ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ปีการศึกษา 2560 ผู้

บทคัดย่อ

การประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัย กระบวนการ และผลผลิตการจัดการพัฒนาศักยภาพของเด็กพิเศษเรียนร่วม โดยใช้รูปแบบการประเมินแบบ CIPP Model ของ Daniel Stufflebeam กลุ่มตัวอย่างได้แก่ ครูผู้สอน จำนวน 10 คน คณะกรรมการเด็กพิเศษเรียนร่วม จำนวน 6 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 13 คน นักเรียนพิเศษจำนวน 55 คน และผู้ปกครอง จำนวน 55 คน รวมทั้งหมด 139 คน ใช้เครื่องมือในการรวบรวมข้อมูล จำนวน 7 ฉบับ คือ ฉบับที่ 1 แบบประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ด้านบริบท ฉบับที่ 2 แบบประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ด้านปัจจัย ฉบับที่ 3 แบบประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ด้านกระบวนการ ฉบับที่ 4 แบบประเมินโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ฉบับที่ 5 แบบประเมินการพัฒนาเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) ฉบับที่ 6 แบบประเมินการเข้าร่วมการแข่งขันทางวิชาการของโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) และฉบับที่ 7 แบบประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) รวบรวมข้อมูลกลุ่มตัวอย่าง นำข้อมูลที่รวบรวมได้มาวิเคราะห์ โดยใช้สถิติค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน เทียบกับค่าเฉลี่ยเกณฑ์การวัดมากกว่า 3.50 ถือว่าผ่านการประเมิน

สรุปผลการประเมิน พบว่า

1. ผลการประเมินด้านบริบท (Context Evaluation) โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

2, ผลการประเมินด้านปัจจัย (Factors Evaluation) โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการ (Process Evaluation) โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

4. ผลการประเมินด้านผลผลิต (Product Evaluation)

4.1 ผลการประเมินกรอบงานชีท (SEAT Framwork) โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

4.2 ผลการประเมินการพัฒนาศักยภาพของนักเรียน โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

4.3 ผลการประเมินการร่วมการแข่งขันวิชาการของนักเรียนพิเศษ โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

4.4 ผลการประเมินความพึงพอใจที่มีต่อโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework) โรงเรียนบ้านเขาแดง (ราษฎร์อุปถัมภ์) โดยภาพรวมมีผลการประเมินอยู่ในระดับมาก และผ่านเกณฑ์การประเมินที่กำหนด

ข้อเสนอแนะ

1. ข้อเสนอแนะในการนำไปใช้

จากผลการประเมินข้างต้น ผู้ประเมินมีข้อเสนอแนะในการนำผลการประเมินไปประยุกต์ใช้ต่อผู้บริหารและผู้เกี่ยวข้องต่อการดำเนินงานโครงการเรียนร่วมระหว่างเด็กที่มีความต้องการพิเศษกับเด็กปกติ ดังนี้

1.1 รูปแบบของการจัดการเรียนร่วมนั้น เด็กที่มีความต้องการพิเศษควรได้มีโอกาส เข้าร่วมสังคมกับเด็กปกติให้มากที่สุด อย่าพยายามจัดการเรียนร่วมแบบแยกออกจากเด็กนักเรียนปกติ ซึ่งจะทำให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษอยู่รวมกลุ่มกันเองตลอดเวลา ไม่แตกต่างกับการส่งเด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าเรียนในโรงเรียนเฉพาะทางนั่นเอง

1.2 เด็กที่มีความต้องการพิเศษที่จะรับเข้ามาเรียน ถ้าเป็นไปได้ควรมีการคัดกรองและคัดเลือกให้มีระดับของความบกพร่องที่ใกล้เคียงกัน ทั้งนี้เนื่องจาก บางครั้งเด็กเหล่านี้จำเป็นต้องเรียนเป็นกลุ่มหรือทีมเดียวกัน เด็กที่มีความบกพร่องแตกต่างกันมาก จะมีผลทำให้เกิดปัญหาทางการเรียนรู้ และต่อพัฒนาการของเด็ก นอกจากนี้ อาจทำให้ด้านการบริหารจัดการจะยิ่งซับซ้อนและเป็นปัญหามากยิ่งขึ้น

1.3 การจัดโครงการพัฒนาศักยภาพเด็กพิเศษเรียนร่วมโดยใช้โครงสร้างซีท (SEAT Framework)นั้น ก่อนที่จะจัดตั้งโครงการแม้จำเป็นต้องมีการสำรวจความพร้อมหลาย ๆ ด้าน โดยเฉพาะความพร้อมด้านบุคลากร ด้านสถานที่ เพราะเป็นสิ่งสำคัญที่สุดของการดำเนินโครงการ ได้แก่ บุคลากรครูผู้สอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษจะต้องมีความเข้าใจในการสอน มีการพัฒนาความรู้ความสามารถของตนเองอย่างสม่ำเสมอ โดยได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานต้นสังกัด นอกจากนี้ ครูในชั้นเรียนปกติควรจัดการอบรมให้ด้วย เพื่อให้ครูในชั้นเรียนปกติมีความเข้าใจเด็กที่มีความต้องการพิเศษมากยิ่งขึ้น เปิดใจรับและพร้อมที่จะช่วยพัฒนาเด็กเหล่านั้นต่อไป

1.4 การส่งต่อเด็กที่มีความต้องการพิเศษเข้าเรียนในชั้นเรียนปกติ ควรส่งเข้าเรียนร่วมในแต่ละห้องไม่เกิน 2 คน เพราะถ้าส่งเด็กไปจำนวนมากเกินไป จะเป็นปัญหาต่อครูในห้องเรียนปกติ และถ้ามีจำนวนมาก เด็กกลุ่มนี้จะรวมกลุ่มกันเฉพาะเด็กที่มีความต้องการพิเศษด้วยกันไม่เข้ากลุ่มเด็กปกติ อาจทำให้ขาดการเรียนรู้ทางสังคมร่วมกับเด็กปกติ อาจมีผลต่อการพัฒนาศักยภาพและการเรียนรู้ของเด็กที่มีความต้องการพิเศษเหล่านี้

โพสต์โดย ชุ : [31 ม.ค. 2562 เวลา 08:40 น.]
อ่าน [221] ไอพี : 171.7.232.86
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ