การวิจัยและพัฒนานี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการจำเป็น
2) สร้างและตรวจสอบความเหมาะสม 3) ทดลองใช้ และ 4) ประเมินผลและปรับปรุงรูปแบบการบริหารงาน
วิชาการ เพื่อยกระดับสมรรถนะการอ่านและผลการประเมินความสามารถด้านการอ่าน (RT) ของนักเรียน
โรงเรียนเทศบาล ๓ ท่าแดง สังกัดเทศบาลเมืองกระบี่ กลุ่มเป้าหมาย ประกอบด้วย ผู้บริหารสถานศึกษา
จำนวน 2 คน หัวหน้างานบริหารวิชาการ จำนวน 1 คน ครูผู้สอนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชั้น
ประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 5 คน ครูประจำชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 3 คน ตัวแทนคณะกรรมการ
สถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 3 คน ผู้อำนวยการกองการศึกษา เทศบาลเมืองกระบี่ จำนวน 1 คน นักเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 80 คน และผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 5 คน รวมจำนวนทั้งสิ้น 100 คน โดยวิธีเลือก
แบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย แบบสอบถาม แบบสัมภาษณ์
กึ่งโครงสร้าง แบบประเมิน ประเด็นคำถามในการสนทนากลุ่ม แบบทดสอบวัดสมรรถนะและความสามารถ
ด้านการอ่าน (RT) การอ่านออกเสียง และการอ่านรู้เรื่อง แบบสอบถามความพึงพอใจ และประเด็นคำถาม
ปลายเปิด วิเคราะห์ข้อมูลปริมาณด้วยสถิติเชิงพรรณนาด้วยการแจกแจงความถี่ ค่าร้อยละ (Percentage)
ค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการ
วิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ตรวจสอบความถูกต้องข้อมูลด้วยวิธีสามเส้า (Triangulation)
ผลการวิจัย พบว่า 1) สภาพปัจจุบัน และสภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นของการ
บริหารงานวิชาการเพื่อยกระดับผลประเมิน RT ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล ๓ ท่าแดง สูงที่สุดเป็นลำดับ
แรก คือ ด้านการวัดและประเมินผล รองลงมาคือ ด้านการพัฒนาสื่อและนวัตกรรมการอ่าน และด้านการ
เตรียมความพร้อม RT ตามลำดับ 2) รูปแบบการบริหารงานวิชาการ (TA-DANG Model) ประกอบด้วย 4
องค์ประกอบเชิงระบบ คือ ปัจจัยนำเข้าเชิงกลยุทธ์ (Inputs) กระบวนการ (Process) วัฏจักรการขับเคลื่อน
คุณภาพวิชาการเชิงรุก T-A-D-A-N ได้แก่ T (Target-Driven Planning) วางแผนตั้งเป้าหมายเชิงรุก, A
(Active-Innovation) ขับเคลื่อนนวัตกรรม/สื่อการสอน, D (Dynamic PLC) แก้ปัญหาหนุนเสริมรายบุคคล,
A (Agile Mentoring) นิเทศกัลยาณมิตร/สนับสนุนตรงจุด และ N (Next-Gen Evaluation) วัดผลแม่นยำ/
คลังข้อสอบจำลอง ผลลัพธ์และความยั่งยืน (Output & Outcome) คือ G (Growth & Sustainable
Success) คะแนนเฉลี่ย RT สูงกว่าระดับชาติ นักเรียนมีสมรรถนะการอ่านเป็นเลิศ และวัฒนธรรมการอ่าน
ขยายผลสู่ชุมชนอย่างยั่งยืน และข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback) ผลการตรวจสอบรูปแบบมีความเหมาะสม
อยู่ในระดับมาก และมีความเป็นไปได้ในการนำไปใช้ในระดับมากที่สุด 3) หลังการใช้ TA-DANG Model
นักเรียนมีความสามารถด้านการอ่าน (RT) สูงกว่าก่อนใช้อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 และ
4) บุคลากรมีความพึงพอใจต่อการนำรูปแบบไปใช้ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด โดยผลการถอดบทเรียน
สรุปแนวทางปรับปรุงให้กระชับชัดเจนขึ้น 5 ด้าน คือ คัดกรองและจัดกลุ่มนักเรียนอย่างรวดเร็ว, นำสื่อ
นวัตกรรมเทคโนโลยีมาช่วยสอนอ่าน, จัดทำคลังข้อสอบ RT, ปรับลดการติวอัดแน่นก่อนสอบเป็นการเพิ่มพูน
คำศัพท์รายวัน และใช้การนิเทศแบบเพื่อนช่วยเพื่อน (Peer Coaching) พร้อมสะท้อนผลอย่างต่อเนื่อง
คำสำคัญ: การพัฒนารูปแบบ, การบริหารงานวิชาการ, การยกระดับสมรรถนะการอ่านและผลการประเมิน
ความสามารถด้านการอ่าน (RT), โรงเรียนเทศบาล ๓ ท่าแดง