กิ่งดาว เป็งคำมา. (2569).ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ เรื่อง CARE Model: นวัตกรรมการนิเทศแบบร่วมพัฒนา
เพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการคัดกรองและการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
สำหรับนักเรียนพิการเรียนรวมศึกษานิเทศก์ ชำนาญการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา
ฉะเชิงเทรา
บทคัดย่อ
ผลงานวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ เรื่อง CARE Model: นวัตกรรมการนิเทศแบบร่วมพัฒนาเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะครูด้านการคัดกรองและการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) สำหรับนักเรียนพิการเรียนรวม มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) พัฒนารูปแบบการนิเทศการจัดการศึกษาเรียนรวมตาม CARE Model 2) พัฒนาสมรรถนะครูด้านการคัดกรอง การประเมินความสามารถพื้นฐาน และการจัดทำแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) และ 3) ส่งเสริมให้ครูนำแผน IEP/IIP ไปใช้จัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนพิการเรียนรวมได้อย่างเหมาะสมตามศักยภาพและความต้องการจำเป็นรายบุคคล
การดำเนินงานใช้กระบวนการนิเทศแบบร่วมพัฒนา CARE Model ประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ได้แก่ C Collaborate การประสานงานและสร้างความร่วมมือ, A Assess การประเมินและวิเคราะห์ข้อมูล, R Reflect การนิเทศ ติดตาม และสะท้อนผลเพื่อพัฒนา และ E Empower การเสริมพลังครูและสถานศึกษาสู่ความยั่งยืน โดยสังเคราะห์และบูรณาการหลักการจัดการศึกษาแบบเรียนรวม กรอบโครงสร้าง SEAT วงจรคุณภาพ PDCA แนวคิดการนิเทศแบบโค้ช และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ กลุ่มเป้าหมาย ได้แก่ ครูผู้สอนนักเรียนพิการเรียนรวมในสถานศึกษาเครือข่าย จำนวน 12 โรงเรียน รวม 27 คน
เครื่องมือที่ใช้ในการดำเนินงานและประเมินผล ประกอบด้วย แบบประเมินความรู้ความเข้าใจของครู แบบประเมินคุณภาพแผน IEP/IIP แบบบันทึกการนิเทศแบบโค้ช และแบบนิเทศติดตามการจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้าง SEAT ซึ่งประเมิน 4 ด้าน ได้แก่ ด้านนักเรียน ด้านสภาพแวดล้อม ด้านกิจกรรมการเรียนการสอน และด้านเครื่องมือ โดยประเมินผลการปฏิบัติเป็น 5 ระดับ พร้อมบันทึกร่องรอยหลักฐาน ผลการปฏิบัติที่ดี ปัญหาอุปสรรค และข้อเสนอแนะเพื่อการพัฒนา
ผลการดำเนินงานพบว่า ครูผู้เข้ารับการนิเทศมีความรู้ความเข้าใจด้านการคัดกรองและการจัดทำ
แผน IEP/IIP หลังการพัฒนาอยู่ในระดับผ่านเกณฑ์ร้อยละ 100 แผน IEP ที่ได้รับการปรับปรุงมีคุณภาพอยู่ในระดับดีเยี่ยม มีคะแนนเฉลี่ย 4.40 และแผน IEP/IIP ที่ผ่านเกณฑ์คุณภาพมีจำนวนไม่น้อยกว่าร้อยละ 80 ผลการนิเทศติดตามการจัดการศึกษาเรียนรวมตามโครงสร้าง SEAT โดยภาพรวมอยู่ในระดับดีมาก มีคะแนนเฉลี่ย 51 คะแนน ขณะที่ความพึงพอใจของครูต่อกระบวนการนิเทศโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ย 4.45
ผลการดำเนินงานสะท้อนว่า CARE Model เป็นรูปแบบการนิเทศที่ช่วยให้เกิดการประสานความร่วมมือ การใช้ข้อมูลจริงเพื่อวางแผนพัฒนา การนิเทศแบบโค้ชและสะท้อนผลอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนการเสริมพลังให้ครูสามารถจัดทำและใช้ IEP/IIP เพื่อจัดการเรียนรู้สำหรับนักเรียนพิการเรียนรวมได้อย่างมีคุณภาพ ทั้งยังสามารถนำไปประยุกต์ใช้และขยายผลในสถานศึกษาเครือข่ายตามบริบทได้อย่างยั่งยืน
คำสำคัญ: CARE Model, การนิเทศการศึกษาเรียนรวม, การคัดกรอง, แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล, IEP, นักเรียนพิการเรียนรวม