ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน เพ

ชื่องานวิจัย : การพัฒนารูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน

เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)

ชื่อ-สกุลผู้ทำวิจัย : นางอภิรดี กลกิจ

บทคัดย่อ

การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาสภาพและปัญหาของการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) 2) สร้างรูปแบบการบริหารวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) 3) ตรวจสอบคุณภาพของรูปแบบและคู่มือการดำเนินงานตามรูปแบบการบริหารวิชาการการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) 4) ทดลองใช้ และประเมินผลรูปแบบการบริหารวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) จากประชากร คือ ครูผู้สอนในโรงเรียนจำนวน 37 คน นำรูปแบบที่ได้ไปทดลองใช้กับกลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) จำนวน 230 คน จากนั้นนำแบบสอบถามที่ผู้วิจัยสร้างขึ้นเก็บรวบรวมข้อมูลครู และนักเรียนเกี่ยวกับรูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) ด้วยตนเอง

วิเคราะห์ข้อมูลที่ได้จากแบบประเมิน โดยคำนวณค่าเฉลี่ย (Mean) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน(StandardDeviation) ของคะแนนความคิดเห็น

ผลการศึกษาค้นคว้า พบว่า

1. สภาพการจัดการเรียนรู้ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์)มีรายละเอียดดังนี้

1.1 มีจำนวนนักเรียนในปีการศึกษา 2558 นักเรียนชั้นอนุบาล มีจำนวน 147 คน ระดับประถมศึกษา มีจำนวน 396 คน ระดับชั้นมัธยมศึกษา มีจำนวน 163 คน มีจำนวนนักเรียนทั้งหมด 706 คน การจัดชั้นเรียนชั้น ๆ ละ 2 ห้อง รวมทั้งสิ้น 24 ห้องเรียน บุคลากรในโรงเรียนมีทั้งหมด 38 คน เป็นเพศชาย 8 คน เพศหญิง 30 คน บุคลากรส่วนใหญ่มีการศึกษาระดับปริญญาตรี และมีประสบการณ์ทำงาน 11 – 20 ปี

1.2 สภาพปัจจุบันเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงาน เป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์ )จากการสำรวจพบว่า โรงเรียนได้มีการส่งเสริมสนับสนุนให้ครูได้พัฒนาตนเองเกี่ยวกับวิธีการจัดการเรียนรู้ พัฒนาการคิดวิเคราะห์ เช่น การเข้าประชุม อบรม สัมมนา และศึกษาดูงาน ส่งเสริมให้จัดการเรียนรู้แบบวิทยาศาสตร์ ที่สอนนำเอาระเบียบวิธีการทางวิทยาศาสตร์ใช้แสวงหาความรู้โดยผู้เรียนพยายามคิดค้นหาวิธีการแก้ปัญหาต่าง ๆ และมีการส่งเสริมให้วัดผลและประเมินผลการจัดการเรียนรู้พัฒนาการคิดวิเคราะห์ด้วยการใช้วิธีการทดสอบที่หลากหลาย ส่วนรายข้อที่มีการปฏิบัติน้อยกว่าข้ออื่น ๆ คือ การศึกษาวิเคราะห์ และจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาที่ส่งเสริมการพัฒนาการคิดวิเคราะห์ ยังไม่ค่อยส่งเสริมการใช้หลักสูตรสถานศึกษาที่บูรณาการในเนื้อหาสาระทั้ง 8 กลุ่มสาระ และการส่งเสริมการใช้หลักสูตร/โปรแกรมที่พัฒนาขึ้นเพื่อฝึกทักษะการคิดวิเคราะห์เท่าที่ควร

1.3 ความต้องการของผู้บริหารและครูเกี่ยวกับการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) จากการสำรวจพบว่า ครูต้องการจัดทำและใช้แผนการจัดการเรียนรู้โดยเน้นกระบวนการคิดวิเคราะห์ ต้องการใช้เทคนิคและวิธีการสอนที่หลากหลายเพื่อพัฒนาสมองผู้เรียนให้เกิดการคิดวิเคราะห์ และต้องการการสนับสนุนให้ครูได้พัฒนาตนเองเกี่ยวกับการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานในการส่งเสริมพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียน

2. ได้รูปแบบการบริหารวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) โดยการศึกษาจากเอกสารและแนวคิดต่าง ๆ โดยยึดหลักการบริหาร PDCA ประกอบด้วย 4 กระบวนการ ดังนี้ กระบวนการที่ 1 ประกอบด้วยกิจกรรม 1) การเตรียมการสำหรับผู้บริหาร คือ การกำหนดนโยบาย กำหนดโครงสร้างเวลาเรียน และ 2) การเตรียมการสำหรับบุคลากรในโรงเรียน คือ การอบรมเชิงปฏิบัติการ กำหนดรูปแบบการจัดการเรียนรู้ กระบวนการที่ 2 ประกอบด้วยกิจกรรม 1) การจัดอบรมบุคลากร 2) เขียนแผนการจัดการเรียนรู้ และ 3) นำแผนการเรียนรู้ไปใช้ กระบวนการที่ 3 ประกอบด้วยกิจกรรม 1) ติดตามและประเมินผล และ 2) สรุปผลการปฏิบัติงาน กระบวนการที่ 4 ประกอบด้วย กิจกรรม 1) นำผลการสรุปมาเป็นข้อมูลในการปรับปรุงแก้ไข 2) จัดทำรายงานผลการปฏิบัติงาน และ 3) เผยแพร่/ประชาสัมพันธ์

3. ผลการประเมินรูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) พบว่า ผู้เชี่ยวชาญ ทุกคนให้การยอมรับในรูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) ในระดับมาก

4. ผลจากการทดลองใช้รูปแบบการบริหารวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐาน เพื่อส่งเสริมการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) หลังจากใช้รูปแบบการบริหารงานวิชาการในการจัดการเรียนรู้โดยใช้โครงงานเป็นฐานเพื่อส่งเสริมทักษะการคิดวิเคราะห์ของนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 3 (เทศบาลสงเคราะห์) พบว่า ระดับการคิดวิเคราะห์ ของนักเรียนส่วนใหญ่มีระดับสูงขึ้น

โพสต์โดย Apiradee : [11 ก.พ. 2561 เวลา 19:39 น.]
อ่าน [400] ไอพี : 180.180.174.69
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ