ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > ความรู้ทั่วไป > ยาสีฟันทำมาจากอะไร?

ยาสีฟันทำมาจากอะไร?

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 27 ม.ค. 2553 เปิดอ่าน : 21,662 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน
ยาสีฟันทำมาจากอะไร?

Advertisement

   แต่เดิม  ก่อนที่จะมีการใช้แปรงสีฟันกันอย่างแพร่หลายเหมือนทุกวันนี้  คนไทยสมัยก่อนใช้กิ่งข่อยทุบพอเป็นฝอยสำหรับถูฟัน  ซึ่งนอกจากจะช่วยขูดสิ่งสะสมตกค้างที่มีมาจากเมื่อวันก่อนแล้ว  กิ่งข่อยยังมีคุณสมบัติช่วยรักษาฟันอีกด้วย

       หากจะสืบสาวประวัติของแปรงสีฟันก็ได้ว่า  จีนเป็นประเทศแรกที่ประดิษฐ์แปรงสีฟันชนิดที่มีขนและด้ามถือเมื่อปี พ.ศ. ๒๐๓๓ หากเทียบกับยุคสมัยของไทยก็อยู่ในสมัยกรุงศรีอยุธยา  หลังรัชกาลสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถไม่นานนัก

       ประมาณปี พ.ศ. ๒๔๖๖  คุณหลวงแจ่มวิชาสอน  อดีตอาจารย์ผู้ปกครองโรงเรียนบ้านสมเด็จเจ้าพระยา (เดี๋ยวนี้เป็นวิทยาลัยครูบ้านสมเด็จเจ้าพระยา) ได้เป็นผู้ผลิตยาสีฟันชนิดผงขึ้นเป็นครั้งแรก ให้ชื่อว่า ยาสีฟันวิเศษนิยม

       กระทรวงอุตสาหกรรมได้ แบ่งยาสีฟันออกเป็นสองชนิดตามลักษณะแนบแน่น (CONSISTENCY) ของยาสีฟัน  คือ

๑.  ยาสีฟันชนิดผง (TOOTH  POWDER) แบ่งออกเป็นอีกสองลักษณะ คือ ใช้สมุนไพรล้วน  และประเภทสมุนไพรผสมสารเคมี  มีส่วนประกอบหลักดังนี้  ข่อย  ลิ้นทะเล  เกลือ  กานพลู  สารส้ม  การบูร  แคลเซียมคาร์บอเนต กรีเซอลีน  หัวน้ำหอม

๒.  ยาสีฟันชนิดเหลวข้น  (TOOTH PASTE) ยาสีฟันชนิดนี้เป็นสูตรที่นำมาจากต่างประเทศ  แต่ผลิตที่ประเทศไทย  ประกอบด้วยสารหลายชนิดเพื่อปรับปรุงแต่งสีและกลิ่น  เช่น  ตัวยาผงขัด  (ABRASIVE) สารกันความชื้น (HUMECTANT) น้ำ สารช่วยยึด (BINDER) สารทำให้เกิดฟอง  (DETERGENT)  ยากันบูด (PRESERVATIVE)  และยาบำบัดรักษา

       สำหรับกระบวนการผลิตยาสีฟันนั้น  เริ่มจากนำวัตถุดิบนานาชนิดมาผสมลงในเครื่องผสมขนาดเล็กเพื่อทำให้เป็นผงและเข้ากันได้สนิท  แล้วจึงนำวัตถุดิบชนิดเหลวมาผสม  จากนั้นจึงกวนให้เข้ากันแล้วผ่านมาสู่เครื่องผสมขนาดใหญ่ซึ่งจะกวนให้สารทั้งหมดรวมตัวแนบแน่นโดยใช้ความร้อนสูง  ๗๐-๘๐  องศาเซลเซียส  จนตัวยามีลักษณะข้นเหนียว  ต่อจากนั้นนำตัวยาไปตรวจคุณภาพมาตรฐานเป็นครั้งแรก

       ต่อมาในบางบริษัทอาจเติมวัตถุดิบบางชนิดก่อนที่จะนำตัวยาไปเข้าเครื่องผสมระบบสุญญากาศ  โดยที่เครื่องจะกวนในอุณหภูมิ  ๓๐-๖๐  องศาเซลเซียสประมาณหนึ่งชั่วโมงถึงหนึ่งชั่วโมงครึ่ง  หลังจากนั้นจะมีการดูดอากาศออกจนเป็นสูญญากาศ แล้วจึงหล่อด้วยน้ำเย็นเพื่อให้คลายความร้อน เมื่อเย็นดีแล้วจะต้องนำตัวยาไปตรวจคุณภาพอีกครั้ง เพื่อให้แน่ใจว่าตัวยาจะผสมเป็นเนื้อเดียวกัน สม่ำเสมอ ไม่บูดแล้วจึงนำไปอบที่อุณหภูมิ ๔๕ องศาเซลเซียสเป็นเวลา  ๗๒  ชั่วโมง  จากนั้นนำตัวยาเข้าสู่ถังเก็บยาสีฟัน  กรอง  แล้วจึงนำสู่เครื่องบรรจุหลอดอัตโนมัติเพื่อนำออกจำหน่ายต่อไป

“ข้อมูลสนับสนุนจากหนังสือ ๑๐๘ ซองคำถาม / สำนักพิมพ์สารคดี” 

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> ยาสีฟันทำมาจากอะไร? , << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ

เคล็ดลับๆก่อนอาบน้ำ
เปิดอ่าน 17,043 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
แก้ปวดหัวด้วยน้ำ☕ คลิกอ่านเลย
แก้ปวดหัวด้วยน้ำ
เปิดอ่าน 8,490 ครั้ง
6 ตำรับธรรมชาติ เพื่อผิวสวยใส ไร้สารเคมี☕ คลิกอ่านเลย
6 ตำรับธรรมชาติ เพื่อผิวสวยใส ไร้สารเคมี
เปิดอ่าน 9,584 ครั้ง
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง☕ คลิกอ่านเลย
คืนผิวหน้าสวยด้วยฟักทอง
เปิดอ่าน 11,208 ครั้ง
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว☕ คลิกอ่านเลย
อุทยานแห่งชาติภูสอยดาว
เปิดอ่าน 7,118 ครั้ง
"อาชีพโดน-ทักษะเยี่ยม" ครึ่งปีหลังรุ่ง☕ คลิกอ่านเลย
"อาชีพโดน-ทักษะเยี่ยม" ครึ่งปีหลังรุ่ง
เปิดอ่าน 10,398 ครั้ง

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม10 บัญญัติขจัดโรคน้ำท่วม
เปิดอ่าน 7,099 ครั้ง
ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้ทางรอดประเทศไทย : เปลี่ยนระบบการเรียนรู้
เปิดอ่าน 8,987 ครั้ง
วันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม วันพ่อวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม วันพ่อ
เปิดอ่าน 15,395 ครั้ง
คณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไรคณิตศาสตร์เกิดขึ้นได้อย่างไร
เปิดอ่าน 19,116 ครั้ง
ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์...ตลอดปี 2556ปรากฏการณ์ดาราศาสตร์...ตลอดปี 2556
เปิดอ่าน 18,565 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ