ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลของการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกิ

บทคัดย่อ

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

1. เพื่อสร้างโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน

2. เพื่อหาคุณภาพของโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้น

มัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน

3. เพื่อเปรียบเทียบผลก่อนและหลังการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน

4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย

เพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน3.

สมมุติฐานของการวิจัย

1. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน มีสมรรถภาพทางกาย

เพื่อสุขภาพ หลังใช้โปรแกรมดีขึ้น

2. นักเรียนมีความพึงพอใจต่อการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ

สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานอยู่ในระดับมาก

วิธีดำเนินการวิจัย

กลุ่มตัวอย่าง คือนักเรียนชายหญิงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 40 คน เป็นนักเรียนชาย 20 คน และนักเรียนหญิง 20 คน ซึ่งได้มาจากการสุ่มอย่างง่าย ด้วยวิธีการจับฉลาก (Simple Random Sampling) จากจำนวนประชากร คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน จำนวน 106 คน เป็นนักเรียนชายจำนวน 39 คน นักเรียนหญิงจำนวน 67 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย คือโปรแกรมออกกำลังกายแบบวงจรที่สร้างขึ้น จำนวน 8 สถานี แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้โปรแกรม แบบทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพ ของกองออกกำลังกายเพื่อสุขภาพ กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข

มีรายการทดสอบ 5 รายการ โดยนำไปใช้ในโรงเรียนเบญจมราชานุสรณ์ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 3 ปีการศึกษา 2559 แล้วนำผลมาวิเคราะห์ หาคุณภาพของโปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน โดยผู้เชี่ยวชาญโดยใช้ IOC วิเคราะห์ผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพก่อนและหลังการใช้โปรแกรมออกกำลังกายแบบวงจรโดยใช้ค่าเฉลี่ย x̄ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) และ t-test วิเคราะห์ผลการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้โปรแกรมโดยใช้ค่าร้อยละ

ผลของการวิจัย

ผลของการศึกษา พบว่าการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐาน เป็นไปตามสมมุติฐานที่กำหนด คือ

1. โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5

ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานมีคุณภาพ หรือค่าดัชนีความสอดคล้อง เท่ากับ .89

2. คะแนนเฉลี่ยสัดส่วนของร่างกาย (Body Mass Index: BMI) ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ก่อนการฝึกและหลังการแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

3. คะแนนเฉลี่ยความอ่อนตัว (ท่านั่งงอตัว) ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ก่อนการฝึกและหลังการฝึกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

4. คะแนนเฉลี่ยความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อท่อนล่าง (นอนยกตัว 1 นาที) ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ก่อนการฝึกและหลังการฝึกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

5. คะแนนเฉลี่ยความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อท่อนบน (ดันพื้น 1 นาที) ของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ก่อนการฝึกและหลังการฝึกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

6. คะแนนเฉลี่ยความแข็งแรงและความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและระบบหายใจ

(เดิน / วิ่ง 1.6 กม.) ของนักเรียนชาย ก่อนการฝึกและหลังการฝึกแตกต่างอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05

7. นักเรียนชายร้อยละ 86.67 และนักเรียนหญิงร้อยละ 93.34 มีผลการทดสอบสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพด้านความอ่อนตัว ความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อท่อนล่าง และความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อท่อนบน ผ่านเกณฑ์ขั้นต่ำของสมรรถภาพทางกายเพื่อสุขภาพ

8. ความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการใช้โปรแกรมพัฒนาสมรรถภาพทางกาย เพื่อสุขภาพ สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ที่มีน้ำหนักเกินเกณฑ์มาตรฐานพบว่าร้อยละ 66 มีความ

พึงพอใจระดับมากที่สุดและร้อยละ 31.5 มีความพึงพอใจระดับมาก ที่เหลือร้อยละ 2.5 มีความ

พึงพอใจระดับปานกลาง และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนร้อยละ 80 เห็นว่ากิจกรรมออกกำลังกายที่จัดให้ช่วยพัฒนาสุขภาพคนอ้วนได้ ในระดับความพึงพอใจมากที่สุด และร้อยละ20

มีความพึงพอใจระดับมาก

โพสต์โดย นายพิทักษ์ แก้วทองมา : [21 ก.พ. 2561 เวลา 06:03 น.]
อ่าน [103222] ไอพี : 101.108.156.125
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 12,664 ครั้ง
แนวทางการพัฒนาและประเมินค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ
แนวทางการพัฒนาและประเมินค่านิยมหลักของคนไทย 12 ประการ

เปิดอ่าน 30,472 ครั้ง
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน
หลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ การเปลี่ยนชื่อโรงเรียน

เปิดอ่าน 20,413 ครั้ง
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา

เปิดอ่าน 744 ครั้ง
รวม 6 ท่าโยคะบนเก้าอี้ ไม่ต้องลุกก็ยืดได้
รวม 6 ท่าโยคะบนเก้าอี้ ไม่ต้องลุกก็ยืดได้

เปิดอ่าน 31,125 ครั้ง
สีเสริมมงคลปี 58 ! หมอช้างถอดรหัส 12 ราศี สีไหนใส่ดี สีไหนควรระวัง?
สีเสริมมงคลปี 58 ! หมอช้างถอดรหัส 12 ราศี สีไหนใส่ดี สีไหนควรระวัง?

เปิดอ่าน 15,728 ครั้ง
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร
ปรัชญาการศึกษา คือแก่นของหลักสูตร

เปิดอ่าน 14,146 ครั้ง
ความลับของ ลูกแพร์หน้าทารก ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีน
ความลับของ ลูกแพร์หน้าทารก ที่วางขายในซูเปอร์มาร์เก็ตจีน

เปิดอ่าน 9,524 ครั้ง
ความคิดสร้างสรรค์ (1)
ความคิดสร้างสรรค์ (1)

เปิดอ่าน 19,776 ครั้ง
สตอร์มเสิร์จ (Storm surge) คืออะไร
สตอร์มเสิร์จ (Storm surge) คืออะไร

เปิดอ่าน 16,413 ครั้ง
แต่งสีขาว - ดำ ให้ดูโมเดิร์น
แต่งสีขาว - ดำ ให้ดูโมเดิร์น

เปิดอ่าน 11,985 ครั้ง
สาวกเนื้อเต้น ! ภาพชุด iPad Mini ล่าสุดว่อนเน็ต
สาวกเนื้อเต้น ! ภาพชุด iPad Mini ล่าสุดว่อนเน็ต

เปิดอ่าน 10,489 ครั้ง
ฝึกหายใจให้หายง่วง
ฝึกหายใจให้หายง่วง

เปิดอ่าน 22,983 ครั้ง
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)
ราชวงศ์หยวน (ค.ศ. 1271-1368)

เปิดอ่าน 3,546 ครั้ง
Blog คืออะไร
Blog คืออะไร

เปิดอ่าน 13,699 ครั้ง
"ไดเอ็ตแบบไม่โยโย่" แนะกฎเหล็กลดน้ำหนัก
"ไดเอ็ตแบบไม่โยโย่" แนะกฎเหล็กลดน้ำหนัก

เปิดอ่าน 12,393 ครั้ง
"ขี้เหล็ก" ช่วยระบาย-สงบประสาท แต่ไม่ใช่ "ยานอนหลับ" โดยตรง
"ขี้เหล็ก" ช่วยระบาย-สงบประสาท แต่ไม่ใช่ "ยานอนหลับ" โดยตรง
เปิดอ่าน 11,428 ครั้ง
เหตุใด...บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน กระบวนการผลิตหรือระบบการคัดเลือก?
เหตุใด...บัณฑิตครูเดินไม่ถึงฝัน กระบวนการผลิตหรือระบบการคัดเลือก?
เปิดอ่าน 12,048 ครั้ง
กรมอนามัย แนะผู้ป่วยลองโควิด-19 เน้นกิน "โปรตีน – โพรไบโอติกส์ – วิตามิน" ช่วยฟื้นฟูร่างกาย
กรมอนามัย แนะผู้ป่วยลองโควิด-19 เน้นกิน "โปรตีน – โพรไบโอติกส์ – วิตามิน" ช่วยฟื้นฟูร่างกาย
เปิดอ่าน 16,779 ครั้ง
เจ้านายจู้จี้ ขี้บ่น ทำยังไงดี
เจ้านายจู้จี้ ขี้บ่น ทำยังไงดี
เปิดอ่าน 16,372 ครั้ง
ตูนส์ศึกษา : ทำไม O-NET ไม่เอาเรื่องจริงในชีวิตไปออกข้อสอบ
ตูนส์ศึกษา : ทำไม O-NET ไม่เอาเรื่องจริงในชีวิตไปออกข้อสอบ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ