โดยให้ Van Hiele กำหนดลำดับขั้นของความคิด และให้ Discovery Learning กำหนดวิธีการเรียนรู้ในแต่ละขั้น ซึ่งแตกต่างจากการใช้ทฤษฎีใดทฤษฎีหนึ่งตามปกติ และช่วยแก้ปัญหาทั้งด้านมโนทัศน์เชิงพื้นที่และทักษะการแก้ปัญหาไปพร้อมกัน ส่งผลต่อเป้าหมายและการพัฒนาผู้เรียนอย่างมีคุณภาพ

4. ผลการดำเนินการ/ผลสัมฤทธิ์/ประโยชน์ที่ได้รับ

4.1 ผลที่เกิดตามวัตถุประสงค์

ผลตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 1

ชุดแผนการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบ มีประสิทธิภาพเท่ากับ E1/E2 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 75/75 ที่กำหนดไว้

ประสิทธิภาพของ (E1/E2) มีค่าเท่ากับ 90.33/75.88

ผลตามวัตถุประสงค์ข้อที่ 2

นักเรียนมีคะแนนทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

ผลการทดสอบพบว่า นักเรียนมีคะแนนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 (t = 15.251, df = 39, p < .001)

4.2 ผลสัมฤทธิ์ของงาน

นักเรียนกลุ่มเป้าหมายร้อยละ 100 มีผลการเรียนรู้ เรื่อง พื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดอยู่ในระดับ ดี ขึ้นไป และสามารถอธิบายที่มาของสูตรได้ด้วยเหตุผลของตนเอง สะท้อนให้เห็นการเปลี่ยนแปลงในทิศทางที่ดีขึ้นตามเป้าหมายที่กำหนดไว้

4.3 ประโยชน์ที่ได้รับ

ด้านผู้เรียน : นักเรียนมีมโนทัศน์เชิงพื้นที่ดีขึ้น เข้าใจที่มาของสูตร และมีทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์อย่างเป็นระบบ

ด้านผู้สอน: ได้แนวทางการจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการทฤษฎี Van Hiele กับการเรียนรู้แบบค้นพบ ซึ่งสามารถนำไปประยุกต์ใช้กับเนื้อหาเรขาคณิตเรื่องอื่นได้

ด้านสถานศึกษา: ได้นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ต้นแบบที่สามารถขยายผลสู่กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ในระดับชั้นอื่นต่อไป

5. บทเรียนที่ได้รับ (Lesson Learned)

5.1 ข้อสรุปสิ่งที่ได้รับหรือได้เรียนรู้จากการดำเนินงาน

จากการจัดการเรียนรู้เรื่องพื้นที่ผิวและปริมาตรของพีระมิดโดยบูรณาการแนวคิดของ Van Hiele กับการเรียนรู้แบบค้นพบ พบว่าเป็นแนวทางที่สามารถส่งเสริมมโนทัศน์เชิงพื้นที่และทักษะการแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์ของผู้เรียนได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยเฉพาะการให้ผู้เรียนได้ผ่านประสบการณ์การเรียนรู้เป็นลำดับขั้นควบคู่กับการลงมือค้นพบด้วยตนเอง ช่วยให้ผู้เรียนเข้าใจที่มาของความรู้อย่างลึกซึ้งมากกว่าการรับฟังจากครูเพียงฝ่ายเดียว ข้อควรระวังในการนำผลงานไปประยุกต์ใช้ คือ ครูผู้สอนต้องมีความเข้าใจลำดับขั้นของ Van Hiele อย่างถ่องแท้ เพื่อออกแบบกิจกรรมให้สอดคล้องกับระดับความคิดของผู้เรียนแต่ละคน เนื่องจากผู้เรียนในชั้นเรียนเดียวกันอาจอยู่ในระดับพัฒนาการที่แตกต่างกัน

5.2 ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

1. ควรขยายแนวทางการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Van Hiele ร่วมกับการเรียนรู้แบบค้นพบไปยังเนื้อหาเรขาคณิตสามมิติเรื่องอื่น เช่น ทรงกระบอก กรวย และทรงกลม

2. ควรจัดกิจกรรมที่หลากหลาย เช่น การใช้สื่อรูปธรรม แบบจำลองสามมิติ หรือสื่อดิจิทัล เพื่อรองรับผู้เรียนที่มีระดับพัฒนาการทางความคิดต่างกัน

5.3 ข้อเสนอแนะสำหรับการศึกษาครั้งต่อไป

1. ควรศึกษาผลของแนวทางนี้กับนักเรียนระดับชั้นอื่นหรือในบริบทสถานศึกษาที่แตกต่างกัน เพื่อเปรียบเทียบและขยายผล

2. ควรศึกษาผลกระทบระยะยาว เช่น ความคงทนในการเรียนรู้ และความสามารถในการเชื่อมโยงความรู้เรขาคณิตสู่เนื้อหาที่สูงขึ้น

โพสต์โดย thny : [24 ก.ย. 2569 (14:00 น.)]
อ่าน [58] ไอพี : 203.172.141.40
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 11,053 ครั้ง
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน
เคล็ดลับขายของออนไลน์อย่างไรไม่ขาดทุน

เปิดอ่าน 17,632 ครั้ง
คลิป โอบามา เต้นกังนัมสไตล์
คลิป โอบามา เต้นกังนัมสไตล์

เปิดอ่าน 2,725 ครั้ง
วิธีบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ ด้วยวิธีธรรมชาติ
วิธีบรรเทาอาการไข้หวัดและเจ็บคอ ด้วยวิธีธรรมชาติ

เปิดอ่าน 12,013 ครั้ง
ดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล
ดื่มน้ำอัดลม 0 แคลอรี่ ช่วยลดน้ำหนักได้ จริงหรือ? / พญ.ธิดากานต์ รุจิพัฒนกุล

เปิดอ่าน 26,956 ครั้ง
Demo Builder
Demo Builder

เปิดอ่าน 19,700 ครั้ง
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน UHF
การส่งสัญญาณโทรทัศน์ที่ส่งในย่าน UHF

เปิดอ่าน 11,745 ครั้ง
สุดซึ้ง หมาช่วยหมา ที่กำลังลอยคออยู่บนเรือ
สุดซึ้ง หมาช่วยหมา ที่กำลังลอยคออยู่บนเรือ

เปิดอ่าน 12,829 ครั้ง
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์
น้ำคั้นหัวบีทรู้ท ช่วยลดความดันได้ชัวร์

เปิดอ่าน 11,479 ครั้ง
เกาะติดโปรโมชั่น งานคอมมาร์ท 2009
เกาะติดโปรโมชั่น งานคอมมาร์ท 2009

เปิดอ่าน 21,602 ครั้ง
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล
มือถือและคอมพิวเตอร์โน้ตบุ๊กควรอยู่ในห้องเรียนหรือไม่? โดย : ทีปกร วุฒิพิทยามงคล

เปิดอ่าน 62,234 ครั้ง
ค้นพบคุณประโยชน์ของพวกผลไม้หลังสุด มีคุณมากกว่าเก่า 5 เท่า
ค้นพบคุณประโยชน์ของพวกผลไม้หลังสุด มีคุณมากกว่าเก่า 5 เท่า

เปิดอ่าน 12,646 ครั้ง
กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเสี่ยงให้เกิดหัวใจวายขึ้น
กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเสี่ยงให้เกิดหัวใจวายขึ้น

เปิดอ่าน 17,807 ครั้ง
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557
สถิติการศึกษาของประเทศไทย ปีการศึกษา 2556-2557

เปิดอ่าน 12,632 ครั้ง
วิจัยพบการดื่ม "กาแฟ-ชา" อาจลดเสี่ยง "สโตรก-สมองเสื่อม"
วิจัยพบการดื่ม "กาแฟ-ชา" อาจลดเสี่ยง "สโตรก-สมองเสื่อม"

เปิดอ่าน 429 ครั้ง
หลักการใช้ Verb to be ในภาษาอังกฤษ
หลักการใช้ Verb to be ในภาษาอังกฤษ

เปิดอ่าน 29,254 ครั้ง
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
อย่าด่วนตัดสินอะไรเร็วเกินไป สิ่งที่คุณเห็นอาจไม่ใช่สิ่งที่คุณคิด!
เปิดอ่าน 12,496 ครั้ง
ทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูง
ทำไมหนอ ผู้หญิงถึงชอบรองเท้าส้นสูง
เปิดอ่าน 32,342 ครั้ง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
ลอยกระทง วันลอยกระทง ประเพณีลอยกระทง
เปิดอ่าน 2,706 ครั้ง
รับสอน SEO รู้เทคนิค วางกลยุทธ์ให้เป็น เว็บติดหน้าแรก Google
รับสอน SEO รู้เทคนิค วางกลยุทธ์ให้เป็น เว็บติดหน้าแรก Google
เปิดอ่าน 26,230 ครั้ง
เพลง "วันแม่"
เพลง "วันแม่"

รายการหลัก

► หน้าแรก
► ข่าว/บทความ
► สมุดเยี่ยม
► กระดานสนทนา
► เว็บลิงค์
► ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
► ข้อมูลบุคคล
► ภาพกิจกรรม
► ผู้สนับสนุน

สมาชิก

• เข้าสู่ระบบ
• คุณครูต้องรู้ไว้
• รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

• เว็บไซต์ สพฐ.
• กระทรวงศึกษาธิการ
• ติวสอบ GED
• ติวสอบ SAT
• เครื่องมือวัด
• เครื่องมืออุตสาหกรรม
• เกมส์
• แหล่งรวมเกมส์

• แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ