ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยม

ชื่อเรื่อง การพัฒนาชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ผู้ศึกษา นายปิยะพันธ์ ชัยเสนา

โรงเรียน ดอนเสียวแดงพิทยาคม อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม

ปีที่พิมพ์ 2559

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีความมุ่งหมายดังนี้ 1) เพื่อพัฒนาชุดเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน 3) เพื่อศึกษาดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยชุดชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 และ 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจต่อการจัดการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนดอนเสียวแดงพิทยาคม อำเภอนาหว้า จังหวัดนครพนม สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 22 ที่เรียนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 27 คน โดยใช้วิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ คือ ชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) จำนวน 7 ชุด แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนแบบคู่ขนาน และแบบประเมินความพึงพอใจต่อการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ประสิทธิภาพของนวัตกรรม ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และสถิติ t-test (Dependent Samples)

ผลการศึกษาพบว่า

1. ชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) เรื่อง สถิติและการวิเคราะห์ข้อมูล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 มีประสิทธิภาพเท่ากับ 83.09 / 82.41 ซึ่งสูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้ คือ 80 / 80

2. นักเรียนที่เรียนด้วยการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ

ที่ระดับ .05

3. ค่าดัชนีประสิทธิผลของการเรียนรู้ด้วยชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) มีค่าเท่ากับ 0.8648 คิดเป็นร้อยละ 86.48 นักเรียนมีความก้าวหน้าทางการเรียนอยู่ในเกณฑ์ที่กำหนด คือ มีค่าเข้าใกล้ 1

4. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อด้วยชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยปัญหาเป็นฐาน(PBL) พบว่า นักเรียนมีความพึงพอใจในระดับมากที่สุด

โดยสรุป ชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลเหมาะสม ทำให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงขึ้นและมีความพึงพอใจมากที่สุด ดังนั้น ชุดการเรียนรู้คณิตศาสตร์โดยใช้ปัญหาเป็นฐาน(PBL) ที่พัฒนาขึ้นจึงสามารถนำไปใช้ในการเรียนรู้ได้อย่างเหมาะสม

โพสต์โดย ดร.โอ่ง : [3 ม.ค. 2560 เวลา 03:00 น.]
อ่าน [105518] ไอพี : 101.51.253.254
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โพสต์โดย

คุณ ดร.โอ่ง

  ความคิดเห็นที่ 1

การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการPBL เป็นสิ่งที่น่าสนใจในยุคโลกาภิวัตน์ โดยเฉพาะยุคประเทศไทย 4.0 ที่นำไปสู่การเรียนรู้เพื่อความอยู่รอด ที่มีความจำเป็นต่อการศึกษาในอนาคตต่อไป

วันที่โพสต์ [3 ม.ค. 2560 เวลา 03:04 น.] ไอพี : [101.51.253.254] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โพสต์โดย

คุณ ดร.โอ่ง

  ความคิดเห็นที่ 2

การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการPBL มีนักการศึกษาได้แสดงความคิด ขั้นตอนไว้หลายแนวคิด เช่น 5 ขั้นตอนบ้าง 6 ขั้นตอนบ้าง 10 ขั้นตอนบ้างแต่ผู้ศึกษาได้วิเคราะห์และสังเคราะห์การจัดการเรียนรู้โดยใช้กระบวนการPBL ได้ทั้งหมด 7 ขั้นตอน คือ 1) การเชื่อมโยงปัญหา 2)การกำหนดกรอบการศึกษา 3)การศึกษาด้วยตนเอง 4)การสังเคราะห์ความรู้ 5)การสรุป 6)การนำเสนอและประเมินผลและ 7)การพัฒนาทักษะ ซึ่งผู้ศึกษาคิดว่าจากผลการวิจัยจะสามารถทำให้นักเรียนมีความรู้และทักษะที่ยั่งยืน

วันที่โพสต์ [7 ม.ค. 2560 เวลา 04:08 น.] ไอพี : [1.1.136.48] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โพสต์โดย

คุณ ครูทำนอง

  ความคิดเห็นที่ 3

กระบวนการเรียนรู้ของPBL เป็นลักษณะหนึ่งของการจัดการเรียนรู้แบบคอนสตรัคติวิตี้ แต่จะมีจุดต่างตรงที่ให้ผู้เรียนนำเสนอปัญหาเองจากสถานการณ์ของผู้สอน ข้าพเจ้าคิดว่าน่าจะเป็นประโยชน์ในยุคปัจจุบัน

วันที่โพสต์ [7 ม.ค. 2560 เวลา 04:47 น.] ไอพี : [1.1.136.48] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โพสต์โดย

คุณ ครูทำนอง

  ความคิดเห็นที่ 4

เป็นแนวคิดที่มีประโยชน์ เหมาะสำหรับยุคประเทศไทย 4.0 แน่นอน

วันที่โพสต์ [7 ม.ค. 2560 เวลา 04:58 น.] ไอพี : [1.1.136.48] หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 21,849 ครั้ง
ตู้เก็บของจำเป็นต้องมีสำหรับโรงเรียนบ้านนอกหรือไม่
ตู้เก็บของจำเป็นต้องมีสำหรับโรงเรียนบ้านนอกหรือไม่

เปิดอ่าน 1,554 ครั้ง
5 เทคนิคบริหารกระแสเงินสดที่นักธุรกิจต้องรู้
5 เทคนิคบริหารกระแสเงินสดที่นักธุรกิจต้องรู้

เปิดอ่าน 16,647 ครั้ง
ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"
ไม่อยากให้ลูกลำบาก!! เทคนิคง่ายๆ สอนเด็กให้เป็น "เศรษฐี"

เปิดอ่าน 47,617 ครั้ง
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก
โบราณคดีพระราชวังจันทร์ พิษณุโลก

เปิดอ่าน 384,634 ครั้ง
คำศัพท์ที่มีการใช้มากที่สุดในภาษาอังกฤษ 500 อันดับแรก
คำศัพท์ที่มีการใช้มากที่สุดในภาษาอังกฤษ 500 อันดับแรก

เปิดอ่าน 13,001 ครั้ง
8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ
8 เรื่องควรใส่ใจดูแล รถใช้ก๊าซ

เปิดอ่าน 446,495 ครั้ง
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู
หน้าที่และความรับผิดชอบของครู

เปิดอ่าน 10,466 ครั้ง
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง
ข้อสอบเด็กไทย...ปัญหาใหญ่ที่ต้องมอง

เปิดอ่าน 23,535 ครั้ง
สักขี คำที่คุ้นหู ที่จริงคือพืชนั่นเอง
สักขี คำที่คุ้นหู ที่จริงคือพืชนั่นเอง

เปิดอ่าน 11,280 ครั้ง
3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก
3 กุมภาพันธ์ ... วันทหารผ่านศึก

เปิดอ่าน 16,100 ครั้ง
ลายมือมีพลัง
ลายมือมีพลัง

เปิดอ่าน 9,793 ครั้ง
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี
กรมอนามัย แนะ 10 วิธี ช่วยผู้สูงอายุนอนหลับดี เสริมสร้างสุขภาพที่ดี

เปิดอ่าน 16,887 ครั้ง
เคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆ เขยิบสมองให้ไวขึ้น
เคี้ยวหมากฝรั่งหยับๆ เขยิบสมองให้ไวขึ้น

เปิดอ่าน 17,602 ครั้ง
แว่นกันแดดแฟชั่น สวย เสี่ยง
แว่นกันแดดแฟชั่น สวย เสี่ยง

เปิดอ่าน 22,082 ครั้ง
ดูหรือยัง NameWee หนุ่มจีน-มาเลย์ ร้องเพลงจีบสาวไทย ที่ยอดวิวถล่มทลาย
ดูหรือยัง NameWee หนุ่มจีน-มาเลย์ ร้องเพลงจีบสาวไทย ที่ยอดวิวถล่มทลาย

เปิดอ่าน 255 ครั้ง
เปลี่ยนความคิดให้เป็นพลัง ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคง
เปลี่ยนความคิดให้เป็นพลัง ก้าวไปสู่ความสำเร็จอย่างมั่นคง
เปิดอ่าน 23,560 ครั้ง
ดูลายมือ "ผู้วิเศษ"
ดูลายมือ "ผู้วิเศษ"
เปิดอ่าน 27,366 ครั้ง
สรรพคุณทางยาของ "ผักหวานบ้าน"
สรรพคุณทางยาของ "ผักหวานบ้าน"
เปิดอ่าน 40,752 ครั้ง
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)
สูตรลับการคูณแม่ 9 โดยใช้นิ้วมือทั้ง 10 นิ้ว(สุดยอดครับ)
เปิดอ่าน 47,937 ครั้ง
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน
ทำได้จริง!!เทคนิคการปลูกกล้วยให้เครือหันออกไปทางทิศเดียวกัน

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ