ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้ศึกษา นายพิศาล ศาสตร์แก้ว

วิทยาฐานะที่ขอ วิทยฐานะครูชำนาญการพิเศษ

หน่วยงาน โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม อำเภอเชียงยืน จังหวัดมหาสารคาม

สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน

ปีที่พิมพ์ 2562

บทคัดย่อ

รายงานการพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 วัตถุประสงค์การศึกษา 1) เพื่อพัฒนาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีประสิทธิภาพ 80/80 2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ระหว่างก่อนและหลังเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง กีฬาฟุตซอล 3) เพื่อหาค่าดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 4) เพื่อประเมินทักษะปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล 5) เพื่อประเมินความพึงพอใจของนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน กลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบ ฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล กลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/4 โรงเรียนเชียงยืนพิทยาคม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 26 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2561 จำนวน 39 คน ได้มาโดยการสุ่มอย่างง่าย (Simple Random Sampling) โดยใช้ห้องเรียนเป็นหน่วยสุ่ม เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษาได้แก่ 1) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 10 แผน ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.67 2) แบบฝึกทักษะ จำนวน 10 เล่ม ค่าความเหมาะสมเท่ากับ 4.66 3) แบบทดสอบย่อยระหว่างเรียน จำนวน 100 ข้อ ค่าเฉลี่ย IOC เท่ากับ 0.88 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ .20-.80 ค่าความยากง่ายเท่ากับ .23-.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.87 4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน จำนวน 30 ข้อ ค่าเฉลี่ย IOC เท่ากับ 0.80 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ .23-.80 ค่าความยากง่ายเท่ากับ .21-.80 และค่าความเชื่อมั่นทั้งฉบับเท่ากับ 0.92 5) แบบประเมินทักษะปฏิบัติสำหรับนักเรียน จำนวน 20 ข้อ ค่าเฉลี่ย IOC เท่ากับ 0.86 6) แบบประเมินความพึงพอใจของนักเรียน จำนวน 25 ข้อ ค่าเฉลี่ย IOC เท่ากับ 0.88 ค่าอำนาจจำแนกเท่ากับ .37-.80 และค่าความเชื่อมั่น ทั้งฉบับเท่ากับ 0.8955 เก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบแผนการทดลองแบบ One Group Pre-test Post-test Design ทดสอบก่อนเรียน (Pre-test) ทำการสอนด้วยแบบฝึกทักษะตามแผนการจัดการเรียนรู้ที่ออกแบบไว้ และทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียน (Post-test) หลังเรียน ประเมินทักษะปฏิบัติ และประเมินความพึงพอใจของนักเรียน

วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติ IOC วิเคราะห์ค่าความสอดคล้องของแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียนและแบบทดสอบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบประเมินทักษะปฏิบัติ และแบบประเมินความพึงพอใจ ใช้สถิติ E1/ E2 หาประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะ ใช้สถิติ t-test ทดสอบสมมติฐานการเปรียบเทียบคะแนนก่อนเรียนและหลังเรียน ใช้สถิติ E.I. วิเคราะห์ดัชนีประสิทธิผลของแบบฝึกทักษะ ใช้สถิติของ แบรนแนน (Brennan) หาค่าอำนาจจำแนก (B) ค่าความยากง่าย (p) ใช้สถิติของโลเวท (Lovett) หาค่าความเชื่อมั่นของแบบทดสอบทั้งฉบับ (rcc) ของแบบทดสอบย่อยระหว่างเรียนและแบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางเรียน หาค่าอำนาจจำแนก โดยใช้วิธี Item – total Correlation ใช้สูตรสหสัมพันธ์อย่างง่ายของเพียร์สัน หาค่าสัมประสิทธิ์ความเชื่อมั่น ของแบบประเมินความพึงพอใจ ทั้งฉบับ โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (Alpha Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ใช้สถิติพื้นฐานหาค่าเฉลี่ย ( ) ร้อยละ (P) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) ผลการศึกษาพบว่า

1. ประสิทธิภาพของแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง กีฬาฟุตซอล เท่ากับ E1 = 83.46/E2 = 82.90 สูงกว่าเกณฑ์ที่กำหนดไว้

2. ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล เมื่อเปรียบเทียบระหว่างคะแนนก่อนและหลังเรียน พบว่า คะแนนทดสอบนักเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้

3. ดัชนีประสิทธิผลแบบฝึกทักษะกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา เรื่อง กีฬาฟุตซอล ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีค่าเท่ากับ 0.7110 หมายความว่า แบบฝึกทักษะชุดนี้ทำให้ผล การเรียนของนักเรียน มีความก้าวหน้าในการเรียนเพิ่มสูงขึ้นร้อยละ 71.10 สูงกว่าเกณฑ์ที่ยอมรับได้

4. โดยรวมทักษะปฏิบัติของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนโดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก ( x̄= 44.38)

5. นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ตอบแบบสอบถามความพึงพอใจ มีจำนวน 39 คน เป็นนักเรียนชาย 22 คน คิดเป็นร้อยละ 56.41 และเป็นนักเรียนหญิง 17 คน คิดเป็นร้อยละ 43.59โดยรวมความพึงพอใจของนักเรียนชายและนักเรียนหญิง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่มีต่อการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้สุขศึกษาและพลศึกษา โดยใช้แบบฝึกทักษะ เรื่อง กีฬาฟุตซอล มีค่าอยู่ในระดับมากเหมือนกัน โดยมีค่าเฉลี่ยเท่ากับ ( x̄= 4.05) และ ( x̄ = 3.96) ตามลำดับ

โพสต์โดย พิศาล : [15 พ.ค. 2562 เวลา 19:18 น.]
อ่าน [139] ไอพี : 223.206.17.16
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
การเลี้ยงแมว
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ