ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

ผลงานทางวิชาการภิลัยวัณย์ วิภาวิน

ชื่อเรื่อง การพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทย

ตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้

มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4

ผู้วิจัย ภิลัยวัณย์ วิภาวิน

สังกัด โรงเรียนภูดินแดงวิทยา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดสกลนคร

ปีการศึกษา 2562

บทคัดย่อ

การวิจัยครั้งนี้มีความมุ่งหมายของการวิจัยเพื่อ 1) ศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนของกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนภูดินแดงวิทยา 2) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3) ศึกษาผลของการใช้รูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ในประเด็นดังต่อไปนี้ 3.1) พัฒนารูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3.2) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3.3) เพื่อศึกษาคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านใฝ่เรียนรู้ ด้านมุ่งมั่นในการทำงานระหว่างก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3.4) เพื่อศึกษาทักษะปฏิบัติของนักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 3.5) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 กลุ่มตัวอย่างเป็นนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนภูดินแดงวิทยา จำนวน 37 คน โดยวิธีสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Radom Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ คู่มือรูปแบบแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน แบบวัดใฝ่เรียนรู้ แบบวัดมุ่งมั่นในการทำงาน แบบประเมินการปฏิบัติงาน และแบบวัดความพึงพอใจ สถิติที่ใช้ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และทดสอบสมมติฐาน t-test (Dependent Sample )

ผลการวิจัยพบว่า

1. ผลการศึกษาสภาพปัญหาการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ โรงเรียนภูดินแดงวิทยา พบว่า สภาพปัญหาในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยี อยู่ในระดับปานกลาง ( X ̅ = 3.42,S.D. = 0.86) และในการจัดการเรียนการสอนกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพ มี 3 ประเด็น คือ ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและการสร้างสรรค์ชิ้นงาน ครูกลุ่มสาระการเรียนรู้การงานอาชีพและเทคโนโลยีได้เสนอแนะวิธีแก้ไขปัญหาโดยพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน ในเนื้อหา เรื่อง สร้างสรรค์งานสวยด้วยเอกลักษณ์ไทย ให้มีแหล่งเรียนรู้ที่หลากหลายทั้งภายในและภายนอกโรงเรียน

2. ผลการพัฒนารูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงาน และสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 พบว่า ผลการสังเคราะห์ร่างรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ประกอบด้วย 1) แนวคิดและทฤษฎีพื้นฐาน 2) วัตถุประสงค์ 3) ขั้นตอนการสอน (Syntax) 4) ระบบสังคม (Social System) 5) หลักการตอบสนอง (Principle of reaction) 6) ระบบสนับสนุน (Support System) โดยมีขั้นตอนการสอนดังนี้ 1) ขั้นทวนความรู้เดิม 2) ขั้นเรียนรู้เนื้อหาใหม่ 3) ขั้นปฏิบัติให้ชำนาญ 4) ขั้นประเมินผลงาน และ 5) ขั้นประยุกต์ใช้ความรู้ มีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด (X ̅ =4.53, S.D.=0.66) แผนการจัดการเรียนรู้ประกอบรูปแบบที่พัฒนาขึ้นมีความเหมาะสมในระดับมากที่สุด ( X ̅ =4.52, S.D.=0.49) 3. การศึกษาผลการใช้รูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีดังนี้

3.1 รูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมเพื่อเสริมสร้างผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ใฝ่เรียนรู้ มุ่งมั่นในการทำงานและสร้างสรรค์ชิ้นงาน สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 มีประสิทธิภาพสูงกว่าเกณฑ์ (E1/E2) เท่ากับ 85.86/85.09

3.2 การเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของนักเรียน ที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึม พบว่า ค่าเฉลี่ยของคะแนนผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียนอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.3 การเปรียบเทียบด้านใฝ่เรียนรู้และมุ่งมั่นในการทำงานของนักเรียนที่เรียน ด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึม คะแนนหลังเรียนของนักเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01

3.4 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึมมีทักษะปฏิบัติ ขั้นเตรียม ขั้นปฏิบัติ ขั้นผลงาน ขั้นกิจนิสัย อยู่ในระดับดี คิดเป็นร้อยละ 84.14

3.5 นักเรียนที่เรียนด้วยรูปแบบการเรียนการสอนงานประดิษฐ์ที่เป็นเอกลักษณ์ไทยตามแนวทฤษฎีคอนสตรัคชั่นนิซึม อยู่ในระดับพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย เท่ากับ 4.57

โพสต์โดย รองลือ : [29 พ.ค. 2563 เวลา 14:35 น.]
อ่าน [102887] ไอพี : 180.183.234.199
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 56,126 ครั้ง
Verb Tenses (Past Tenses )
Verb Tenses (Past Tenses )

เปิดอ่าน 45,263 ครั้ง
อะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้าง
อะไรที่กินคลายเครียดได้จริงบ้าง

เปิดอ่าน 13,631 ครั้ง
ป้องกันกลิ่นตัว ในหน้าร้อน
ป้องกันกลิ่นตัว ในหน้าร้อน

เปิดอ่าน 10,718 ครั้ง
ประโยคเพื่อการสื่อสาร
ประโยคเพื่อการสื่อสาร

เปิดอ่าน 23,343 ครั้ง
ยุบ สพฐ. จัดตั้งของใหม่ คิดกันดีแล้วเหรอ?? ไม่เหนื่อยต่อการพายเรือในอ่างหรือ?!
ยุบ สพฐ. จัดตั้งของใหม่ คิดกันดีแล้วเหรอ?? ไม่เหนื่อยต่อการพายเรือในอ่างหรือ?!

เปิดอ่าน 13,382 ครั้ง
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?
ดูให้ชัด รัฐธรรมนูญ ม.286 ให้มีการปฏิรูปการศึกษาเพื่อพัฒนาคนแน่ หรือ?

เปิดอ่าน 14,837 ครั้ง
ชมคลิป ตำรวจไทยโชว์เต้นบีบอย งานกีฬากองทัพไทย
ชมคลิป ตำรวจไทยโชว์เต้นบีบอย งานกีฬากองทัพไทย

เปิดอ่าน 2,351 ครั้ง
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย
เก่งอย่างเดียวไม่พอ ต้องเพิ่ม Multi-skill ให้ตัวเองด้วย

เปิดอ่าน 6,000 ครั้ง
การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก
การเลือกใช้โปรแกรมเงินเดือนสำหรับธุรกิจขนาดเล็ก

เปิดอ่าน 35,893 ครั้ง
อยากเก่งภาษาอังกฤษทำยังไง
อยากเก่งภาษาอังกฤษทำยังไง

เปิดอ่าน 19,858 ครั้ง
ไก่เคยูเบตง สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค
ไก่เคยูเบตง สร้างทางเลือกใหม่ให้ผู้บริโภค

เปิดอ่าน 9,223 ครั้ง
พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้
พ่อแม่สามารถส่งความรู้สึกให้ลูกก่อนเกิดได้

เปิดอ่าน 13,473 ครั้ง
พบสัตว์ประหลาดทะเลลึกเฉียด 2 หมื่นสายพันธุ์
พบสัตว์ประหลาดทะเลลึกเฉียด 2 หมื่นสายพันธุ์

เปิดอ่าน 33,047 ครั้ง
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้าน
ภาษาอังกฤษ เริ่มได้ที่บ้าน กับ สอนลูกฝึกออกเสียงภาษาอังกฤษกับคำศัพท์เกี่ยวกับบ้าน

เปิดอ่าน 14,647 ครั้ง
หน้ากากอนามัย ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี
หน้ากากอนามัย ใช้อย่างไรให้ถูกวิธี

เปิดอ่าน 112,936 ครั้ง
อุปกรณ์ในการจัดการแข่งขันฟุตซอล
อุปกรณ์ในการจัดการแข่งขันฟุตซอล
เปิดอ่าน 53,987 ครั้ง
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน
คำกล่าวทักทาย กลุ่มประเทศอาเซียน
เปิดอ่าน 15,847 ครั้ง
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย
ความรักของแม่ ช่วย"สมอง"ลูกขยาย
เปิดอ่าน 13,563 ครั้ง
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
ปัจจัยฉุดรั้งการศึกษา (1)
เปิดอ่าน 781 ครั้ง
ดวงของคุณจะดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงครึ่งปีหลัง? เจาะลึกครบทุกเรื่องทั้งงาน เงิน และความรัก
ดวงของคุณจะดีขึ้นหรือแย่ลงในช่วงครึ่งปีหลัง? เจาะลึกครบทุกเรื่องทั้งงาน เงิน และความรัก

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ