ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้
สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้
บทความการศึกษา โพสต์เมื่อวันที่ : 17 มิ.ย. 2558 เปิดอ่าน : 4,287 ครั้ง
☰แชร์เลย >  
เพิ่มเพื่อน
Advertisement

สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้
Advertisement

สพฐ.พลิกโฉมโรงเรียน มุ่งเป้า ป.1 อ่านเขียนได้

แต่สิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือ การอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ของนักเรียนนั้นถือเป็นปัญหาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติคุณภาพการศึกษาของประเทศ

ปัญหาการอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้ของเด็กไทยนับวันจะถึงระดับขั้นที่น่าเป็นห่วงมากยิ่งขึ้น ซึ่งต่างคนต่างคิด ต่างคนต่างมอง และวิเคราะห์กันไปต่าง ๆ นานาว่า สาเหตุของปัญหานั้นมีต้นตอมาจากโน่น นี่ นั่นมากมาย บ้างก็บอกมาจากตัวเด็กเองที่ขาดความสนใจใฝ่เรียนรู้ อาจจะเนื่องมาจากสื่อและสิ่งแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป บ้างก็บอกปัญหานั้นมาจากครูผู้สอนในระดับประถมศึกษาที่สอนไม่เป็น ไม่มีหลักการ ขาดเทคนิควิธีการสอนที่น่าสนใจ เนื่องจากไม่ได้จบตรงวิชาเอกภาษาไทย บ้างก็บอกครูผู้สอนไม่สนใจงานสอน ปล่อยปละละเลยเด็ก บ้างก็บอกโรงเรียนไม่มีระบบรองรับที่จะช่วยเหลือนักเรียนที่มีปัญหาด้านการอ่านออกเขียนได้โดยเฉพาะ บ้างก็บอกหนังสือเรียนและสื่อการเรียนรู้ภาษาไทยที่ยังไม่ดีเท่าที่ควร บ้างก็บอกพ่อแม่ผู้ปกครองไม่มีเวลาใส่ใจดูแลบุตรหลานให้อ่านหนังสือหรือทำการบ้าน ซึ่งเหล่านี้เป็นการมองต่างมุมและคิดต่างมิติตามประสบการณ์ของแต่ละคนนั่นเอง

แต่สิ่งที่เราไม่อาจปฏิเสธได้ นั่นคือ การอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ของนักเรียนนั้นถือเป็นปัญหาสำคัญที่สะท้อนให้เห็นถึงวิกฤติคุณภาพการศึกษาของประเทศ ซึ่งปัจจุบันยังมีนักเรียนที่มีปัญหาอ่านไม่ออกและเขียนไม่ได้อยู่อีกเป็นจำนวนมาก เชื่อว่าทุกท่านคงเห็นพ้องต้องกันว่าการอ่านออกเขียนได้นั้นถือว่าเป็นพื้นฐานและหัวใจสำคัญในการเรียนรู้ในทุก ๆ วิชา ซึ่งหากเด็กคนใดอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้ย่อมเป็นอุปสรรคสำคัญยิ่งต่อการพัฒนาตนเอง และส่งผลถึงการเรียนรู้ในวิชาอื่น ๆ ให้มีปัญหาตามไปด้วย

สิ่งที่ต้องคิดและลงมือทำอย่างเร่งด่วน นั่นคือ ทำอย่างไรที่จะให้เด็กทุกคนที่อยู่ในระบบการศึกษาสามารถอ่านออกเขียนได้ มีความเข้าใจในสิ่งที่อ่านและเขียน ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการศึกษาในระดับขั้นพื้นฐาน เมื่อช่วงต้นปีที่ผ่านมาเราได้เห็นกระทรวงศึกษาธิการ นำโดย พลเรือเอก ณรงค์ พิพัฒนาศัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้ประกาศนโยบาย “ปี 2558 เป็นปีปลอดนักเรียนอ่านไม่ออกเขียนไม่ได้” ที่กำหนดจุดมุ่งหมายสำคัญในการพัฒนาการศึกษาของชาติ เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สามารถคิดวิเคราะห์ เรียนรู้ได้ด้วยตนเอง มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามหลักค่านิยม 12 ประการ และมีทักษะที่จำเป็นสำหรับศตวรรษที่ 21 อย่างไรก็ตาม ในการพัฒนาคุณลักษณะของผู้เรียนให้เป็นไปตามเป้าหมายได้นั้น ประเด็นสำคัญในเบื้องต้นที่ต้องให้ความสำคัญ คือ “การอ่านออกเขียนได้” เพราะถือว่าเป็นหัวใจสำคัญต่อการพัฒนาตนเองและนำไปสู่การเรียนรู้ในระดับที่สูงขึ้นต่อไปด้วย

นโยบายสำคัญของรัฐบาล โดยกระทรวงศึกษาธิการได้ให้ความสำคัญต่อการพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการศึกษาของนักเรียนตั้งแต่วัยเริ่มเรียน นั่นคือ การประกาศให้ปีการศึกษา 2558 “เด็กนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 เมื่อจบ ป.1 ต้องอ่านออกเขียนได้ และมีมาตรการประเมินผลให้เป็นรูปธรรม” เพื่อนำนโยบายไปสู่การปฏิบัติที่เป็นรูปธรรมที่ชัดเจนตามเจตนารมณ์ของรัฐบาล

สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งเป็นหน่วยงานหลักในการจัดการศึกษา เพื่อส่งเสริม สนับสนุน เร่งรัด และพัฒนาการจัดการศึกษาของทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง ได้เน้นคุณภาพผู้เรียนเป็นสำคัญ โดยกำหนดเป้าหมายให้นักเรียนทุกระดับชั้นอ่านออกเขียนได้ อ่านคล่องเขียนคล่องและสื่อสารได้ เพื่อเป็นการวางรากฐานสำคัญในการเรียนรู้ในระดับชั้นที่สูงขึ้น ทั้งนี้ เห็นว่าวิธีการจัดการเรียนการสอนภาษาไทยที่ประสบความสำเร็จได้นั้น ต้องปรับโครงสร้างการบริหารจัดการ ตั้งแต่สิ่งแวดล้อมภายในโรงเรียน จัดบรรยากาศการเรียนการสอนที่กระตุ้นให้นักเรียนสนใจใคร่เรียนรู้ รวมถึงการใช้สื่อนวัตกรรม และวิธีจัดการเรียนการสอนของครูด้วย จึงได้ดำเนินโครงการ “พลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี”

การดำเนินโครงการมีเป้าหมายให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องร่วมกันตระหนักและรับผิดชอบการดำเนินงานตามนโยบาย โดยการคัดเลือกโรงเรียนแกนนำพลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี ตามแนวทางการพัฒนาการทางสมอง (Brain - Based - Learning) ร้อยละ 6 ของจำนวนโรงเรียนในแต่ละเขตพื้นที่การศึกษา ซึ่งกำหนดเกณฑ์ว่าต้องเป็นโรงเรียนที่ต้องสมัครใจเข้าร่วมโครงการและพร้อมที่จะดำเนินการตามแนวทางที่กำหนด ผู้บริหาร ครู และบุคลากรทุกฝ่ายมีความเห็นร่วมกันที่จะปรับเปลี่ยนโรงเรียนตามแนวทางพัฒนาการทางสมอง อย่างไม่มีเงื่อนไข และขยายผลการดำเนินงานให้ครอบคลุมทุกโรงเรียนในเขตพื้นที่การศึกษา

สำหรับกิจกรรมการดำเนินงานมีทั้งการอบรมวิทยากรแกนนำ การอบรมทางไกล ผ่านระบบ DLTV และ DLIT มีการติดตามประเมินผล และการส่งเสริมสนับสนุนงบประมาณ สื่อและอุปกรณ์ที่จะดำเนินการตามแนวทางพลิกโฉมโรงเรียน สำหรับการอบรมวิทยากรแกนนำพลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปีนั้น กำหนดจัดประชุม 4 ภูมิภาค 5 จุด ครอบคลุมทั่วประเทศ เป็นการอบรมการจัดการเรียนรู้โดยใช้แนวทางพัฒนาการทางสมอง และจัดนิทรรศการ “กุญแจ 5 ดอก สู่การพลิกโฉมโรงเรียน” ได้แก่ สนามเด็กเล่น ห้องเรียนเปลี่ยนสมอง พลิกกระบวนการเรียนรู้ หนังสือเรียนและใบงาน สื่อและนวัตกรรมการเรียนรู้

“สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา และโรงเรียนดำเนินการพัฒนานักเรียน ป.1 ทุกคน ให้อ่านออกเขียนได้เมื่อจบปีการศึกษา และโรงเรียนแกนนำพลิกโฉมโรงเรียน ป.1 อ่านออกเขียนได้ใน 1 ปี สามารถขยายผลได้ครอบคลุมในเขตพื้นที่การศึกษา” นั่นคือเป้าหมายความสำเร็จของโครงการดังกล่าว
อย่างไรก็ตาม การพลิกโฉมโรงเรียนนั้นเป็นเรื่องใหญ่ ซึ่งผู้บริหาร ครู และบุคลากรทางการศึกษาทุกคนจำเป็นต้องเปลี่ยนความคิดและจับมือก้าวเดินไปพร้อมกัน ด้วยแรงขับเคลื่อนสร้างพลังความร่วมมือจากภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วนเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จ และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตอันใกล้นี้จะสามารถขจัดปัญหาเด็กไทยอ่านหนังสือไม่ออกและเขียนไม่ได้ให้หมดไปจริง ๆ เสียที.

ฟาฏินา วงศ์เลขา

ที่มา: http://www.dailynews.co.th 


Advertisement

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง

"โรงเรียนนิติบุคคล" ปฏิรูปการศึกษา...เกิดขึ้นจริง
เปิดอ่าน 8,319 ครั้ง
สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด

สมองที่ไร้ข้อมูล ความรู้และความคิด
เปิดอ่าน 8,992 ครั้ง
เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์

เข้าใจนวัตกรรม การศึกษาฟินแลนด์
เปิดอ่าน 6,420 ครั้ง
เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์

เจาะ 40 ปีการศึกษาไทย เป๋ไปเป๋มา...ดิ่งลงเหว!! : ศ.พิเศษ ดร.ภาวิช ทองโรจน์
เปิดอ่าน 44,354 ครั้ง
เจาะ..."ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"ครูควรรับมืออย่างไร ?

เจาะ..."ลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้"ครูควรรับมืออย่างไร ?
เปิดอ่าน 7,876 ครั้ง
มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ

มารู้จัก ทุน"เสมาพัฒนาชีวิต"กันเถอะ
เปิดอ่าน 8,572 ครั้ง
การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง

การสอนภาษาอังกฤษ ในสพฐ. จุดอ่อนที่ควรคำนึง
เปิดอ่าน 14,462 ครั้ง
"ฟุตบอล"...สอนอะไร

"ฟุตบอล"...สอนอะไร
เปิดอ่าน 6,898 ครั้ง
โอนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ อปท.เพื่อแก้ปัญหาความล้าหลังการศึกษาของไทย (บทความ โดย ถวิล ไพรสณฑ์)

โอนการศึกษาขั้นพื้นฐานให้ อปท.เพื่อแก้ปัญหาความล้าหลังการศึกษาของไทย (บทความ โดย ถวิล ไพรสณฑ์)
เปิดอ่าน 24,269 ครั้ง
มองโลกแบบวิกรม ตอน เจาะลึก การศึกษาไต้หวัน (1)

มองโลกแบบวิกรม ตอน เจาะลึก การศึกษาไต้หวัน (1)
เปิดอ่าน 8,604 ครั้ง
"หนี้ครู" ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ

"หนี้ครู" ปัญหาอมตะคู่แม่พิมพ์ของชาติ
เปิดอ่าน 10,228 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์

ปฏิรูปการศึกษาหลังยุค รธน.มีชัย โดย สมหมาย ปาริจฉัตต์
เปิดอ่าน 10,632 ครั้ง
ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น

ว่าด้วยใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครูของญี่ปุ่น
เปิดอ่าน 9,192 ครั้ง
ทางออกในการบริหารคุณภาพการศึกษา : การบริหารผู้ประเมินภายนอกแนวใหม่

ทางออกในการบริหารคุณภาพการศึกษา : การบริหารผู้ประเมินภายนอกแนวใหม่
เปิดอ่าน 7,605 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย

ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย
เปิดอ่าน 10,727 ครั้ง

:: เรื่องปักหมุด ::

"ความแตกต่างระหว่าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับ โรงเรียนอนุบาล" โดย ดร.สุวรรณ พิณตานนท์
"ความแตกต่างระหว่าง ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก กับ โรงเรียนอนุบาล" โดย ดร.สุวรรณ พิณตานนท์
เปิดอ่าน 101,702 ☕ คลิกอ่านเลย

Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
ปฏิรูปการศึกษา : มุ่งการขยายโครงสร้าง คือเลือกทางสู่ความล้มเหลว โดย ประเสริฐ ตันสกุล
เปิดอ่าน 11,792 ☕ คลิกอ่านเลย

วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้
วิเคราะห์จุดอ่อน-แข็ง การถ่ายโอนการศึกษา : เพื่อหาความเป็นไปได้
เปิดอ่าน 10,563 ☕ คลิกอ่านเลย

เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดม่านการศึกษา : 2 พ.ค. 59 : โดย...ครูแจ่ม
เปิดอ่าน 8,789 ☕ คลิกอ่านเลย

ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21
ปัดฝุ่น "สถาบันฝึกหัดครู" พัฒนาพลเมืองการศึกษาศตวรรษ 21
เปิดอ่าน 7,906 ☕ คลิกอ่านเลย

ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล
ปรับการเรียนแนวใหม่สู้ "โอเน็ต" ให้ได้ผล
เปิดอ่าน 9,534 ☕ คลิกอ่านเลย

การพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก
การพัฒนาทักษะ EF ให้กับเด็ก
เปิดอ่าน 9,867 ☕ คลิกอ่านเลย

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?
เมื่อฝรั่งขับรถเจอด่านตำรวจ จะเป็นยังไง ?
เปิดอ่าน 12,108 ครั้ง

คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็ม
คึกคัก! นักท่องเที่ยวแห่ชม แมงกะพรุนหลากสี จ.ตราด ห้องพักเต็ม
เปิดอ่าน 13,366 ครั้ง

กางปฏิทินปี 56 เฮหยุดยาว ช่วงละ 3วัน ปีเดียว 9 ครั้ง
กางปฏิทินปี 56 เฮหยุดยาว ช่วงละ 3วัน ปีเดียว 9 ครั้ง
เปิดอ่าน 28,061 ครั้ง

2 สูตรความงามจากน้ำผึ้ง
2 สูตรความงามจากน้ำผึ้ง
เปิดอ่าน 7,641 ครั้ง

คู่มือการบริหารโรงเรียน ในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล
คู่มือการบริหารโรงเรียน ในโครงการพัฒนาการบริหารรูปแบบนิติบุคคล
เปิดอ่าน 44,465 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


 
หมวดหมู่เนื้อหา
เนื้อหา แยกตามหมวดหมู่ สามารถเลืออ่านได้ตามหมวดหมู่ที่นี่


· Technology
· บทความเทคโนโลยีการศึกษา
· e-Learning
· Graphics & Multimedia
· OpenSource & Freeware
· ซอฟต์แวร์แนะนำ
· การถ่ายภาพ
· Hot Issue
· Research Library
· Questions in ETC
· แวดวงนักเทคโนฯ

· ความรู้ทั่วไป
· คณิตศาสตร์
· วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
· ภาษาต่างประเทศ
· ภาษาไทย
· สุขศึกษาและพลศึกษา
· สังคมศึกษา ศาสนาฯ
· ศิลปศึกษาและดนตรี
· การงานอาชีพ

· ข่าวการศึกษา
· ข่าวตามกระแสสังคม
· งาน/บริการสังคม
· คลิปวิดีโอยอดนิยม
· เกมส์
· เกมส์ฝึกสมอง

· ทฤษฎีทางการศึกษา
· บทความการศึกษา
· การวิจัยทางการศึกษา
· คุณครูควรรู้ไว้
· เตรียมประเมินวิทยฐานะ
· ผลงานวิชาการเล่มเต็ม
· เครื่องมือสำหรับครู

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ