ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อเรื่อง การพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อ

ส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับ

นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6

ชื่อผู้วิจัย นายประนอม รักประทุม ตำแหน่ง ครูชำนาญการพิเศษ

ปีที่วิจัย ปีการศึกษา 2560

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์ 1. เพื่อศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการพัฒนากระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 2. เพื่อสร้างและหาประสิทธิภาพของกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 ตามเกณฑ์ 80/80 3. เพื่อทดลองใช้กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 4. เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 กลุ่มตัวอย่าง คือ นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 โรงเรียนเทศบาลวัดท้าวโคตร จำนวน 44 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการในการวิจัย ได้แก่ 1) แบบสอบถามความคิดเห็นเกี่ยวกับการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อ และความต้องการการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ภาษาอังกฤษ จำนวน 25 ข้อ ใช้สอบถามนักเรียน ครูผู้สอนภาษาอังกฤษ 2) กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI จำนวน 15 กระบวนการ เวลา 15 ชั่วโมง รวมทดสอบก่อนเรียนและหลังเรียน 3) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนและหลังเรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 40 ข้อ 5) แบบสอบถามความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses สำหรับนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 20 ข้อ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ค่าสถิติ ร้อยละ, ค่าเฉลี่ย, ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน, ทดสอบค่าทีเพื่อทราบความมีนัยสำคัญทางสถิติ (t-test dependent)

ผลการวิจัย พบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอน การใช้สื่อ และความต้องการ การจัดการเรียนรู้กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ซึ่งผลการศึกษา จากครูผู้สอนภาษาอังกฤษ และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 พบว่า สภาพปัญหาและความต้องการในการ จัดการเรียนการสอนโดยครูผู้สอนภาษาอังกฤษ และนักเรียน มีระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับมาก กล่าวคือ นักเรียนมีความคิดเห็นในระดับ 4.16 และครูผู้สอนอยู่ในระดับ 3.99 และพบว่าวิธีสอนแบบกลุ่มร่วมมือ ช่วยเหลือกันในกลุ่ม ระดับความคิดเห็นอยู่ในระดับต่ำกว่าวิธีอื่น ๆ นักเรียนมีความต้องการให้มีการจัดกระบวนการเรียนการสอนแบบกลุ่มช่วยเหลือซึ่งกันและคนเก่งช่วยเหลือกลุ่มอ่อน ทำกิจกรรมร่วมกัน ให้มีองค์ประกอบของกระบวนจัดกิจกรรมที่หลากหลาย มีการเล่นเกม ร้องเพลง ใช้สื่อ ทำกิจกรรมร่วม ที่สามารถศึกษาแล้วนำไปปฏิบัติได้ สนุกกับการเรียนรู้ การจัดการเรียนการสอนให้เป็นระบบ รวมถึงเนื้อหาองค์ความรู้ต่าง ๆ เป็นไปในทิศทางเดียวกัน กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือรูปแบบต่าง ๆ สามารถทำให้นักเรียนเรียนรู้บนพื้นฐานของการพึ่งตนเองและช่วยเหลือผู้อื่นได้จากการปฏิบัติจริงในกิจกรรมที่กำหนด กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses จึงเป็นวิธีการสอนที่เหมาะสมตามรูปแบบ Active learning คือการทำกิจกรรมด้วยกันในกลุ่ม ปรึกษา ช่วยเหลือ และปฏิสัมพันธ์ในกลุ่ม

2. ผลการสร้างและหาประสิทธิภาพกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses พบว่า กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ได้ค่าประสิทธิภาพจากการทดลองภาคสนามผ่านเกณฑ์ 80/80 ที่กำหนด จัดเป็นเทคนิควิธีสอนที่มีคุณภาพและประสิทธิภาพ

3. ผลการทดลองใช้กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI โดยการทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่าง ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6/2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2560 พบว่า นักเรียนสามารถใช้กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses ซึ่งผลการทดลองใช้กับนักเรียนกลุ่มตัวอย่างพบว่า กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses มีประสิทธิภาพ E1/E2 = 82.90/82.39 สอดคล้องกับเกณฑ์ที่กำหนด 80/80 นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนโดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบกลุ่มร่วมมือ โดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

4. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนต่อการเรียนด้วยกระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือโดยใช้เทคนิค TAI เพื่อส่งเสริมความเข้าใจไวยากรณ์ภาษาอังกฤษเรื่อง Tenses โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก (x̄ = 4.04, S.D.= 0.72) สอดคล้องกับสมมติฐานที่ตั้งไว้

โพสต์โดย ครูหญิง : [8 ส.ค. 2561 เวลา 17:39 น.]
อ่าน [103333] ไอพี : 119.42.127.132
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,870 ครั้ง
ลายมืออัจฉริยะผู้นำ เป็นอย่างไร?
ลายมืออัจฉริยะผู้นำ เป็นอย่างไร?

เปิดอ่าน 16,149 ครั้ง
บารัค โอบามา (Barack Obama)
บารัค โอบามา (Barack Obama)

เปิดอ่าน 25,678 ครั้ง
คำอวยพรปีใหม่ของชาติต่างๆ
คำอวยพรปีใหม่ของชาติต่างๆ

เปิดอ่าน 20,119 ครั้ง
ตาบอดสี
ตาบอดสี

เปิดอ่าน 10,176 ครั้ง
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่
เชื้อโควิดอยู่ในร่างกายได้กี่วัน หายป่วยแล้วยังแพร่เชื้อได้อีกหรือไม่

เปิดอ่าน 106,217 ครั้ง
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)
พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ (E-Commerce)

เปิดอ่าน 22,884 ครั้ง
ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่
ประโยชน์และโทษของเครื่องดื่มเกลือแร่

เปิดอ่าน 16,977 ครั้ง
แฉช่องโหว่ Windows 7
แฉช่องโหว่ Windows 7

เปิดอ่าน 96,699 ครั้ง
ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B
ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B

เปิดอ่าน 11,057 ครั้ง
หมดยุคหลอดไฟของ"โทมัส เอดิสัน"แล้ว
หมดยุคหลอดไฟของ"โทมัส เอดิสัน"แล้ว

เปิดอ่าน 1,182 ครั้ง
ควรรู้อะไรบ้าง ก่อนเริ่มเรียนเปียโน
ควรรู้อะไรบ้าง ก่อนเริ่มเรียนเปียโน

เปิดอ่าน 10,594 ครั้ง
เผย"แรม"รุ่นใหม่-มาตรฐานใหม่ต้องเก็บความจำไว้ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า
เผย"แรม"รุ่นใหม่-มาตรฐานใหม่ต้องเก็บความจำไว้ได้แม้ไม่มีไฟฟ้า

เปิดอ่าน 12,170 ครั้ง
กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเสี่ยงให้เกิดหัวใจวายขึ้น
กินแคลเซียมป้องกันโรคกระดูกผุ กลับไปเสี่ยงให้เกิดหัวใจวายขึ้น

เปิดอ่าน 26,121 ครั้ง
ความลี้ลับของ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา
ความลี้ลับของ สามเหลี่ยมเบอร์มิวดา

เปิดอ่าน 12,715 ครั้ง
สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป
สมุนไพรไม่ปลอดภัยเสมอไป

เปิดอ่าน 25,680 ครั้ง
ก้อนอะไรกลมๆ บนดาวอังคาร?
ก้อนอะไรกลมๆ บนดาวอังคาร?
เปิดอ่าน 20,358 ครั้ง
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
นวดแก้ปวดไม่ใช้มือ ศาสตร์บำบัดล้านนา
เปิดอ่าน 19,270 ครั้ง
วันออกพรรษา
วันออกพรรษา
เปิดอ่าน 10,944 ครั้ง
ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร จึงถูกใจประชาชน โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข
ขับเคลื่อนการศึกษาไทยอย่างไร จึงถูกใจประชาชน โดย ดร.ดำรงค์ ชลสุข
เปิดอ่าน 33,484 ครั้ง
ฟุตซอล
ฟุตซอล

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ