ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด

ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 23 ก.ค. 2556 เปิดอ่าน : 9,527 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด

Advertisement

ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลกแสดงให้เห็นว่า จำนวนผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนทั่วโลกเพิ่มขึ้นจนกลายเป็นปัญหาทางสาธารณสุขอันดับสอง รองจากโรคหัวใจและโรคหลอดเลือด นอกจากนี้อายุเฉลี่ยของผู้ที่เป็นโรคกระดูกพรุนยังลดลงเรื่อย ๆ หมายความว่าโรคนี้อาจไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นกับผู้สูงอายุเท่านั้น ที่สำคัญคือ การสะสมของโรคที่เสมือนภัยเงียบที่พร้อมแสดงอาการเมื่อร่างกายเราอ่อนแอลง

          มีข้อมูลพบว่าผู้หญิงไทยมีโอกาสเป็นโรคกระดูกพรุนถึง 1 ใน 3 ขณะที่ผู้ชายกลับมีโอกาสเป็นต่ำกว่า คือ 1 ใน 5 และในแต่ละปีต้องเสียค่าใช้จ่ายในการรักษาโดยเฉลี่ย 3 แสนบาท ดังนั้นการป้องกันเสียแต่เนิ่น ๆ จึงเป็นวิธีที่ดีที่สุดค่ะ เพราะความแข็งแรงของกระดูกต้องค่อย ๆ สร้างหรือสะสม และเคล็ดลับก็คือ "แคลเซียม"

          ทั้งนี้ การสะสมหรือสร้างแคลเซียมนั้นได้มาจากอาหารที่เรารับประทานนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นสัตว์น้ำ เช่น กุ้งแห้ง กุ้งฝอย ปลาเล็กปลาน้อย กะปิ ถั่วเปลือกแข็ง เมล็ดพืชต่าง ๆ เช่น งาดำคั่ว ถั่วแดงหลวง เต้าหู้ขาวอ่อน และผักประเภทยอดแค ใบชะพลู เห็ดลม ใบยอ มะขาม ผักสด ผักกระเฉด สะเดา โหระพา ผักคะน้า รวมถึงผักกาดเขียว แต่อาหารที่ให้แคลเซียมสูงและร่างกายดูดซึมได้ดีคือ นมวัวและผลิตภัณฑ์จากนมวัว ซึ่งผู้มีอายุระหว่าง 19-65 ปี ควรได้รับแคลเซียม 1,000 มิลลิกรัมต่อวันจึงจะเพียงพอ

          นมวัว ปริมาณ 100 มิลลิลิตรนั้นให้แคลเซียมถึง 118 มิลลิกรัม การดื่มนมวัวอย่างน้อยมื้อละหนึ่งแก้วหรือหนึ่งกล่อง (ประมาณ 200-250 มิลลิกรัม วันละ 3 แก้วหรือกล่อง) จะช่วยเสริมแคลเซียมที่ร่างกายต้องการต่อวันได้ถึงร้อยละ 70 ทีเดียว นอกจากการรับประทานอาหารที่ให้แคลเซียมสูงแล้ว แพทย์ยังแนะนำวิธีเลี่ยงโรคกระดูกพรุนโดยการหมั่นออกกำลังกาย ซึ่งหากปฏิบัติได้เป็นประจำตั้งแต่เยาว์วัยไปจนถึงอายุ 30 ปี เนื้อกระดูกจะถูกสะสมให้มีความหนาแน่นมาก

          การดื่มนมวัวในช่วงอายุ 30 ปีแรกของชีวิตเป็นการลงทุนที่คุ้มค่า เพื่อกระดูกที่แข็งแรงตลอดชั่วอายุ หากเลยวัย 30 ไปแล้วก็ควรป้องกันไม่ให้สูญเสียเนื้อกระดูก โดยการดื่มนมวัววันละ 500 มิลลิลิตร รวมทั้งรับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกายกลางแดดวันละ 30 นาทีในช่วงเช้าหรือเย็น แต่หากเป็นช่วงวัยทองที่ร่างกายขาดฮอร์โมนเพศซึ่งคอยยับยั้งการสลายกระดูก ทำให้อาจสูญเสียเนื้อกระดูกไปร้อยละ 3-5 ต่อปี จึงต้องดูแลเป็นพิเศษด้วยการดื่มนมวัว รับประทานอาหารที่มีแคลเซียมสูง ออกกำลังกายกลางแจ้ง และอาจต้องเสริมวิตามินอื่น ๆ ที่ช่วยในการสร้างกระดูกด้วย

 


          การเร่งเสริมแคลเซียมและสารอาหารจำเป็นในช่วงที่มีอายุมาก จะทำให้เสียค่าใช้จ่ายในการบำรุงสุขภาพมากกว่าการหมั่นดูแลใส่ใจสุขภาพให้แข็งแรงตั้งแต่อายุยังน้อย ซึ่งปัจจุบันคนไทยได้รับแคลเซียมจากอาหารเฉลี่ยเพียงวันละ 361 มิลลิกรัม และดื่มนมสดเพียง 12 ลิตรต่อคนต่อปี ซึ่งไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย การดื่มนมวัวร่วมกับอาหารทุกมื้อ จึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ช่วยสะสมแคลเซียมได้ในระยะยาว โดยไม่ต้องพึ่งพาอาหารเสริมแคลเซียมในช่วงที่มีอายุเพิ่มขึ้น

          การที่นมวัวมีแคลเซียมตามธรรมชาติอยู่แล้ว จึงไม่ต้องปรุงแต่งด้วยการเติมแคลเซียมเข้าไป หากเปรียบเทียบสารอาหารที่ได้จากนมวัวและนมถั่วเหลืองแล้ว นมวัว 100 กรัมจะให้แคลเซียมสูงกว่าเกือบ 30 เท่า (118 มิลลิกรัมเทียบกับ 4 มิลลิกรัม) และยังให้พลังงานสูงกว่าเกือบสองเท่า (60.75 แคลอรีเทียบกับ 33.30 แคลอรี) การดื่มนมวัวจึงครบถ้วนในขั้นตอนเดียว ทั้งง่ายและประหยัดกว่าการเสริมแคลเซียมในลักษณะอื่น ๆ

          นอกจากจะช่วยเสริมแคลเซียมแล้วนมวัวยังให้โปรตีนสูง และเป็นโปรตีนที่มาจากธรรมชาติที่มีกรดอะมิโนที่สมบูรณ์ที่สุดที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยให้อิ่มท้อง ขณะที่ไขมันน้อยด้วย การดื่มนมวัวจึงเป็นทางเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์สาว ๆ ผู้ต้องการควบคุมน้ำหนักได้ในเวลาเดียวกันอีกด้วย

 

 

 

ขอบคุณที่มาจาก ไทยโพสต์

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ดื่มนม วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด , , ดื่มนม , วิธีเสริมแคลเซียมอย่างประหยัด << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
เลขมงคลตามความฝัน

เลขมงคลตามความฝัน
เปิดอ่าน 15,525 ครั้ง
คลิกอ่าน!
ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน

ภัยผิวที่แฝงมากับฤดูฝน
เปิดอ่าน 6,422 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี

ความต่างของ 3จี กับ 3.9จี
เปิดอ่าน 9,464 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ต้นกำเนิดของปลา

ต้นกำเนิดของปลา
เปิดอ่าน 14,282 ครั้ง
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ☕ คลิกอ่านเลย
วิธีขับสารพิษด้วยการหายใจ
เปิดอ่าน 8,734 ครั้ง
สีเสริมมงคลปี 58 ! หมอช้างถอดรหัส 12 ราศี สีไหนใส่ดี สีไหนควรระวัง?☕ คลิกอ่านเลย
สีเสริมมงคลปี 58 ! หมอช้างถอดรหัส 12 ราศี สีไหนใส่ดี สีไหนควรระวัง?
เปิดอ่าน 20,763 ครั้ง
เตรียมตัวก่อนไปทะเล ☕ คลิกอ่านเลย
เตรียมตัวก่อนไปทะเล
เปิดอ่าน 6,913 ครั้ง
“จ๊อบไทย” ชี้ 5 คุณสมบัติที่องค์กรต้องการจากคนทำงานรุ่นใหม่☕ คลิกอ่านเลย
“จ๊อบไทย” ชี้ 5 คุณสมบัติที่องค์กรต้องการจากคนทำงานรุ่นใหม่
เปิดอ่าน 7,407 ครั้ง
นางสงกรานต์ ปี 2552☕ คลิกอ่านเลย
นางสงกรานต์ ปี 2552
เปิดอ่าน 10,569 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดใจ "ครูตั้ง" ครูผู้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ตรวจการบ้านนักเรียนอย่างละเอียดเปิดใจ "ครูตั้ง" ครูผู้ทำหน้าที่อย่างดีเยี่ยม ตรวจการบ้านนักเรียนอย่างละเอียด
เปิดอ่าน 15,608 ครั้ง
"ว่านธรณีสาร" คืออะไร มีประโยชน์ตามความเชื่ออย่างไร?"ว่านธรณีสาร" คืออะไร มีประโยชน์ตามความเชื่ออย่างไร?
เปิดอ่าน 14,576 ครั้ง
เปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิมเปิดตัว Google Instant ค้นหาข้อมูลเร็วกว่าเดิม
เปิดอ่าน 9,342 ครั้ง
เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?เด็กไทยมีไอคิวต่ำลงจริงหรือ?
เปิดอ่าน 12,246 ครั้ง
เรียนรู้จากนิราศเรียนรู้จากนิราศ
เปิดอ่าน 14,183 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ