ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > อภิปัญหาหนี้ครู...ปมที่แก้ไม่ตก 11 ปีลุกลาม 1.2 ล้านล้าน
อภิปัญหาหนี้ครู...ปมที่แก้ไม่ตก 11 ปีลุกลาม 1.2 ล้านล้าน
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 27 พ.ย. 2558 เปิดอ่าน : 9,907 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

อภิปัญหาหนี้ครู...ปมที่แก้ไม่ตก 11 ปีลุกลาม 1.2 ล้านล้าน
Advertisement

โดย...ธเนศน์ นุ่นมัน

หลังจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ออกมาระบุว่า ครูและบุคลากรทางการศึกษามีหนี้ทั้งในระบบประมาณ 1.2 ล้านล้านบาท แบ่งเป็นหนี้ที่กู้กับสหกรณ์ออมทรัพย์ครูและแหล่งกู้อื่น 7 แสนกว่าล้านบาท และหนี้ที่กู้กับธนาคารออมสินผ่านทางโครงการสวัสดิการเงินกู้กองทุนการฌาปนกิจสงเคราะห์ช่วยเพื่อนครูและบุคลากรทางการศึกษา (ช.พ.ค.) ของสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) จำนวน 4.7 แสนล้านบาท จำนวนกว่า 6.5 หมื่นคน

ยังไม่นับถึงหนี้นอกระบบซึ่งเป็นตัวเลขที่ยังไม่มีหน่วยงานไหนรวบรวมจากครูประมาณ 4.5 แสนคน ได้อย่างเป็นรูปธรรม ยังไม่มีการจำแนกว่ามีครูผู้สอนจริงๆ เป็นหนี้จำนวนเท่าไร และเป็นบุคลากรทางการศึกษาเท่าไร แต่มีการคาดการณ์กันว่า ทั้งหมดรวมกันจะเป็นตัวเลขที่สูงกว่าครึ่งหนึ่งของงบประมาณแผ่นดินทั้งหมด หรือสูงกว่า 2 ล้านล้านบาท

ทุกครั้งที่มีการพูดถึงปัญหาหนี้ครู สิ่งที่จะได้ยินตามมาก็คือ แนวทางในการแก้ไข แต่แนวคิดมากมายก็ไม่สามารถแก้ไขปัญหานี้อย่างยั่งยืนได้ เช่น ความพยายามจัดตั้ง “ธนาคารครู” ซึ่งเคยมีการมอบหมายให้ สกสค.รวบรวมข้อมูลเข้าหารือกับกระทรวงการคลัง แต่ก็ยังตั้งไม่ได้ เพราะไม่สามารถแก้โจทย์หลักเรื่องแหล่งเงินที่จะนำมาจัดตั้งให้เพียงพอที่จะให้สหกรณ์ออมทรัพย์ครูกู้ได้ในอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าแหล่งเงินอื่นๆ

ส่วนแนวคิดอื่น เช่น นำหนี้สินครูทั้งหมดไปรวมไว้ที่สหกรณ์ออมทรัพย์ครูแห่งเดียว กำหนดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ต่ำกว่าธนาคาร และให้รัฐบาลช่วยอุ้ม โดยงดดอกเบี้ยเงินกู้ครูอย่างน้อย 3-5 ปี โดยมีรัฐบาลค้ำประกัน แต่ก็ไม่สามารถกำหนดเพดานดอกเบี้ยตามเป้าที่ตั้งไว้ได้ เพราะอำนาจการบริหารภายในกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ครูทั้ง 76 จังหวัดที่มีสถานะเป็นนิติบุคคลตาม พ.ร.บ.สหกรณ์ พ.ศ. 2542 จึงไม่สามารถบังคับได้ ยังไม่รวมถึงปัญหาภายในของ สกสค.เองที่ยังแก้ไม่ตก ธนาคารครูจึงถูกพับเก็บไป

ยังมีแนวคิดอื่นๆ ที่ถูกเสนอเพื่อแก้หนี้ครู เช่น ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 6-7% ต่อปี ให้เหลือ 1-2% ต่อปี หรือ 4-5% ต่อปี หรือกรณีเรียกร้องเงินเบี้ยประกันคืนจากสัญญาเงินกู้ระหว่างธนาคารออมสินกับสมาชิกโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. ปรับโครงสร้างหนี้โดยเฉพาะครูเกษียณ หรืองดเก็บดอกเบี้ยครูที่มีอายุ 70 ปีขึ้นไป ให้ฟื้นกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง เพื่อใช้หนี้แทนครูที่มีความจำเป็นและชำระหนี้ไม่ได้ ขอคืนเงินเดือนครูครึ่งหนึ่งในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค.

นอกจากนี้ ยังมีแนวคิดอื่นๆ เช่น ให้พักหนี้ทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย เป็นเวลา 10 ปี โดยไม่ต้องหักผ่านเงินเดือน และให้รัฐบาลออกตราสารหนี้รับซื้อไว้

ปรีชา เมืองพรหม นายกสมาคมพัฒนาครูไทย ระบุว่า ปัญหาหนี้ครูเกิดจากวินัยทางการเงินของครูที่เริ่มเสียมาตั้งแต่การเปิดโอกาสให้ครูหลายๆ คนที่กู้เงินในโครงการสวัสดิการเงินกู้ ช.พ.ค. โครงการนี้กู้ได้โดยไม่มีการตรวจข้อมูลเครดิตเหมือนสหกรณ์ ทำให้ไม่สามารถทราบได้ว่าครูเป็นหนี้เสียหรือไม่สามารถเห็นภาระหนี้ก่อนกู้ แม้แต่เงินเดือนคงเหลือของผู้กู้เหลือเพียง 15% ของเงินเดือน ก็สามารถกู้ได้ ซึ่งโดยทั่วไปต้อง 30% ขึ้นไป หรือมากกว่านั้น ใช้คนค้ำกู้ได้ถึง 3 ล้านบาท

นอกจากนี้ บางกระแสยังระบุด้วยว่า มีการเรียกเก็บค่าหัวคิวจากการเดินเรื่องให้ครูกู้ได้ง่าย มีการประชาสัมพันธ์ให้ครูกู้หรือกระทั่งสร้างความเชื่อผิดๆ ให้ครูว่า โครงการนี้รับประกันโดย ศธ. แม้ไม่ชำระหนี้เงินกู้ ธนาคารออมสินก็สามารถหักเงินจากกองทุนเงินสนับสนุนพิเศษและส่งเสริมความมั่นคง ได้ทำให้ครูส่วนหนึ่งไม่ใช้หนี้ และมักจะแนะนำครูรุ่นน้องให้กู้ในโครงการนี้ เพราะไม่ต้องจ่ายหนี้ จนกลายเป็นการให้คำแนะนำแบบผิดๆ ที่ถูกบอกต่อๆ กันมา

“ต้องตั้งคำถามว่า ทำไมหน่วยงานดูแลสวัสดิการครูไม่ทำเรื่องอื่นๆ ที่ส่งผลต่อสวัสดิการครูจริงๆ แต่อยากให้ครูเป็นหนี้ ไม่เคยสนใจว่าครูแต่ละคนมีหนี้สินเท่าไร เพราะไม่เคยมีการสำรวจมาก่อน ด้วยเวลาเพียง 11 ปี ปัญหาหนี้สินก็ลุกลามจนแก้ปัญหาได้ลำบาก จึงเสนอให้ ศธ.ตั้งกองทุนพัฒนาครูไทย ให้ครูออมเงินเดือนละ 1,500 บาท เนื่องจากมีข้าราชการครูที่ประสบปัญหาหนี้สินเป็นจำนวนมาก ทั้งนี้หากครู 1 แสนคน สนใจในแนวคิดดังกล่าว จะมีเงินออมเดือนละ 150 ล้านบาท นำเข้ากองทุนไปพัฒนาอาชีพครู คาดว่าภายใน 5 ปี จะลดหนี้ได้ถึง 50%” นายกสมาคมพัฒนาครูไทย กล่าว

วรากรณ์ สามโกเศศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ ระบุว่า แนวคิดในการแก้ปัญหาหนี้ครูด้วยกองทุนหรือการออมเงิน เป็นเรื่องที่ดีสำหรับการแก้ปัญหาในระยะยาว แต่ปัญหาหนี้ครูนั้นมีความหลากหลาย ทั้งกลุ่มที่มีปัญหาหนี้สาหัสเรื้อรัง การออมต่อเดือนที่แม้จะเป็นเงินไม่มากก็เป็นเรื่องที่อาจทำได้ยาก ควรมีการแก้ปัญหาระยะสั้น คือ ขอความร่วมมือจากครูที่มีปัญหาจริงๆ มาให้คำปรึกษาด้านการเงิน

วรากรณ์ แนะนำว่า ควรมีหน่วยงานคำปรึกษา นำหนี้จากแหล่งต่างๆ ที่ครูคนนั้นๆ มีอยู่มาเปรียบเทียบดูว่า ส่วนไหนที่มีดอกเบี้ยสูงก็ใช้วิธีการรีไฟแนนซ์ หรือการที่คุณกู้เงินก้อนใหม่เพื่อไปใช้คืนเงินกู้ก้อนเก่า แล้วเปลี่ยนแบบแผนการดำเนินชีวิต และหน่วยงานด้านสวัสดิการครูต้องช่วยด้านสวัสดิการจริง เลิกยั่วยุให้ครูกู้เงิน ขณะที่ครูต้องให้ความร่วมมือ ให้ข้อมูลข้อเท็จจริงเรื่องหนี้สินที่เป็นประโยชน์ในการแก้ปัญหามากกว่าที่เป็นอยู่

 

ที่มา หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์ วันที่ 27 พฤศจิกายน 2558

 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

ความคิดสร้างสรรค์ (1)

ความคิดสร้างสรรค์ (1)
เปิดอ่าน 7,610 ครั้ง
ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน

ยุทธศาสตร์การกระจายอำนาจ...โรงเรียนนิติบุคคลที่มุ่งคุณภาพผู้เรียน
เปิดอ่าน 8,424 ครั้ง
บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"

บทความพิเศษ "เมื่อระบบการศึกษาของไทยล้มเหลว"
เปิดอ่าน 14,882 ครั้ง
เลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศ

เลิกโทษเด็กนักเรียนได้ไหม? คอลัมน์สุจิตต์ วงษ์เทศ
เปิดอ่าน 27,782 ครั้ง
การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย

การศึกษาขั้นพื้นฐานมุ่งสู่อนาคต (Basic Education for Future) : ทีปกร จิร์ฐิติกุลชัย
เปิดอ่าน 45,208 ครั้ง
Smart Thailand

Smart Thailand
เปิดอ่าน 7,702 ครั้ง
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร

การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
เปิดอ่าน 43,247 ครั้ง
บัณฑิตน้อย "ความบ้าใบ" ของการศึกษาไทย โดย ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง

บัณฑิตน้อย "ความบ้าใบ" ของการศึกษาไทย โดย ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง
เปิดอ่าน 691,338 ครั้ง
ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ

ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 10,891 ครั้ง
ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู

ศธ.ให้ความสำคัญครูคนแรกดึงพ่อแม่เป็นส่วนหนึ่งวันครู
เปิดอ่าน 7,367 ครั้ง
หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง

หยุด การศึกษาที่สร้างทุกข์ให้นักเรียน และผู้ปกครอง
เปิดอ่าน 34,354 ครั้ง
คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!

คุณภาพผู้เรียนวัดจาก NT-ONET เส้นทางที่ลางเลือน!
เปิดอ่าน 6,299 ครั้ง
อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว

อุดมศึกษาไทยเสื้อไซซ์เดียว
เปิดอ่าน 7,334 ครั้ง
คนไทยกับ "วิกฤติหนี้สิน" "การศึกษา" ถึงเวลาปฏิรูป

คนไทยกับ "วิกฤติหนี้สิน" "การศึกษา" ถึงเวลาปฏิรูป
เปิดอ่าน 8,369 ครั้ง
ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทอง

ปฏิรูปโครงสร้างการศึกษาระดับภูมิภาค สะท้อนความล้มเหลวของใคร หรือจะหนีเสือปะจระเข้ โดย ณรงค์ ขุ้มทอง
เปิดอ่าน 10,086 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
อ่านกันชัดๆ ที่นี่ "อยากเป็นครู ทำอย่างไร?"
เปิดอ่าน 21,459 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
จะยุบโรงเรียนขนาดเล็กอีกกี่แห่ง? : รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
จะยุบโรงเรียนขนาดเล็กอีกกี่แห่ง? : รองศาสตราจารย์ ดร.สมบัติ นพรัก
เปิดอ่าน 5,834 ☕ คลิกอ่านเลย

การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
การแก้ปัญหาการศึกษาไทย คันที่หลัง อย่าไปเกาที่ขา
เปิดอ่าน 17,348 ☕ คลิกอ่านเลย

การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
การปฏิรูปการศึกษาที่ไม่ได้หัวใจครู
เปิดอ่าน 19,759 ☕ คลิกอ่านเลย

คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"
คอลัมน์ เปลี่ยนผ่าน: ได้เวลา "ปฏิรูป" ลูกเสือไทยเร่งสางปัญหา "ทุจริต" รีบปรับหลักสูตรให้ตรงใจ "ผู้เรียน-ผู้สอน"
เปิดอ่าน 8,912 ☕ คลิกอ่านเลย

ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
เปิดอ่าน 11,933 ☕ คลิกอ่านเลย

ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู
ปฏิรูปผู้บริหารสถานศึกษาก่อน ผลจะย้อนมาถึงคุณภาพครู
เปิดอ่าน 7,514 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว
อวสาน Hotmail ไมโครซอฟท์เปิดตัว Outlook.com แล้ว
เปิดอ่าน 11,648 ครั้ง

ธุรกิจออนไลน์ที่น่าลงทุนในปี 2020 สำหรับสร้างรายได้เสริม
ธุรกิจออนไลน์ที่น่าลงทุนในปี 2020 สำหรับสร้างรายได้เสริม
เปิดอ่าน 39,048 ครั้ง

7 กิจกรรมวันหยุด ชาร์จแบตตัวเองก่อนเริ่มทำงาน
7 กิจกรรมวันหยุด ชาร์จแบตตัวเองก่อนเริ่มทำงาน
เปิดอ่าน 1,821 ครั้ง

มาตรฐานข้อสอบและการให้เกรดในมหาวิทยาลัย: เกรดเฟ้อและเกรดฝืด
มาตรฐานข้อสอบและการให้เกรดในมหาวิทยาลัย: เกรดเฟ้อและเกรดฝืด
เปิดอ่าน 11,828 ครั้ง

โชว์ภาพ 3 มิติ แก๊ดเจ็ตใหม่ บัตรประชาชนอนาคต
โชว์ภาพ 3 มิติ แก๊ดเจ็ตใหม่ บัตรประชาชนอนาคต
เปิดอ่าน 9,478 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 081-3431047

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ