|
Advertisement
|
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 2) ศึกษาประสิทธิภาพของรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) เปรียบเทียบการคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 4) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนก่อนและหลังการใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 5) ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนโดยใช้รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มเป้าหมายที่ใช้ในการวิจัยเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านชุมแสง อำเภอสตึก จังหวัดบุรีรัมย์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาบุรีรัมย์เขต 4 จำนวน 22 คน ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2568 ได้มาโดยการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสำรวจสภาพปัจจุบันปัญหาและความต้องการในการจัดการเรียนการสอน 2) รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 3) แบบวัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ 5) แบบประเมินความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และ t-test Dependent
ผลการวิจัยพบว่า
1. รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ประกอบด้วย 7 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) วัตถุประสงค์ 2) ผู้เรียน 3) ผู้สอน 4) เนื้อหา 5) โครงสร้างพื้นฐาน 6) การเรียนแบบร่วมมือ 7) การวัดและการประเมินผล โดยขั้นตอนการเรียนการสอน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน คือ 1) ขั้นเตรียมการประกอบด้วย (1) ปฐมนิเทศ (2) วัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณก่อนเรียน (3) วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียน (4) ฝึกปฏิบัติการใช้ระบบการจัดการเรียนรู้ (5) แบ่งกลุ่มผู้เรียนกลุ่มละ 4 คน 2) ขั้นกิจกรรมการเรียนการสอน ประกอบด้วย (1) ศึกษาเนื้อหา (2) ระบุปัญหา/การเสนองานหรือสถานการณ์ปัญหา (3) รวบรวมข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับประเด็นปัญหา (4) ประเมินข้อมูลสารสนเทศที่รวบรวมได้ (5) พิจารณาและเลือกแนวทางในการแก้ปัญหา (6) ดำเนินการแก้ปัญหา (7) ประเมินผลและสรุปผล 3) ขั้นวัดผลประเมินผล ประกอบด้วย (1) วัดการคิดอย่างมีวิจารณญาณหลังเรียน (2) วัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน
2. รูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 84.74/82.63
3. การคิดอย่างมีวิจารณญาณของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 หลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
5. ความพึงพอใจของนักเรียนต่อรูปแบบการเรียนการสอนแบบผสมผสานด้วยการเรียนแบบร่วมมือเพื่อพัฒนาการคิดอย่างมีวิจารณญาณ เรื่อง เทคโนโลยีสารสนเทศ รายวิชาวิทยาการคำนวณ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 มีความพึงพอใจอยู่ในระดับ มากที่สุด
คำสำคัญ : การพัฒนารูปแบบ, การเรียนการสอนแบบผสมผสาน, การเรียนแบบร่วมมือ, การคิดอย่าง
มีวิจารณญาณ
|
โพสต์โดย ครูนุช : [25 ก.ย. 2569 (14:03 น.)] อ่าน [48] ไอพี : 223.205.217.118
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 25,706 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,070 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 3,089 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 38,775 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,488 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 20,950 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 2,690 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,167 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 26,100 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,389 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 64,829 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,078 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 10,720 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 22,106 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 483 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 21,316 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 18,985 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 466,800 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 13,050 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,673 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|