ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ข่าวการศึกษา     ความรู้ทั่วไป     งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคมบทความการศึกษา  ▶ ข่าว/บทความ ▶ หน้าแรก

ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครู


บทความการศึกษา 1 ส.ค. 2558 เวลา 07:31 น. เปิดอ่าน : 57,750 ครั้ง

Advertisement

ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครู

ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครู โดย ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง

"...เรามีโชคดีที่มีภาษาของตนเองแต่โบราณกาลจึงสมควรอย่างยิ่งที่จะรักษาไว้ ปัญหาเฉพาะในด้านรักษาภาษานี้ก็มีหลายประการ อย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในทางออกเสียงคือให้ออกเสียงให้ถูกต้องชัดเจน อีกอย่างหนึ่งต้องรักษาให้บริสุทธิ์ในวิธีใช้หมายความว่าวิธีใช้คำมาประกอบเป็นประโยค นับเป็นปัญหาที่สำคัญ ปัญหาที่สามคือความร่ำรวยในคำของภาษาไทยซึ่งพวกเรานึกว่าไม่ร่ำรวยพอจึงต้องมีการบัญญัติศัพท์ใหม่มาใช้..."

"...ภาษาไทยนั้นเป็นเครื่องมืออย่างหนึ่งของชาติ ภาษาทั้งหลายเป็นเครื่องมือของมนุษย์ชนิดหนึ่ง คือเป็นทางสำหรับแสดงความคิดเห็นอย่างหนึ่ง เป็นสิ่งที่สวยงามอย่างหนึ่ง เช่นในทางวรรณคดี เป็นต้น ฉะนั้นจึงจำเป็นต้องรักษาไว้ให้ดี"

(พระราชดำรัสในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 29 กรกฎาคม 2505)

ประเทศไทยถือเอาวันที่ 29 กรกฎาคม เป็นวันภาษาไทยแห่งชาติ ซึ่งเป็นวันที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระราชทานพระราชดำรัสในการประชุมทางวิชาการของชุมนุมภาษาไทย คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เมื่อปี พ.ศ.2505

พระราชดำรัสทั้งสองตอนที่ผู้เขียนน้อมนำมากล่าวข้างตน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงเน้นคำว่า "รักษา" ภาษาไทย ทั้งรักษาความบริสุทธิ์ในการออกเสียงภาษาไทย รักษาความบริสุทธิ์ในการใช้ความหมายต่างๆ ของคำภาษาไทย รักษาภาษาไทยในฐานะภาษาไทยเป็นเครื่องมือในการแสดงความเห็น และสุดท้ายรักษาความงามของภาษาไทยที่ใช้เป็นวัสดุในการแต่งศิลปวรรณคดี

ขอกล่าวถึงข้อเขียนของผู้เชี่ยวชาญภาษาไทยร่วมสมัยจำนวนสองท่านที่กล่าวถึงความสำคัญและคุณค่าของภาษาไทย เป็นข้อเขียนที่ผู้เขียนคิดว่าเหมาะแก่การนำเข้าไปสู่ห้องเรียนของนักเรียนไทย เพื่อให้นักเรียนได้เกิดความรู้ความเข้าใจ เกิดความตระหนักหวงแหน เพื่อเป็นการ "รักษา" ภาษาไทยของเรา

ภาษาไทยปรากฏงดงามนัก นักภาษาประจักษ์เป็นสักขี

หนึ่งมีความเป็นภาษาดนตรี อาจเลียนเสียงในโลกนี้ทุกลีลา

ทั้งเสียงคนเสียงสัตว์เสียงธรรมชาติ ทั้งสามารถเลียนเสียงทุกภาษา

สองอักษรไทยนี้มีนานมา ปิ่นราชารามคำแหงทรงแต่งไว้

ทั่วโลกานี้มีกว่าสามพันภาษา แต่มีเพียงอักษรานับร้อยได้

หนึ่งในนั้นคืออักษรของชาติไทย เราจึงควรภูมิใจภาษาตน

สามไทยมีตัวเลขเป็นเอกลักษณ์ ตัวเลขไทยส่งเสริมศักดิ์อนุสนธิ์

มีรูปร่างงดงามทุกยามยล ไทยทุกคนควรเขียนใช้เลขไทยงาม

สี่คำไทยเป็นภาษาคำโดด บอกตระกูลความช่วงโชติชาติสยาม

แต่เปิดรับต่างภาษามาเสริมความ ภาษาไทยจึงวาววามตามโลกทัน

ห้าไทยมีฉันทลักษณ์หลากชนิด สื่อนิมิตบทกวีหลากสีสัน

ทั้งโคลงฉันท์กาพย์กลอนสุนทรพรรณ บ่งบอกความเฉิดฉันวัฒนธรรม

หกไทยมีภาษาถิ่นที่หลากหลาย จึงสามารถอภิปรายหลากหลายส่ำ

แต่ก็มีภาษากลางงดงามล้ำ ที่บอกย้ำความกลมเกลียวหนึ่งเดียวกัน

เจ็ดภาษากวีไทยพิไลยิ่ง ทำนองได้เพราะพริ้งสุดเฉิดฉัน

ร้องลำนำนานาสารพัน เพียงสุคันธมาลินประทิ่นพราย

แปดภาษานี้มีคำพ้อง เขียนอย่างหนึ่งอ่านได้สองกรองความหมาย

เขียนต่างกันต้องอ่านเสียงพ้องต้องอธิบาย มากความหมายฉายเฉิดเพริศพรายนัก

นี่คือความงดงามสยามพากษ์ แตกต่างจากหลากภาษาน่าตระหนัก

เพราะภาษาไทยมีอัจฉริยลักษณ์ พึงประจักษ์ความงดงามภาษาไทย

บทกลอนนี้ชื่อ "ความงดงามของภาษาไทย" อาจารย์ประยอม ซองทอง ศิลปินแห่งชาติ สาขาวรรณศิลป์ เป็นผู้ประพันธ์ ตีพิมพ์ครั้งแรกในหนังสือพิมพ์มติชนสุดสัปดาห์ ฉบับที่ 1408 ประจำวันที่ 10-16 สิงหาคม 2550 ผู้ร้อยกรองใช้ชื่อบทกลอนนี้ว่า

"ความงดงามของภาษาไทย" เพื่อสื่อความหมายให้ผู้อ่านเห็นลักษณะสำคัญของภาษาไทย

ซึ่งกล่าวไว้ 8 ประการ ได้แก่

1.ภาษาไทยเป็นภาษาดนตรี

2.ภาษาไทยมีอักษรไทยเป็นของตนเอง

3.ภาษาไทยมีตัวเลขไทยเป็นเอกลักษณ์

4.ภาษาไทยเป็นภาษาคำโดด

5.ภาษาไทยไทยมีฉันทลักษณ์

6.ภาษาไทยมีภาษาถิ่นหลากหลายทุกภูมิภาค

7.ภาษาไทยเป็นภาษาที่อ่านออกเสียงเป็นทำนองเสนาะได้ไพเราะ

8.ภาษาไทยภาษานี้มีคำพ้อง

ข้อเขียนที่สองเป็นข้อเขียนของนักวิชาการด้านภาษาไทยชั้นยอดของประเทศไทยผู้ล่วงลับแล้ว นั่นคือศาสตราจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ ได้เขียนเป็นบทความชื่อ "ภาษาไทย ภาษาถิ่น ไม่สิ้นสูญ" ตีพิมพ์ครั้งแรกในวารสารวิชาการชื่อ "ภาษาไทยของเรา"ซึ่งเป็นวารสารของสมาคมภาษาและหนังสือแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ ปีที่ 26 ฉบับที่ 1-2 (เม.ย.2537-มี.ค.2538) กล่าวถึงภาษาไทยในฐานะภาษาประจำชาติไว้ 2 ประเด็น คือ คุณค่าและคุณลักษณะของภาษาไทยที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่คงทน

อาจารย์ฐะปะนีย์กล่าวโดยผูกเป็นคำคล้องเพื่อให้นักเรียนนักศึกษาได้จำง่าย ดังนี้

1.คุณค่าของภาษาไทย

ภาษาไทยมีคุณค่าต่อคนไทยและชาติไทย 8 ประการคือ 1) ใช้เป็นสื่อกลาง 2) เสริมสร้างวัฒนธรรม 3) สำแดงเอกลักษณ์ 4) พิทักษ์เอกราช 5) ประสาทวิทยา 6) พัฒนาความคิด 7) กอบกิจการงาน 8) ประสานสามัคคี

2.คุณลักษณะของภาษาไทยที่เอื้ออำนวยต่อการอยู่คงทน

อาจารย์ฐะปะนีย์ได้กล่าวไว้เป็นคำคล้องจองว่า 1) ใช้อักษรแทนเสียง 2) สำเนียงดุจดนตรี 3) มีระดับของภาษา 4) พัฒนาตามกาลสมัย 5) ใช้วิธีเรียงคำ 6) สำนวนไทยหลากหลาย

7) เขียนจากซ้ายไปขวา 8) รสภาษาสุนทร

ในบทความนี้จบด้วยคำประพันธ์ที่เชิญชวนคนไทยทั้งผองรัก หวงแหน และสืบทอดการใช้ภาษาไทยซึ่งเป็นภาษาประจำชาติของเราว่า

ภาษาไทยได้มาแต่บรรพบุรุษ ภาษาไทยพิสุทธิ์และสูงส่ง

ภาษาไทยชาวไทยใฝ่จำนง ใช้ถูกต้องมั่นคงคู่ชาติไทย

ภาษาถิ่นสุนทรเสียงอ่อนหวาน ภาษาไทยสื่อสารงานน้อยใหญ่

ภาษาถิ่นสร้างสรรค์จรรโลงใจ ภาษาไทยสอนธรรมนำปัญญา

ภาษาไทยภาษาถิ่นไม่สิ้นสูญ ภาษาไทยเจิดจำรูญศรีสง่า

ภาษาไทยรวมน้ำใจไทยประชา มาเถิดมาพิทักษ์ไว้ให้ถาวร

(ฐะปะนีย์ นาครทรรพ 2538 หน้า 32-47)

ทั้งพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว บทกวีของอาจารย์ประยอม ซองทอง และอาจารย์ฐะปะนีย์ นาครทรรพ มุ่งให้เรารู้ประโยชน์ ความสำคัญ รวมทั้งเกิดความรัก หวงแหน และสืบทอดภาษาไทยในฐานะภาษาชาติของเรา

การสอนภาษาไทยให้นักเรียนรักภาษาไทยนั้น จำเป็นต้องสอนให้นักเรียนเรียนรู้ไปถึงขั้น เข้าใจ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ประเมินค่า และนำความรู้ความเข้าใจไปใช้ประโยชน์ทางการสื่อสารและประโยชน์ทางการพัฒนาสติปัญญาได้

ครูภาษาไทยต้องไม่ลืมว่าวิชาภาษาไทยนั้น ประกอบหลักภาษา การใช้ภาษา และวรรณคดี ผู้เขียนมั่นใจว่าการสอนภาษาไทยในสถานศึกษาเพื่อให้นักเรียนเกิดความรักต่อภาษาไทยจนถึงขั้นการเกิด "แรงบันดาลใจ" ในการอ่านหนังสือต่างๆ ด้วยความใฝ่รู้ ซึ่งสุดท้ายก็จะเป็นที่มาของการอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์ การเขียนภาษาไทยถูกการสะกดคำ ใช้คำได้ถูกความหมาย ถูกหน้าที่ รูปแบบการเรียงคำในประโยคถูกต้องตามโครงสร้างภาษาไทยจนไปถึงขั้นการใช้ภาษาในทางสร้างสรรค์เป็นศิลปะการใช้ถ้อยคำได้

ที่สำคัญคือการอ่านที่จะทำให้ใจเป็นสุข ต้องเริ่มที่การสอนให้นักเรียนนักศึกษาเกิดความซาบซึ้ง เพลิดเพลินบันเทิงใจในวรรณคดีไทย ซึ่งทั้งหมดผู้เขียนกล้าฟันธงว่าต้องอาศัย "ความรู้และความสามารถในการสอนของครูภาษาไทย"

 

ศาสตราจารย์ ม.ล.บุญเหลือ เทพยสุวรรณ นักวิชาการด้านภาษาไทยและการสอนภาษาไทยของไทยผู้ได้รับการยกย่องจากยูเนสโกให้เป็นบุคคลสำคัญของโลก (สมควรคารวะวิสัยทัศน์ของผู้เสนอชื่ออาจารย์บุญเหลือต่อยูเนสโกอย่างยิ่ง)

เขียนหนังสือไว้หลายเล่ม หนังสือเล่มหนึ่งของท่านชื่อว่า "ภาษาไทยวิชาที่ถูกลืม" (ดูเสมือนว่าหนังสือเล่มนี้ก็ถูกลืมไปแล้วจากครูภาษาไทยและแวดวงการศึกษาของเรา) อาจารย์บุญเหลือเขียนไว้ในตอนหนึ่งของผลงานเล่มนี้ว่า

"...โรงเรียนไทยทำผิดไป ในการที่บังคับนักเรียนในวัยที่บังคับไม่ได้คือวัยรุ่น เมื่อถึงวัยนี้เด็กนักเรียนจะขอเหตุผลสำหรับทุกอย่าง และชอบโต้เถียง พอนักเรียนมีความสงสัยในวิชาใด ครูก็ใช้วิธีบังคับให้ท่องจำเหมือนเป็นนักเรียนเล็ก เป็นการปลูกฝังความเบื่อหน่ายรำคาญใจเกือบทุกวิชา นักเรียนที่ชอบวิชาภาษาเบื่อหน่ายวิชาวิทยาศาสตร์ขนาดไม่อยากได้ยินได้ฟัง นักเรียนที่ชอบไปในทางวิทยาศาสตร์ก็เบื่อหน่ายวิชาภาษาไทย ประวัติศาสตร์ และศีลธรรม เป็นต้น ยิ่งกว่านั้น ครูโดยมากก็ไม่เข้าใจว่าวรรณคดีคืออะไร ใช้วรรณคดีสอนจรรยาแก่เยาวชน โดยใช้วรรณคดีผิดเรื่อง เช่น ให้นักเรียนวัยรุ่นเรียนจรรยาจากลิลิตพระลอ หรือนิทราชาคริต เรื่องแรกเป็นเรื่องของคนวันรุ่นที่ไม่ควรจะเอาเยี่ยงอย่างเลย ชีวิตได้ลงโทษให้พระลอและพระเพื่อนพระแพงถึงแก่ความตาย ครูก็ชี้ในข้อนี้ไม่ถูกต้อง..." (2523 หน้า 32)

การสอนวรรณคดีครูจำเป็นต้องขยายความ ยกตัวอย่างประกอบ และประเมินสิ่งที่กำลังสอนได้ การที่ครูจะขยายความ ยกตัวอย่างประกอบและประเมินค่าเนื้อหาของวรรณกรรมได้นั้น ครูต้องตีความ (Interpretation) ความหมายของสิ่งที่กำลังสอนได้ และการตีความใหม่ (Reinterpretation) เนื้อเรื่องที่เป็นตัวบทของวรรณกรรมนั้น เป็นการ "เข้าถึง" ภารกิจทางวรรณคดีอย่าง "สุดซอย" ไม่ว่าจะเป็นภารกิจทางด้านวรรณศิลป์ที่ให้ความบันเทิงเริงใจ และภารกิจด้านให้คุณค่าทางสังคมที่จะบ่มเพาะพลังปัญญาแก่ผู้อ่าน

ตัวอย่างเช่น การที่กระทรวงศึกษาธิการกำหนดให้นักเรียนชั้นประถมศึกษาปลาย เรียนวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ตอนกำเนิดสุดสาครนั้น นอกจากเพื่อความรู้เรื่องวรรณคดีเรื่องพระอภัยมณี ความรู้เรื่องสุนทรภู่ซึ่งเป็นผู้แต่งแล้ว สำคัญที่สุดคือ เป็นเรื่องของความสนุกสนานเพลิดเพลิด เรื่องของความซาบซึ้งใน "รสภาษาสุนทร" (ตามคำของอาจารย์ฐะปะนีย์) ทั้งยังเป็นการให้เด็กนักเรียนได้รับรู้ความรู้สึกความทุกข์ทรมานของแม่ที่คลอดลูก เพื่อให้เด็กนักเรียนได้รู้สำนึกในบุญคุณของแม่ที่อุ้มท้องมายาวนานและทะนุถนอมเลี้ยงดูจนลูกเป็นตัวเป็นตน

ผู้เขียนกล้าพูดว่าความรู้รัก รู้คุณค่า รู้รักษาภาษาไทยของคนไทยนั้น เกิดจากการสอนภาษาไทยที่ "ตีโจทย์แตก" ของครูเป็นหลัก

ศิลปวัฒนธรรมประจำชาติ เอกราชเอกลักษณ์เอกศักดิ์ศรี

เป็นคันฉ่องส่องความงามและความดี เป็นโคมฉายช่วยชี้วิถีชน

(เนาวรัตน์ พงษ์ไพบูลย์)

 

ภาษาไทยน่าจะเป็นฐานที่มั่นสุดท้ายอันหนึ่งของชาติไทยที่เราจะยังภาคภูมิใจในความเป็นชาติร่วมกันได้ คำถามของวันนี้คือ ภาษาไทย ภาษาชาติของเรา อยู่ในสภาพเช่นไร



ผศ.ดร.ประภาศ ปานเจี้ยง
คณะศิลปศาสตร์และศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยหาดใหญ่
 

 

ที่มา มติชนรายวัน วันที่ 31 กรกฎาคม 2558

 


ภาษาไทย ภาษาชาติ และการสอนของครูภาษาไทยภาษาชาติและการสอนของครู

Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คุณครูหายไปไหนครับ?

คุณครูหายไปไหนครับ?


เปิดอ่าน 20,039 ครั้ง
เราสอบไปเพื่ออะไร?

เราสอบไปเพื่ออะไร?


เปิดอ่าน 20,962 ครั้ง
ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา

ซูปเปอร์ไฮเวย์การศึกษา


เปิดอ่าน 6,976 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59

เดินหน้าปฏิรูป การวัดผลการศึกษา 59

เปิดอ่าน 15,103 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
การศึกษาไทย เราโง่อย่างมีหลักการ
เปิดอ่าน 28,344 ☕ คลิกอ่านเลย

มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ
มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ
เปิดอ่าน 9,850 ☕ คลิกอ่านเลย

‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
‘ครู’กับ‘ศิษย์’ ใกล้ชิดแค่ไหน? จึงจะ‘พอดี’ : โดย รศ.ดร.สุขุม เฉลยทรัพย์
เปิดอ่าน 14,546 ☕ คลิกอ่านเลย

ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
ทำอย่างไร?...ถึงจะทำให้คนในชาติเกิดค่านิยมไทย
เปิดอ่าน 7,138 ☕ คลิกอ่านเลย

ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
ประเทศที่ประสบความสำเร็จเขาดูแลครูอย่างไร
เปิดอ่าน 61,379 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 9,666 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

กินผักผลไม้เหลืองๆ ป้องกันโรคมะเร็งได้
กินผักผลไม้เหลืองๆ ป้องกันโรคมะเร็งได้
เปิดอ่าน 15,200 ครั้ง

"กระเจี๊ยบแดง" ยาดีลดความดัน
"กระเจี๊ยบแดง" ยาดีลดความดัน
เปิดอ่าน 19,691 ครั้ง

ปลูกข่าข้างบ่อปลา สร้างรายได้ถึง 400,000 บาท/ไร่
ปลูกข่าข้างบ่อปลา สร้างรายได้ถึง 400,000 บาท/ไร่
เปิดอ่าน 24,054 ครั้ง

11 ผลไม้บำรุงผิว ช่วยให้ผิวที่เปล่งปลั่ง และสุขภาพดี
11 ผลไม้บำรุงผิว ช่วยให้ผิวที่เปล่งปลั่ง และสุขภาพดี
เปิดอ่าน 2,651 ครั้ง

ทางออกในการบริหารคุณภาพการศึกษา : การบริหารผู้ประเมินภายนอกแนวใหม่
ทางออกในการบริหารคุณภาพการศึกษา : การบริหารผู้ประเมินภายนอกแนวใหม่
เปิดอ่าน 8,447 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์ที่น่าสนใจ

  • IELTS Test
  • SAT Test
  • สอบ IELTS
  • สอบ TOEIC
  • สอบ SAT
  • เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  • เพลงเด็กอนุบาล
  •  
    หมวดหมู่เนื้อหา
    เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


    · Technology
    · บทความเทคโนโลยีการศึกษา
    · e-Learning
    · Graphics & Multimedia
    · OpenSource & Freeware
    · ซอฟต์แวร์แนะนำ
    · การถ่ายภาพ
    · Hot Issue
    · Research Library
    · Questions in ETC
    · แวดวงนักเทคโนฯ

    · ความรู้ทั่วไป
    · คณิตศาสตร์
    · วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
    · ภาษาต่างประเทศ
    · ภาษาไทย
    · สุขศึกษาและพลศึกษา
    · สังคมศึกษา ศาสนาฯ
    · ศิลปศึกษาและดนตรี
    · การงานอาชีพ

    · ข่าวการศึกษา
    · ข่าวตามกระแสสังคม
    · งาน/บริการสังคม
    · คลิปวิดีโอยอดนิยม
    · เกมส์
    · เกมส์ฝึกสมอง

    · ทฤษฎีทางการศึกษา
    · บทความการศึกษา
    · การวิจัยทางการศึกษา
    · คุณครูควรรู้ไว้
    · เตรียมประเมินวิทยฐานะ
    · ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
    · เครื่องมือสำหรับครู

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email : kornkham@hotmail.com
    Tel : 096-7158383

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ