ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 6 ก.ย. 2559 เปิดอ่าน : 9,722 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...?

Advertisement

เคลียริ่งเฮาส์

คำใหม่สำหรับแวดวงการศึกษาไทย แต่ส่งผลกระทบในวงกว้างกับกลุ่มนักเรียน ครู อาจารย์ นักวิชาการ หลายแสนชีวิต โดยเฉพาะนักเรียนชั้น ม.5 ปีการศึกษา 2559 และมีเป้าหมายในชีวิตที่จะมุ่งศึกษาต่อในมหาวิทยาลัย


ขอบคุณภาพจากไทยรัฐ
 

และกลายเป็นประเด็นร้อนของสังคม ทันทีที่เลิกประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาระบบการคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา และมติถูกเผยแพร่ออกสู่สาธารณะ ที่ประชุมที่มี พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ นั่งเป็นประธาน ร่วมกับที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.), สถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.), สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา (สกอ.) เมื่อวันที่ 25 ส.ค.2559 ที่กระทรวงศึกษาธิการ

โดย ปีการศึกษา 2561 เป็นปีที่ พล.อ.ดาว์พงษ์ ตั้งเป้าให้มหาวิทยาลัยทุกกลุ่มปรับระบบการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาต่อในสถาบันอุดมศึกษา ภายใต้หลักการ คือ

1.เด็กไม่ต้องวิ่งรอกสอบ
2.ลดปัญหาค่าใช้จ่าย
3.ลดปัญหาความเหลื่อมล้ำ
4 .เด็กมีความสุขในการเรียนในห้องเรียน
5.มหาวิทยาลัย/คณะ ได้ผู้เรียนที่มีศักยภาพตามที่ต้องการ

โดยจะให้มหาวิทยาลัยทุกแห่งรับนักศึกษาในระบบรับตรงร่วมกัน ใช้ข้อสอบกลางร่วมกัน ได้แก่ แบบวัดความถนัดทั่วไป หรือ GAT, แบบวัดความถนัดทางวิชาชีพ/วิชาการ หรือ PAT และวิชาสามัญ 9 วิชา โดยนักเรียนนำคะแนนที่ได้ไปยื่นสมัครในคณะที่ต้องการ เมื่อนักเรียนยืนยันสิทธิก็นำรายชื่อมาเคลียริ่งเฮาส์ 2 รอบ ซึ่งคาดการณ์ว่ามหาวิทยาลัยจะสามารถรับนิสิตนักศึกษาไปแล้วกว่า 90%


นั่นหมายถึง ระบบการคัดเลือกแบบแอดมิชชั่นกลาง ก็ถูกยุบเลิกไปโดยปริยาย

“ทีมการศึกษา” ขอย้อนรอยเพื่อฉายภาพระบบการสอบเข้ามหาวิทยาลัยจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

1.ระบบเอ็นทรานซ์ เป็นระบบการสอบคัดเลือกรวมของมหาวิทยาลัยต่างๆ โดยนักเรียนสมัครและเลือกคณะที่ต้องการ จากนั้นจึงเข้าไปสอบวัดความรู้เพียงครั้งเดียว แล้วรอฟังผลสอบว่า เอ็นติด หรือ เอ็นไม่ติด เป็นการวัดผล แบบแพ้
คัดออก จุดเด่นของระบบนี้คือ ได้รับความเชื่อถือจากสังคมว่าเป็นระบบที่มีความยุติธรรม เท่าเทียม เพราะสอบครั้งเดียวเหมือนกันและพร้อมกันทุกคน ผลการตัดสินได้รับการยอมรับ มีเรื่องร้องเรียนน้อย

ส่วนจุดด้อยของระบบนี้คือ นักเรียนจะสนใจเรียนเฉพาะวิชาที่ใช้สอบเอ็น-ทรานซ์เท่านั้น ทั้งการเลือกคณะก็ทำโดยที่ส่วนใหญ่ไม่รู้ว่าตนเองถนัดด้านใด ซึ่งพบปัญหาผู้เรียนสละสิทธิ์ หรือถูกรีไทร์ เพราะเรียนไม่ไหว อีกทั้งขณะที่ใช้ระบบเอ็นทรานซ์ก็เปิดโอกาสให้นักเรียนในระบบโรงเรียนสอบเทียบ หากผ่านและสอบเอ็นทรานซ์ติด ก็สามารถเข้าเรียนต่อมหาวิทยาลัยตั้งแต่ชั้น ม.4 หรือ ม.5 ส่งผลให้บางสาขาวิชาได้ผู้เรียนที่ขาดวุฒิภาวะ ส่วนโรงเรียนดังบางแห่งเหลือนักเรียน ม.6 ไม่ครบชั้น ทำให้ชั้นเรียนเกิดปัญหา

2.ระบบแอดมิชชั่น ซึ่งมีหลักการสำคัญคือ การนำผลการเรียนในระดับมัธยมปลายของเด็ก ได้แก่ คะแนนแบบทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติขั้นพื้นฐาน หรือโอเน็ต และคะแนนเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร ม.ปลาย หรือจีแพกซ์ เป็นองค์ประกอบหนึ่งในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย รวมกับคะแนนสอบจากข้อสอบกลางที่วัดศักยภาพผู้เรียนร่วมกับข้อสอบวัดความรู้ทางวิชาการ เพื่อให้การเรียนระดับมัธยมเชื่อมโยงกับการเรียนต่อในระดับมหาวิทยาลัย ระบบนี้มีจุดเด่นคือ เปิดโอกาสให้เด็กได้สอบ 2 ครั้ง และเด็กจะทราบคะแนนสอบก่อน แล้วจึงเลือกคณะที่เหมาะสมกับความสามารถหรือคะแนนสอบ และการใช้คะแนนโอเน็ตและจีแพกซ์ ก็เพื่อแก้ปัญหาเด็กทิ้งห้องเรียน

ส่วนจุดด้อยของระบบคือ เกิดข้อวิพากษ์วิจารณ์ถึงคุณภาพของโรงเรียนที่ไม่เท่ากัน การปล่อยเกรด รวมไปถึงมาตรฐานของข้อสอบแต่ละครั้ง ซึ่งทำให้เกิดความได้เปรียบเสียเปรียบ นอกจากนี้ คณะต่างๆก็ยังระบุว่า ได้คนไม่ตรงตามที่ต้องการทำให้มหาวิทยาลัยหันไปเปิดรับตรงมากขึ้น

3.ระบบรับตรง เป็นระบบที่คณะ/มหาวิทยาลัยจัดกระบวนการสอบคัดเลือกด้วยตนเองทั้งหมด ตั้งแต่การกำหนดเกณฑ์ต่างๆ ซึ่งคณะเชื่อว่าจะได้คนที่มีศักยภาพตามสาขาวิชาชีพนั้น ขั้นตอนการรับสมัคร ค่าสมัคร วัน เวลา สถานที่ และออกข้อสอบด้วยตนเอง จุดเด่นของระบบนี้คือ คณะได้คนตามเกณฑ์ที่กำหนด และระบบโควตารับตรงในแต่ละพื้นที่ก็เป็นการให้โอกาสเด็กนักเรียนในพื้นที่ได้เข้ามหาวิทยาลัยในภูมิภาคนั้นๆ

ส่วนจุดอ่อนของระบบคือ การเปิดรับตรงทำได้ตลอดทั้งปี ซึ่งบางแห่งเปิดรับตั้งแต่นักเรียนยังเรียน ม.5 เกิดปัญหาเด็กทิ้งห้องเรียน เด็กวิ่งรอกสอบตามเวลาที่แต่ละคณะกำหนด เสียค่าใช้จ่ายสูง สร้างความเหลื่อมล้ำเนื่องจากเด็กที่มีฐานะดีจะมีกำลังทรัพย์ที่สมัครสอบตรงได้หลายแห่ง มากกว่าเด็กที่มีฐานะยากจน


จากปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น และดูเหมือนว่าระบบที่ใช้อยู่ในปัจจุบันยังไม่สามารถตอบโจทย์ หรือแก้ปัญหาระบบสอบคัดเลือกเข้าเรียนระดับอุดมศึกษาได้ ส่งผลให้มีความพยายามที่จะหาระบบที่ดีที่สุดมาใช้ และทันทีที่เจ้ากระทรวงคุณครู ประกาศนโยบายและเป้าหมายที่ชัดเจนว่า จะจัดระเบียบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย โดยเริ่มปีการศึกษา 2561 ทปอ.ก็ได้เรียกประชุมด่วน เพื่อพิจารณาเรื่องนี้ ในวันที่ 1 ก.ย.2559 ซึ่งได้ข้อสรุปเบื้องต้นว่า ระบบการสอบคัดเลือกตั้งแต่ปีการศึกษา 2561 จะมี 3 ระบบ คือ 1.ระบบโควตา ที่ต้องไม่ใช่การสอบ เช่น โควตานักกีฬา เด็กโอลิมปิกวิชาการ ซึ่งรับได้ตลอดทั้งปี 2.ระบบเคลียริ่งเฮาส์ ซึ่งจะเปิดรับ 2 ครั้ง โดยใช้ข้อสอบกลาง แต่สอบเพียง 1 ครั้ง 3.ระบบรับตรง ที่มหาวิทยาลัยดำเนินการได้เอง เพื่อให้ได้เด็กครบตามแผนที่วางไว้ หลังจากระบบเคลียริ่งเฮาส์แล้ว ข้อดีของระบบใหม่ คือ แก้ปัญหาการวิ่งรอกสอบ ลดค่าใช้จ่าย ทั้งเป็นระบบที่สนองทั้ง 2 ฝ่าย คือ เด็กต้องเลือกได้ และมหาวิทยาลัยก็เลือกได้ด้วย

ส่วนข้อด้อยที่นักวิชาการแสดงความห่วงใยคือ จะทำให้มหาวิทยาลัยรัฐดูดเด็กเก่งไปหมดส่งผลกระทบต่อมหาวิทยาลัยกลุ่มอื่นๆ ทั้งการรับตรงหลังเคลียริ่งเฮาส์แล้ว อาจเป็นข้ออ้างให้มหาวิทยาลัยรับตรงอีก ปัญหาเดิมๆจะวนกลับมาอีก

ทีมการศึกษา มองว่า ในโลกแห่งความเป็นจริง ไม่มีระบบการคัดเลือกใดที่ดีสมบูรณ์แบบหรือแย่ที่สุด เพราะแต่ละระบบล้วนมีข้อดีข้อด้อย

แต่เราขอฝากความหวังกับทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมืองที่มีอำนาจในการตัดสินเรื่องงานการศึกษาของชาติ ขอให้การปรับปรุงระบบการคัดเลือกครั้งนี้เรียนรู้จากบทเรียนในอดีตเพื่อนำข้อดีมาใช้อุดจุดบอดของแต่ละระบบ ทั้ง ความยุติธรรมเท่าเทียมเหมือนระบบเอ็นทรานซ์ มีผลการเรียนของเด็กเป็นส่วนหนึ่งในการคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเหมือนระบบแอดมิชชั่น และ คณะก็ได้คนตามที่ต้องการเหมือนระบบรับตรง เพื่อให้สมประโยชน์ทุกฝ่าย และที่สำคัญคือ ทำให้การศึกษาเชื่อมโยงกันตั้งแต่ขั้นพื้นฐานจนถึงอุดมศึกษา โดยรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ มหาวิทยาลัยทุกกลุ่มควรมีข้อตกลงในการรับนักศึกษาที่ชัดเจน และทำตามข้อตกลงนั้น เพื่อแบ่งหน้าที่กันผลิตบัณฑิตที่มีคุณภาพ ตรงตามความต้องการของประเทศ

เพราะอุดมศึกษา ขยับตัวแต่ละครั้งย่อมส่งแรงสั่นสะเทือนทั้งสังคมไทย จึงควรต้องคิดอย่างรอบคอบก่อนตัดสินใจ เพื่อประโยชน์สูงสุดต่อเยาวชนและสังคมไทย สำคัญที่สุดเพื่อลบข้อกล่าวหาที่มีมาโดยตลอดว่า อุดมศึกษามักจะทำเพื่อตัวเอง

และนี่คืออีกหนึ่งโจทย์ข้อใหญ่ของเจ้ากระทรวงคุณครู พล.อ.ดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ !!!

โดย  ทีมการศึกษา ไทยรัฐ

 

ขอบคุณที่มาภาพและเนื้อหาจาก หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ วันที่ 6 ก.ย. 2559 05:01

 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา 2561"เคลียริ่งเฮาส์" สะเทือนสังคมไทย : ใครได้-ใครเสีย...? , , ปรับระบบสอบคัดเลือกปีการศึกษา , 2561 , เคลียริ่งเฮาส์ , , สะเทือนสังคมไทย , : , ใครได้-ใครเสีย...? << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาปัญหาที่แก้ไม่ตก
เปิดอ่าน 6,776 ครั้ง
บัณฑิตน้อย "ความบ้าใบ" ของการศึกษาไทย โดย ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง☕ คลิกอ่านเลย
บัณฑิตน้อย "ความบ้าใบ" ของการศึกษาไทย โดย ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง
เปิดอ่าน 687,042 ครั้ง
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร☕ คลิกอ่านเลย
เขาห้ามผมทำ แต่ไม่ห้ามผมคิด ตอนที่ 10 : เมื่อโรงเรียนเป็นนิติบุคคลแล้วประชาชนได้อะไร
เปิดอ่าน 7,364 ครั้ง
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์☕ คลิกอ่านเลย
ปัจจัยแห่งความล้มเหลว ในการปฏิรูปการศึกษาไทยคืออะไร โดย เพชร เหมือนพันธุ์
เปิดอ่าน 17,623 ครั้ง
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง☕ คลิกอ่านเลย
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง
เปิดอ่าน 5,682 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

วิทยาศาสตร์น่าทึ่ง ทำเองได้ที่บ้านวิทยาศาสตร์น่าทึ่ง ทำเองได้ที่บ้าน
เปิดอ่าน 9,903 ครั้ง
อาชีพเสริมข้าราชการ ปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ขายช่วงวันหยุด สร้างรายได้งามอาชีพเสริมข้าราชการ ปลูกต้นอ่อนผักบุ้ง ขายช่วงวันหยุด สร้างรายได้งาม
เปิดอ่าน 39,542 ครั้ง
ตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศตามไปดูต้นแบบความสำเร็จ การปฏิรูปการศึกษา 5 ประเทศ
เปิดอ่าน 11,763 ครั้ง
7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง
เปิดอ่าน 10,251 ครั้ง
ภูกระดึงเปิดฤดูท่องเที่ยว รับอากาศเย็น 1 ต.ค.นี้ภูกระดึงเปิดฤดูท่องเที่ยว รับอากาศเย็น 1 ต.ค.นี้
เปิดอ่าน 6,492 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ