ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม
เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน
ผู้วิจัย นางกวิสรา ศรีมูล
ปีที่ทำวิจัย 2565-2568
บทคัดย่อ
การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์หลักเพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหาร
แบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และวัตถุประสงค์เฉพาะ ได้แก่ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 2) เพื่อสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน 3) เพื่อทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน และ 4) เพื่อประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน วิธีดำเนินการวิจัยแบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลพื้นฐานสำหรับการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่านประกอบด้วย 3 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ ขั้นที่ 1.1 การศึกษาองค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการและกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมโดยการวิเคราะห์เอกสาร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวิเคราะห์องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการและกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นที่ 1.2 การศึกษาสภาพปัจจุบัน สภาพที่พึงประสงค์ และความต้องการจำเป็นในการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยการใช้แบบสอบถาม กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ครูโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย ที่ปฏิบัติหน้าที่ในปีการศึกษา 2568 จำนวน 23 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามสภาพปัจจุบันและสภาพที่พึงประสงค์ในการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอ ภูเพียง จังหวัดน่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และหาค่าความต้องการจำเป็น (Priority Need Index : PNI) ขั้นที่ 1.3 การศึกษาองค์ประกอบ และแนวทางการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน แบ่งเป็น 3 ขั้นตอนย่อย ดังนี้ 1.3.1) การศึกษาองค์ประกอบ และแนวทางการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยการวิเคราะห์เอกสาร เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบวิเคราะห์เอกสาร วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 1.3.2) การศึกษาองค์ประกอบและแนวทางการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกประเด็นการสนทนากลุ่ม วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 1.3.3) การสังเคราะห์องค์ประกอบและแนวทางการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยนำผลการวิจัยในขั้นตอนที่ 1.3.1 และ 1.3.2 มาสังเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสรุปองค์ประกอบและแนวทางการสร้างรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและตรวจสอบรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ ขั้นที่ 2.1 การยกร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ ผู้วิจัยนำผลการศึกษาในขั้นตอนที่ 1 มายกร่างรูปแบบ ตามกรอบแนวคิดในการวิจัย และร่วมกับครูผู้เกี่ยวข้อง ได้แก่ ครูผู้สอนที่ปฏิบัติหน้าที่หัวหน้างานวิชาการ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ ร่วมกันประชุมและจัดทำร่างคู่มือการใช้รูปแบบ ขั้นที่ 2.2 การตรวจสอบร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ โดยการสนทนากลุ่มผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบบันทึกประเด็นการสนทนากลุ่ม เพื่อพิจารณาความถูกต้องและความเหมาะสมของร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ และแบบตรวจสอบความถูกต้องและความเหมาะสมของร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูล โดยการวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) ขั้นที่ 2.3 การบรรณาธิการกิจรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ ผู้วิจัยนำผลการตรวจสอบร่างรูปแบบและร่างคู่มือการใช้รูปแบบ และข้อเสนอแนะจากผู้ทรงคุณวุฒิ มาปรับปรุงรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบตามคำแนะนำของผู้ทรงคุณวุฒิ จัดทำรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบให้สมบูรณ์ ขั้นที่ 2.4 การตรวจสอบรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยผู้ทรงคุณวุฒิ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 12 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบประเมินความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูล หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 3 การทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน โดยนำรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ไปทดลองใช้ในปีการศึกษา 2568 เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความคิดเห็นของครูที่มีต่อการปฏิบัติตามรูปแบบ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน แบ่งเป็น 4 ขั้นตอนย่อย ได้แก่ ขั้นที่ 4.1 การประเมินคุณภาพผู้เรียน เปรียบเทียบคุณภาพของผู้เรียนก่อนและหลังทดลองใช้รูปแบบ ขั้นที่ 4.2 การประเมินความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ครูโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย จำนวน 23 คน เครื่องมือในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ แบบสอบถามความพึงพอใจที่มีต่อการใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ขั้นที่ 4.3 การประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบ กลุ่มผู้ให้ข้อมูล คือ ผู้บริหาร และครูโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย จำนวน 24 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ แบบประเมินความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ของรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอ ภูเพียง จังหวัดน่าน วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน
ผลการวิจัยพบว่า
1. องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการและกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม พบว่า องค์ประกอบของการบริหารงานวิชาการ มี 5 ด้าน ได้แก่ 1) ด้านการพัฒนาหลักสูตร 2) ด้านการพัฒนากระบวนการเรียนรู้ 3) ด้านการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ 4) ด้านการนิเทศการศึกษา และ 5) ด้านการวิจัยเพื่อพัฒนาคุณภาพการศึกษา และองค์ประกอบของกระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม ประกอบด้วยการดำเนินงานต่อเนื่องเป็นวงจร สอดคล้องกับแนวคิดของโคเฮ็นและอัฟออฟ (Cohen and Uphoff) ซึ่งประกอบด้วย 1.การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ 2.การมีส่วนร่วมในการดำเนินงาน 3.การมีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ 4.การมีส่วนร่วมในการประเมินผล
สภาพปัจจุบันในการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่า มีระดับปฏิบัติในภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง สภาพที่พึงประสงค์ในการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในภาพรวมทั้งหมดอยู่ในระดับมากที่สุด ค่าความต้องการจำเป็น (PNI Modified) ในการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในภาพรวมทั้งหมด มีค่า PNI Modified = 0.85 โดยมีแนวทางการสร้างรูปแบบ ประกอบด้วย องค์ประกอบสำคัญ ได้แก่ หลักการของรูปแบบ วัตถุประสงค์ของรูปแบบ เนื้อหาและกระบวนการดำเนินการตามรูปแบบ และ ปัจจัยแห่งความสำเร็จ
2. รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน แบ่งเป็น 4 ส่วน ได้ แก่ ส่วนที่ 1 หลักการของรูปแบบ ส่วนที่ 2 วัตถุประสงค์ของรูปแบบ ส่วนที่ 3 วิธีการดำเนินการตามรูปแบบ ประกอบด้วย 3.1) ปัจจัยนำเข้า 3.2) กระบวนการ 3.3) ผลลัพธ์ และส่วนที่ 4 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผลการตรวจสอบรูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบโดยผู้ทรงคุณวุฒิ พบว่ารูปแบบและคู่มือการใช้รูปแบบการบริหารบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน มีความถูกต้อง ความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
3. ผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่าครูสามารถปฏิบัติ ตามรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ของโรงเรียนบ้าน ทุ่งน้อย อำเภอเพียง จังหวัดน่าน อยู่ในระดับมากที่สุด และผ่านเกณฑ์ที่กำหนด
4. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่า 1) ด้านคุณภาพผู้เรียน (1.1) ผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนตามหลักสูตรของผู้เรียน ในปีการศึกษา 2568 สูงกว่า ปีการศึกษา 2567 และ ผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละของคะแนนเฉลี่ยผลการทดสอบระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ของผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยพิจารณาจากผลต่างของค่าเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มสาระในระดับโรงเรียนกับค่าเฉลี่ยระดับประเทศ พบว่า ในปีการศึกษา 2568 มีค่าระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ร้อยละคะแนนเฉลี่ยรวมทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ระดับโรงเรียนสูงกว่าระดับประเทศ มากกว่า ปีการศึกษา 2567 และในระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์และกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ ในปีการศึกษา 2568 สูงกว่า ปีการศึกษา 2567 ระดับโรงเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทยสูงกว่าระดับประเทศ (1.2) ผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับดีขึ้นไปในภาพรวมทุกข้อ ในปีการศึกษา 2568 สูงกว่าปีการศึกษา 2567 (1.3) ผลการเปรียบเทียบค่าร้อยละของจำนวนผู้เรียนที่มีผลการประเมินสมรรถนะสำคัญของผู้เรียนระดับดีขึ้นไป ในปีการศึกษา 2568 สูงกว่า ปีการศึกษา 2567 (1.4) ผู้เรียน ครู ผู้บริหาร และสถานศึกษาได้รับเกียรติบัตร หรือรางวัลด้านวิชาการ ในปีการศึกษา 2568 มากกว่า ปีการศึกษา 2567 2) ด้านความพึงพอใจของครูผู้สอนที่มีต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพของผู้เรียนโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่า ครูผู้สอนมีความพึงพอใจต่อรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในภาพรวมอยู่ในระดับมากที่สุด 3) ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน พบว่า ผู้บริหารและครู มีความคิดเห็นว่ารูปแบบการบริหารงานวิชาการโดยใช้กระบวนการบริหารแบบมีส่วนร่วมเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนของโรงเรียนบ้านทุ่งน้อย อำเภอภูเพียง จังหวัดน่าน ในภาพรวมมีความเหมาะสม ความเป็นไปได้ และความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับมากที่สุด ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด