ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 24 พ.ย. 2551 เปิดอ่าน : 55,455 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่

Advertisement

คุณแม่ส่วนใหญ่มักประสบปัญหาการไม่สามารถรู้สาเหตุที่แท้จริงในการส่งเสียง "อ้อแอ้" ของลูก ทำให้ไม่สามารถตอบสนองความต้องการในสิ่งที่ลูกสื่อสารออกมาได้ถูกต้อง ทำให้ลูกร้องไม่หยุด ส่งผลกระทบต่อทั้งตัวคุณแม่และต่อพัฒนาการด้านร่างกายและจิตใจของลูก

แท้จริงแล้วเสียงของเด็ก คือ "ภาษาเด็กทารก" เพื่อสื่อสารบอกความรู้สึก ความต้องการบางอย่าง เช่น รู้สึกอึดอัดไม่สบายตัว หิวหรือกระหายน้ำ ง่วงนอน และอยากเรอ

พริสซิล่า ดันสแตน ผู้เชี่ยวชาญการสื่อสารภาษาเด็กทารก และแบรนด์แอมบาสเดอร์แป้งเด็กแคร์ แนะนำทักษะในการฟังเสียงภาษาเด็กทารก จากการศึกษาของ พริสซิล่า ดันสแตน พบว่าเด็กทารกไทยวัยแรกเกิดถึง 6 เดือน จะสื่อสารด้วยภาษาสากล (Universal words) ซึ่งเป็นเสียงที่เกิดขึ้นเป็นประจำทุกวันทั้งหมด 4 เสียง ดังนี้



เสียง "เฮะ"

ถือเป็นเสียงที่เด็กทารกร้องบ่อยที่สุด เพื่อบอกคุณแม่ว่ากำลังรู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัวอันเกิดจากความเปียกชื้น, ร้อน, เหนียวตัว เสียง "เฮะ" เป็นเสียงที่ลมออกมาจากปอด ลักษณะของการออกเสียงคืออ้าปากกว้าง มีการสั่นที่เส้นเสียงคล้ายเวลาที่ผู้ใหญ่รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว แล้วร้องออกมาว่า "เฮ้อ" เสียงจะออกมาจากปอดจนสุดเสียง แต่เด็กจะร้องสั้นกว่าเป็นเสียงเฮะ



วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้อง "เฮะ"

1. ลดอุณหภูมิร่างกายของลูกด้วยการถอดเสื้อที่หนาออกหรืออาบน้ำ

2. ทาแป้งเพื่อป้องกันความเปียกชื้นเพื่อให้ลูกรู้สึกแห้งและสบายตัว



เสียง "เอะ"

บอกถึงอาการที่ลูกน้อยมีลมในท้อง เป็นเสียงที่ลมจะออกมาจากกระเพาะอาหารหรือลำไส้ส่วนต้น ลักษณะการออกเสียงจะอ้าปากกว้างและปล่อยลมออกมาคล้ายเสียงสระแอในภาษาไทย เหมือนกับเสียงผู้ใหญ่เรอเมื่อมีลมหรือแก๊สอยู่ในท้อง ซึ่งไม่จำเป็นต้องร้องหลังจากทานนมเท่านั้น แต่เป็นเสียงที่เกิดขึ้นระหว่างวันได้เรื่อยๆ

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "เอะ"

1. อุ้มลูกให้นั่งตัวตรง ลูบหรือตบหลังลูกเบาๆ

2. อุ้มลูกอยู่ในระดับบ่า ลูบหลังเบาๆ ถ้าเด็กเรอยากให้อุ้มเด็กสูงขึ้นให้ท้องพาดบริเวณกระดูกหัวไหล่ของแม่ นวดช่องท้องเบาๆ ระวังอย่าทำตอนเด็กเพิ่งทานอาหารเสร็จ เพราะอาจอาเจียนออกมาได้



3. อุ้มลูกในท่ายืนอยู่ในระดับบ่า ตบหลังเบาๆ

4. ให้ลูกนั่งตัวตรง จับบริเวณหลังและคอ จากนั้นโยกตัวลูกเบาๆ เป็นวงกลม กรณีเด็กเรอยาก ให้คุณแม่นั่งท่าไขว่ห้างวางเด็กโดยให้ท้องพาดบริเวณหน้าขาแล้วโยกเบาๆ หมุนไปรอบๆ ลูบหลังเบาๆ

เสียง "อาว"

หมายความว่าหนูกำลังง่วงนอน ลักษณะการออกเสียงอาวจะอ้าปากและห่อปากลงเหมือนการดูดงับเอาออกซิเจนเข้าไปในปาก แล้วใส่เสียงเข้าไปเป็นอาวเหมือนกับเสียงของผู้ใหญ่เวลาหาว ถือเป็นการเอาออกซิเจนเข้าไปเพื่อให้ร่างกายตื่นตัวขึ้น

สำหรับเด็กไทยเนื่องจากคุณแม่จะอุ้มอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นการออกเสียงอาวจึงหมายถึงอยากให้คุณแม่โยกมากขึ้นเพื่อให้รู้สึกหลับสบาย

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "อาว"

1. นั่งอุ้มลูกแนบกับอก โยกตัวช้าๆ แต่สม่ำ เสมอ

2. ยืนอุ้มลูกแนบกับอก โยกตัวช้าๆ เป็นจังหวะสม่ำเสมอ

3. คุณแม่ยืนอุ้มพาดบ่า ขาตั้งข้างหน้าไว้ด้านหนึ่ง โยกตัวเบาๆ ท่านี้จะเหมาะกับเด็กที่ร้อง "เอะ" บ่อยๆ เนื่องจากมีลมในช่องท้อง เพราะจะเป็นการไล่ลมไปในตัวด้วย



เสียง "อึนเนะ"

หมายความว่าลูกกำลังกระหายน้ำหรือหิวนม ลักษณะของเสียงอึนเนะจะขึ้นอยู่กับการทำงานของลิ้นว่าใช้ปลายลิ้น กลางลิ้น หรือโคนลิ้นในการออกเสียง และจะมีลมออกจากทางจมูกมากกว่าทางปากเหมือนเสียงขึ้นจมูกนิดหน่อย ร่วมกับเสียงของการดูดตรงเพดานปาก ส่วนเสียงที่ออกมาจะคล้ายกับเสียง น หนู คือเสียงอึนเนะ ซึ่งเป็นเสียงจากโคนลิ้นนั่นเอง

วิธีตอบสนองความต้องการเมื่อลูกร้องเสียง "อึนเนะ"

1. อุ้มลูกไว้แนบอก กอดลูกไว้ขณะให้นมลูก

2. อุ้มลูกไว้แนบอก ใช้หมอนรองตัวลูกเอาไว้ และยังสะดวกในการให้นมของแม่

3. คุณแม่นั่งอุ้มลูกแนบข้างลำตัวให้นม ใช้หมอนรองตัวลูกเอาไว้ ท่านี้ยังเพิ่มความอบอุ่นให้ลูกน้อย

4. ขณะให้นมควรสบตาลูกน้อยเพื่อเพิ่มสายใยความรัก

5. ประเทศไทยอากาศร้อนอบอ้าว ควรให้น้ำในปริมาณที่พอเหมาะเพื่อความสดชื่น

ขอบคุณที่มา ข่าวสดรายวัน หน้า 25

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เสียงร้องทารก บอก"อะไร"คุณแม่ , เสียงร้องลูกบอกอะไร , เสียงร้องของลูก , เสียงร้องเด็กบอกอะไร , ฟังเสียงร้องลูก , เสียงร้องเด็ก << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B

ดินสอทำไมมีตัว H กับตัว B
เปิดอ่าน 26,447 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล☕ คลิกอ่านเลย
กล้วยหอม ตัวช่วยลดน้ำหนักอย่างได้ผล
เปิดอ่าน 11,929 ครั้ง
ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์☕ คลิกอ่านเลย
ไทยมีสิทธิ์เจอ แผ่นดินไหวเกิน 6 ริกเตอร์
เปิดอ่าน 8,638 ครั้ง
ตรวจสอบคุณภาพยางรถ☕ คลิกอ่านเลย
ตรวจสอบคุณภาพยางรถ
เปิดอ่าน 7,842 ครั้ง
ลายมือผู้นำระดับโลก☕ คลิกอ่านเลย
ลายมือผู้นำระดับโลก
เปิดอ่าน 11,415 ครั้ง
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
7 วิธีใช้คอมพิวเตอร์ แบบทำร้ายตัวเอง
เปิดอ่าน 8,803 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

มาแรง!! มะนาวแป้นพันธุ์ใหม่ 8 เดือนให้ผล 300 ลูก ปลูกได้หลายแบบตามความเหมาะสมมาแรง!! มะนาวแป้นพันธุ์ใหม่ 8 เดือนให้ผล 300 ลูก ปลูกได้หลายแบบตามความเหมาะสม
เปิดอ่าน 21,041 ครั้ง
สร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศสร้างความรู้ใหม่ คือหัวใจปฏิรูปการศึกษา : เสรี พงศ์พิศ
เปิดอ่าน 7,670 ครั้ง
วิธีทาลิปกลอสให้สวยวิธีทาลิปกลอสให้สวย
เปิดอ่าน 10,939 ครั้ง
แช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึกแช่น้ำอุ่นก่อนนอนทำให้หลับลึก
เปิดอ่าน 12,471 ครั้ง
บัญชีเงินเดือนใหม่ ต.ค.50บัญชีเงินเดือนใหม่ ต.ค.50
เปิดอ่าน 21,039 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ