ผู้รายงาน นางสาวรุจิรดา พรหมโคตร
ปีที่ศึกษา 2558
บทคัดย่อ
การศึกษาค้นคว้าครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1. สร้างและหาประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูป ชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่สร้างขึ้นมีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80 / 80 2. เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนที่ใช้บทเรียนสำเร็จรูป ชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 และ 3. ศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูป ชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการศึกษาครั้งนี้เป็นนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2558 จำนวน 41 คน ซึ่งได้มาโดยวิธีการเลือกแบบเจาะจง (Purposive Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลคือบทเรียนสำเร็จรูป ชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แผนการจัดการเรียนรู้การใช้บทเรียนสำเร็จรูป ชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและแบบวัดความพึงพอใจ แบบแผนการทดลองใช้แบบกลุ่มเดียว (One Group pretest-posttest Design) สถิติที่ใช้คือค่าร้อยละ (Percentage) ค่าเฉลี่ย ( x̄) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และการทดสอบความแตกต่างใช้ค่า t test (Dependent Sample)
ผลการศึกษาพบว่า
1. ประสิทธิภาพของบทเรียนสำเร็จรูปชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้
สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 จำนวน 7 เล่ม โดยแต่ละเล่มมีประสิทธิภาพ E1/E2 ตามลำดับดังนี้ เล่มที่ 1 เรื่องสุขภาพดีชีวีแจ่มใส มีค่า E1/E2 เท่ากับ 82.11/81.22 เล่มที่ 2 เรื่องอาหารดีมีประโยชน์มีค่า E1/E2 เท่ากับ 81.14/80.98 เล่มที่ 3 เรื่องอาหารมีโทษ มีค่า E1/E2 เท่ากับ82.44/82.68 เล่มที่ 4 เรื่องรู้ทันรักษาของเล่นของใช้ มีค่า E1/E2 เท่ากับ 85.04/85.61
เล่มที่ 5 เรื่องรู้ทันอาการบาดเจ็บ มีค่า E1/E2 เท่ากับ 88.29/88.05 เล่มที่ 6 เรื่องโรคภัยใกล้ตัวเท่ากับ89.27/89.76 และเล่ม 7 เรื่องยาสามัญประจำบ้านน่ารู้ มีค่า E1/E2 เท่ากับ 90.89/91.71 โดยรวมเฉลี่ยของบทเรียนสำเร็จรูปชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษาชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ทั้งหมดจำนวน 7 เล่ม มีค่าประสิทธิภาพ E1/E2 เท่ากับ 85.59/85.71
2. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของการทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียนพบว่า คะแนนเฉลี่ยหลังเรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้ 85.59/85.71 สูงกว่าคะแนนเฉลี่ยก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 แสดงให้เห็นว่า 85.59/85.71 มีประสิทธิภาพและสามารถช่วยให้นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนสูงขึ้นจริง
3. ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนโดยใช้บทเรียนสำเร็จรูปชุดเด็กไทยยุคใหม่ใส่ใจสุขภาพ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นประถมศึกษาปีที่ 2 โดยภาพรวมพบว่านักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด ( x̄=4.52, S.D.=0.65) เมื่อพิจารณารายข้อพบว่าข้อที่นักเรียนมีระดับความพึงพอใจมากที่สุดคือ ข้อที่ 1 (x̄ =4.60, S.D.= 0.59) ข้อที่ 4 (x̄ =4.55, S.D.=0.60) ข้อที่ 5 (x̄ =4.75, S.D.= 0.49) ข้อที่ 7 (x̄ =4.55, S.D.=0.60) ข้อที่ 8 (x̄ =4.55, S.D.= 0.60) และข้อที่ 10 ( x̄=4.53, S.D.= 0.64) มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุดอยู่ในระดับพึงพอใจมากที่สุด