ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความ เชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2

ผู้วิจัย นายพัชรดนัย ห้าวหาญ

หน่วยงาน โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม)

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้ มีความมุ่งหมายเพื่อ 1) เพื่อศึกษาเอกสารและบริบทความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2) พัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 และ 3) ประเมินผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ดังนี้ 3.1) หาประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3.2) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 3.3) เปรียบเทียบความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองหลังเรียนของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองกับนักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้ด้วยรูปแบบปกติ กลุ่มตัวอย่างเพื่อทดลองใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ ได้แก่ นักเรียนกลุ่มทดลองนำร่อง คือนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2559 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม)เทศบาลเมืองสระบุรี จำนวน 32 ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) กลุ่มตัวอย่างสำหรับนำรูปแบบการจัดการเรียนรู้ไปใช้หาประสิทธิภาพแบ่งเป็น นักเรียนกลุ่มทดลอง ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/1 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม) ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2560 จำนวน 30 คน นักเรียนกลุ่มควบคุม ได้แก่ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2/2 โรงเรียนเทศบาล ๔ (วัดบำรุงธรรม) จำนวน 30 คน ได้มาโดยการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) เครื่องมือที่ใช้ในการทดลอง ได้แก่ 1.1) คู่มือการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ และ 1.2) แผนการจัดการเรียนรู้ จำนวน 9 แผน ซึ่งเป็นแผนรายชั่วโมง รวม 9 ชั่วโมง 2) เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูล ได้แก่ 2.1) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูผู้สอนศิลปะและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2.2)แบบสัมภาษณ์ครูผู้สอนศิลปะและนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 2.3)แบบวิเคราะห์เอกสาร 2.4) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 2.5) แบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์และ 2.6) แบบสอบถามวัดความเชื่อมั่นในตนเอง 4 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การหาประสิทธิภาพ E1/E2การตรวจสอบสมมุติฐานใช้ t-test (dependent samples)และ t-test (Idependent samples) นำเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการพรรณนาวิเคราะห์

ผลการวิจัยปรากฏ ดังนี้

1. จากการศึกษาสภาพและปัญหาความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะ เพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองของครูผู้สอนและนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 มีความต้องการรูปแบบการจัดการเรียนรู้โดยรวม อยู่ในระดับมากที่สุด

2. รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้นมีชื่อเรียกว่า C7 step Model ประกอบด้วยกระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอนได้แก่ ได้แก่ (1)ขั้นสนทนา (Converse): C1 (2) ขั้นรับรู้และเข้าใจ (Cognition ): C2 (3) ขั้นกำหนดแนวคิด (Concept) :C3 (4) ขั้นสร้างความเชื่อมั่น(Confidence): C4 (5)ขั้นสร้างสรรค์ผลงาน (Creative) : C5 (6)ขั้นวิจารณ์ประเมินผลงาน(Criticism) : C6 และ(7) ขั้นสรุปความรู้ (Conclusion) : C7 และ มีองค์ประกอบ ดังนี้ 1)หลักการ แนวคิด ทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับรูปแบบ 2) วัตถุประสงค์ของรูปแบบ 3) กระบวนการจัดการเรียนรู้ 7 ขั้นตอน 4) ระบบสังคม 5) การตอบสนอง และ6) ระบบสนับสนุน คุณภาพความเหมาะสมของรูปแบบการจัดการเรียนรู้อยู่ระดับมากที่สุด ( = 4.88)

3. การศึกษาผลการใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเอง สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 พบว่า

3.1 ประสิทธิภาพของรูปแบบการจัดการเรียนรู้ เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพสิทธิภาพของกระบวนการโดยคำนวณจากการประเมินใบงานและแบบประเมินพฤติกรรมการเรียนของนักเรียนทุกคน มีค่าเท่ากับ 81.85 และ เมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลลัพธ์จากคะแนนวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของนักเรียนทุกคนมีค่าเท่ากับ 80.92 มีค่าประสิทธิภาพ (E1/ E2) เท่ากับ 81.85/80.92 และเมื่อวิเคราะห์ประสิทธิภาพผลลัพธ์จากคะแนนแบบทดสอบความคิดสร้างสรรค์ของนักเรียนทุกคน มีค่าเท่ากับ 81.33 รูปแบบการจัดการเรียนรู้มีค่าประสิทธิภาพ(E1/ E2) เท่ากับ 81.85/81.33 ซึ่งเป็นไปตามเกณฑ์ 80/80 ที่ตั้งไว้

3.2 นักเรียนที่ได้รับการจัดการเรียนรู้โดยใช้รูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่พัฒนาขึ้น มีความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05

3.3 นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 ที่เรียนด้วยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ศิลปะเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และความเชื่อมั่นในตนเองมีความคิดสร้างสรรค์หลังเรียนสูงกว่านักเรียนที่เรียนด้วยการจัดการเรียนรู้ปกติ อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ .05

โพสต์โดย ครูเดย์ : [1 ก.พ. 2563 เวลา 18:16 น.]
อ่าน [194] ไอพี : 58.9.138.230
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
โคมไฟ LampThai
เครื่องมือวัดไฟฟ้า
สมัครงานอย่างมืออาชีพ และพร้อมรับมือกับทุกสถานการณ์กับอุปกรณ์เพิ่มความสะดวกสบายอย่าง คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ้กและอีกมากมาย การรันตีสินค้าได้มาตราฐาน
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ