ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• ถ้าแห้งก็หล่นเลย

ชั้นอนุบาลที่ ๒ จำนวน ๒๘ โรงเรียนนิคมทับกวางสงเคราะห์ ๒ ใช้ระยะเวลา ๓ วัน

ครูผู้สอน นางศิริรัตน์ คอยเกษม

ที่มาและความสำคัญของการทำโครงงาน

โครงงานนี้ต่อยอดมาจากการทดลองเรื่องอากาศ ในกิจกรรมกักน้ำไว้ ของเด็กๆ ในห้องเรียนชั้นอนุบาล2 ในการทดลองนี้เมื่อนำแผ่นพลาสติก (แผ่นฟิวเจอร์บร์อด) ปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก น้ำไม่ไหลออกจากแก้วแผ่นพลาสติกไม่หล่นลง ซึ่งน้องเอิน ถามว่าถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้ว แล้วทดลองเหมือนเดิมจะเป็นอย่างไรคะ

ผู้ทำโครงงาน

นักเรียนชั้นอนุบาล ๒ โรงเรียนนิคมทับกวางสงเคราะห์๒

วัตถุประสงค์ของการทำโครงงาน

๑. เพื่อศึกษาว่าในกิจกรรมกักน้ำไว้ ถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้วผลการทดลองจะเป็นอย่างไร

๒. เพื่อฝึกทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบผลจากการทดลอง เกี่ยวกับปริมาณของน้ำที่อยู่ในแก้ว

๓. เพื่อเชื่อมโยงความคิดจากประสบการณ์ที่ได้รับจากการทดลองที่ผ่านมากับสิ่งใหม่ได้

สิ่งที่เด็กอยากรู้

ปริมาณของน้ำในแก้วมีผลต่อการหล่นของแผ่นพลาสติกหรือไม่

ระยะเวลาดำเนินการ

ระยะเวลา ๓ วัน ตั้งแต่ วันที่ ๗ – ๙ มกราคม ๒๕๕๘

ขั้นตอนการทำโครงการ

๑. ระยะเริ่มต้นโครงงาน

หลังจากทำการทดลองแล้ว เด็กๆ สนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการทดลองเรื่องแรงดัน ในกิจกรรมกักน้ำไว้

น้องเอิน ถามว่าถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้ว แล้วทดลองเหมือนเดิมจะเป็นอย่างไร ครูจึงถามว่าใครอยากรู้เรื่องนี้บ้าง เพื่อนๆ ต่างก็สนใจอยากรู้จึงได้กำหนดเป็นหัวข้อโครงงาน เด็กๆ เล่าเรื่องประสบการณ์เดิม

๒. ระยะพัฒนาโครงงาน

เด็กๆ กำหนดคำถาม ตั้งสมมติฐานมาตอบคำถาม ทดสอบสมมติฐานด้วยการลงมือปฏิบัติร่วมกับเพื่อน และร่วมกันสรุปเป็นความรู้จากการค้นพบด้วยการลงมือปฏิบัติ เด็กๆ ค้นหาความรู้จากการทดลองเองนำมาเล่าให้ครูและเพื่อนฟัง

๓.ระยะสรุปโครงงาน

เด็กๆ สามารถค้นหาคำตอบของปัญหาร่วมกันและ ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบจากการปฏิบัติการทดลอง สรุปผลการทดลองจากการค้นพบ

๑. ระยะเริ่มต้นโครงงาน

เด็กๆ สนทนาร่วมกันเกี่ยวกับการทดลองเรื่องแรงดัน ในกิจกรรมกักน้ำไว้

น้องเอิน ถามว่า “ครูขาถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้ว แล้วแผ่นจะหล่นมั้ยคะ” ครูจึงตอบว่า “ครูก็อยากรู้เหมือนกันน้องเอินจะลองทำดูมั้ยคะ” แล้วครูก็ถามเด็กคนอื่นถามว่า “ใครอยากรู้เรื่องนี้บ้าง” เพื่อนๆ ต่างก็สนใจอยากรู้จึงได้กำหนดเป็นหัวข้อโครงงาน และช่วยกันตั้งชื่อโครงการ จากเรื่องที่เด็กเสนอ ครูให้ยกมือและนับจำนวน แล้วเขียนบนกระดาน เพื่อนๆ ต่างชอบชื่อเรื่อง ถ้าแห้งก็หล่นเลย ที่น้องเอินตั้งชื่อเรื่อง จึงได้หัวข้อโครงงานนี้ว่า ถ้าแห้งก็หล่นเลย

ครู -เด็กๆ คิดว่าเราจะตั้งชื่อ เรื่องที่เราอยากรู้ว่าอะไรดีคะ

น้องเอิน -คว่ำแก้วน้ำไม่หก

น้องเบส -ถ้าแห้งก็หล่นเลย

น้องเหมี่ยว -ถ้าเปียกไม่หล่น

น้องตี้ -น้ำไม่หก

และแบ่งกลุ่ม เป็น ๔ กลุ่ม เพื่อทดลอง โดยแบ่งจากให้เพื่อนที่อยากเป็นหัวหน้าไปยืนด้านหน้า จากนั้นใครอยากอยู่กลุ่มใครให้เดินไปต่อหลังเพื่อนคนนั้น

ครูให้เด็กๆ เล่าเรื่องประสบการณ์เดิม

น้องพี - แผ่นพลาสติกดูดน้ำๆ ไม่หล่นเลยครับ

น้องเอิน - น้ำเต็มแก้วคว่ำลง แผ่นพลาสติกไม่หล่นค่ะ

น้องเบส - แผ่นพลาสติกปิดปากแก้วครับ กดไว้คว่ำไม่มีอะไรหล่น

น้องเม - น้ำดูดแผ่นพลาสติกไว้ค่ะ

น้องโอ๊ต - น้ำไม่หกเลอะครับ

น้องอิง - แผ่นพลาสติกเอาอันใหม่นะคะ อันเก่าหนูเห็นมันงอพับได้ค่ะ

น้องรุ่ง -แผ่นที่งอแล้วใช้ปิดปากแก้วไม่ได้ครับครู มันหล่นครับหนูลองทำแล้ว

น้องหญิง -ครูขาหนูเห็นน้ำในแก้วไม่หล่นค่ะ

น้องเบล -มันไม่หล่นค่ะเพราะมันดูดกัน

๒. ระยะพัฒนาโครงงาน

เด็กๆ กำหนดคำถาม และค้นหาคำตอบของคำถามที่ตนอยากรู้ โดยลงมือปฏิบัติร่วมกับเพื่อน และร่วมกันสรุปเป็นความรู้จากการค้นพบด้วยตัวเอง เด็กๆ นำความรู้ที่ได้มาเล่าให้ครูและเพื่อนฟัง

คำถามที่เด็กอยากรู้เกี่ยวกับการทดลองนี้

น้องเหมี่ยว - ทำไมน้ำไม่หกคะ

น้องอิง - ถ้าเทน้ำออกเกือบหมด แล้วทดลองจะเป็นอย่างไรคะ

น้องรุ่ง - ครูครับเทน้ำออกจนหมดแก้วทดลองจะเป็นอย่างไรครับ

น้องริว - ทำอย่างไรแผ่นพลาสติกจึงจะหล่นครับ

น้องข้าว - ถ้าเราเช็ดแก้วและแผ่นพลาสติกให้แห้งจะหล่นไหมคะ

น้องมิ๊กเซอร์ - ถ้าไม่เอาฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกที่ปิดปากแก้วล่ะ น้ำจะหกออกไหมครับ

จากการตั้งคำถามของเด็ก จึงนำไปสู่การทดลอง เรื่อง ถ้าแห้งก็หล่นเลย โดยเด็กแบ่งเป็น ๔ กลุ่ม เพื่อศึกษาผลการทดลอง ดังนี้

กลุ่มที่ ๑ ใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

เด็กๆ พบว่า ถ้าใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้ว ให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก แผ่นพลาสติกไม่หล่น น้องข้าวและเพื่อนในกลุ่มต่างพูดว่า “ครูขาแผ่นไม่หล่นค่ะ”

กลุ่มที่ ๒ ใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ไม่ต้องใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ สังเกตผลการทดลอง

เด็กๆ พบว่า ถ้าใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ไม่ต้องใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ เพื่อนบางคนทำแผ่นหล่น บางคนก็ทำไม่หล่น เช่น น้องแบน ทดลองแล้วแผ่นหล่น “ครูครับ มันหล่นครับ” มิกเซอร์ว่า “แต่เราทำไม่หล่น” ครูจึงว่า “มิกเซอร์อย่างไรแผ่นจึงไม่หล่นคะ” มิ๊กเซอร์ว่า “ผมวางแผ่นพลาสติกปิดปากแก้ว กดให้สนิทก่อนครับ แล้วคว่ำแก้วลงช้าๆ ก็ไม่หล่นครับ” ครูจึงว่า “แบนลองทำตามมิ๊กเซอร์บอกดูมั้ยครับ” แบนลองทำก็ทำได้จริง แบนจึงว่า “ครูครับต้องกดให้สนิทครับถึงจะไม่หล่น

กลุ่มที่ ๓ เทน้ำออกจนหมดแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

เด็กๆ พบว่า ถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติด กับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก แผ่นพลาสติกก็ไม่หล่น ซึ่งเด็กแปลกใจ น้องอิงว่า “ครูขาหนูเทน้ำออกจนหมดแก้ว เอามือกดแผ่นที่ปิดปากแก้วให้แน่นสนิท คว่ำลงแผ่นไม่หล่นเลยค่ะ ทำไมมันไม่หล่นคะ” แล้วน้องคิดว่าทำไมคะ ครูถาม น้องหญิงทดลองอยู่ใกล้ๆ ตอบว่า “ครูขามันมีน้ำอยู่ มันเปียกค่ะมันแลยไม่หล่น” น้องอิงจึงว่า “มันเปียกเลยไม่หล่นใช่มั้ยคะ”

กลุ่มที่ ๔ เทน้ำออกจากแก้วให้หมดแล้วเช็ดแก้ว และแผ่นพลาสติกให้แห้ง จากนั้นนำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

เด็กๆ พบว่า ถ้าเทน้ำออกจากแก้วให้หมดแล้วเช็ดแก้ว และแผ่นพลาสติกให้แห้ง จากนั้นนำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก แผ่นพลาสติกหล่น น้องไอซ์ว่า “ครูครับถ้าแห้งก็หล่นเลยครับ” น้องพีว่า “เช็ดให้แห้งคือต้องไม่เปียกใช่มั้ยครับครู”

๓.ระยะสรุปโครงงาน

เด็กๆ สามารถค้นหาคำตอบของปัญหาร่วมกันและ ร่วมแสดงความเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่ค้นพบจากการปฏิบัติการทดลอง สรุปผลการทดลองจากการค้นพบ ดังนี้

กลุ่มที่ ๑ ใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

ผลการทดลอง แผ่นพลาสติกไม่หล่น น้ำไม่หก

กลุ่มที่ ๒ ใส่น้ำ ครึ่งแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ไม่ต้องใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ สังเกตผลการทดลอง

ผลการทดลอง แผ่นพลาสติกไม่หล่น เป็นบางครั้ง

กลุ่มที่ ๓ เทน้ำออกจนหมดแก้ว นำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

ผลการทดลอง แผ่นพลาสติกไม่หล่น

กลุ่มที่ ๔ เทน้ำออกจากแก้วให้หมดแล้วเช็ดแก้ว และแผ่นพลาสติกให้แห้ง จากนั้นนำแผ่นพลาสติกปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก สังเกตผลการทดลอง

ผลการทดลอง แผ่นพลาสติกหล่น

จากการทดลอง ครูให้ ตัวแทนออกมาวาดผลการทดลองที่กระดาน และให้เด็กๆ วาดผลการทดลองของตนเอง และเล่าให้ครูฟัง

ภาพผลการทดลอง

บันทึกคำพูดของเด็กๆ

น้องเอิน -ถ้าเช็ดให้แห้งแผ่นพลาสติกก็หล่นเลยค่ะ

น้องตี้ -ขนาดเทน้ำจนหมดแก้วแผ่นพลาสติกก็ยังไม่หล่นครับ

น้องการ์ตูน -หนูไม่เอามือกดแผ่นพลาสติกคว่ำแก้วลงก็ไม่หล่นนะคะ

น้องดำ -แต่ตอนแรกผมทำหล่นครับ

น้องฟิว -ทำดีๆ ไม่หล่นนะดำ

น้องพี -เช็ดให้แห้งคือต้องไม่เปียกใช่มั้ยครับครู

น้องข้าว -ครูขาแผ่นไม่หล่นค่ะ

น้องแบน -ครูครับ มันหล่นครับ

มิกเซอร์ว่า -แต่เราทำไม่หล่น ผมวางแผ่นพลาสติกปิดปากแก้ว กดให้สนิทก่อนครับ

แล้วคว่ำแก้วลงช้าๆก็ไม่หล่นครับ”

น้องแบน -ครูครับต้องกดให้สนิทครับถึงจะไม่หล่น

น้องอิง -ครูขาหนูเทน้ำออกจนหมดแก้ว เอามือกดแผ่นที่ปิดปากแก้วให้แน่นสนิท

คว่ำลงแผ่นไม่หล่นเลยค่ะ ทำไมมันไม่หล่นคะ

น้องหญิง -ครูขามันมีน้ำอยู่ มันเปียกค่ะมันแลยไม่หล่น

น้องอิง -มันเปียกเลยไม่หล่นใช่มั้ยคะ

น้องไอซ์ -ครูครับถ้าแห้งก็หล่นเลยครับ

น้องพีว่า -เช็ดให้แห้งคือต้องไม่เปียกใช่มั้ยครับครู

สิ่งที่เด็กค้นพบ

จากการทดลองในครั้งนี้เด็ก ๆ พบว่า เทน้ำออกจนหมดแก้วแล้ว นำแผ่น

พลาสติกแผ่นปิดปากแก้วให้สนิท ใช้ฝ่ามือกดแผ่นพลาสติกให้ติดกับปากแก้วให้แน่น คว่ำแก้วลงช้าๆ ให้แก้วตั้งบนฝ่ามือ เลื่อนฝ่ามือออก แผ่นพลาสติกก็ยังไม่หล่น เนื่องจากแก้วที่เทน้ำออกหมดแต่ยังเหลือหยดน้ำเล็กน้อยที่ค้างรอบปากแก้ว และแผ่นพลาสติกที่ยังมีหยดน้ำเปียกอยู่ แผ่นพลาสติกจึงไม่หล่น แต่ถ้าเช็ดให้แห้งทั้งแผ่นพลาสติก และแก้ว ทดลองก็หล่นเลย แต่ถ้าไม่เอามือปิดแผ่นพลาสติกให้แน่น ขณะคว่ำแก้วแผ่นอาจหล่นได้

สรุปผลจากการทำโครงงานเรื่องถ้าแห้งก็หล่นเลย

๑. เด็กๆ เรียนรู้ว่าถึงจะเทน้ำออกจนหมดแก้ว นำแผ่นพลาสติกมาปิดปากแก้วกดให้แน่น คว่ำลงให้แก้วตั้งบนฝามือเลื่อนมือออก แผ่นกระดาษก็ไม่หล่น เนื่องจากมีน้ำเปียกบริเวณปากแก้วและแผ่นพลาสติก แต่ถ้าเช็ดแผ่นพลาสติกจนแห้งทดลอง นำแผ่นพลาสติกมาปิดปากแก้วกดให้แน่น คว่ำลงให้แก้วตั้งบนฝามือเลื่อนมือออก แผ่นกระดาษจึงหล่นลง และถ้าไม่ปิดแผ่นพลาสติกให้แน่น ขณะคว่ำแก้วแผ่นอาจหล่นได้

๒. เด็กได้ใช้ทักษะการสังเกตและเปรียบเทียบ โดยการสังเกตและเปรียบเทียบ ผลการทดลองปริมาณของน้ำที่อยู่ในแก้ว ของแต่ละกลุ่ม ที่เขาและเพื่อนได้ทดลองทำ

๓. เด็กได้เชื่อมโยงความคิดจากประสบการณ์การทดลองครั้งที่ผ่านมากับผลการทดลองที่เกิดขึ้นในครั้งนี้เป็นความรู้ใหม่คือ ถ้าเทน้ำออกจนหมดแก้ว นำแผ่นพลาสติกมาปิดปากแก้วกดให้แน่น คว่ำลงให้แก้วตั้งบนฝามือเลื่อนมือออก แผ่นกระดาษก็ไม่หล่น แต่ถ้าแต่ถ้าเช็ดแผ่นพลาสติกจนแห้งทดลอง นำแผ่นพลาสติกมาปิดปากแก้วกดให้แน่น คว่ำลงให้แก้วตั้งบนฝามือเลื่อนมือออก แผ่นกระดาษจึงหล่นลง และถ้าไม่ปิดแผ่นพลาสติกให้แน่น ขณะคว่ำแก้วแผ่นอาจหล่นได้

โพสต์โดย ครูตุ๊กตา : [25 มิ.ย. 2559 เวลา 20:08 น.]
อ่าน [1445] ไอพี : 171.4.161.131
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ