ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยรูปแบบการจัดการเรียนร

ชื่อผู้วิจัย นางสาวสุภาลักษณ์ อุตตะมะ

ประจำปีการศึกษา 2561 โรงเรียนสารวิทยา

ผู้วิจัยต้องการสร้างกิจกรรมฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ เพื่อส่งเสริมให้นักเรียนได้มีโอกาสฝึกทั้งในเวลาเรียน และนอกเวลาเรียน และวัดผลของการฝึกทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ของนักเรียน

วัตถุประสงค์ของการวิจัย

พัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสารวิทยา

ขอบเขตของการวิจัย

1. ขอบเขตของเนื้อหา

การวิจัยครั้งนี้มุ่งพัฒนาการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์ โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐานของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสารวิทยา

2. ประชากร

นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 – 4/12 โรงเรียนสารวิทยาจำนวน 82 คน

3. ระยะเวลา

ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561

วิธีการดำเนินการ

การดำเนินงาน

1. การวิจัยครั้งนี้มุ่งการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้ และผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนวิชาเคมี ของนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โดยรูปแบบการจัดการเรียนรู้ที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐาน ของนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสารวิทยา ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2561

2. เครื่องมือที่ใช้ในการสำรวจข้อมูล

2.1 แบบฝึกหัด วิชา เคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

2.2 แบบทดสอบทางการเรียน วิชา เคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

3. การสำรวจข้อมูล

2.1 นักเรียนทำแบบฝึกหัด วิชา เคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

2.2 แบบทดสอบทางการเรียน วิชา เคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

หลังสิ้นสุดกระบวนการสอน โดยกระบวนการจัดการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้

4. การวิเคราะห์ข้อมูล

แปลผลข้อมูลโดย ตอบถูกให้ 1 คะแนน ตอบผิดหรือไม่ตอบให้ 0 คะแนน

สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล

การคำนวณร้อยละ

ผลการวิเคราะห์ข้อมูล

ค่าเฉลี่ยของคะแนนก่อนและหลังเรียน เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

ระดับชั้น ผลสัมฤทธิ์

ทางการเรียน จำนวนนักเรียน คะแนนเต็ม คะแนนเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

4/11 ก่อนเรียน 40 20 5.45 2.02

หลังเรียน 40 20 10.25 3.41

4/12 ก่อนเรียน 42 20 6.50 1.83

หลังเรียน 42 20 13.64 2.92

จากตารางที่ 2 พบว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 5.45 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.02 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 10.25 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.41 และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 6.50 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.83 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 13.64 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.92 แสดงว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 4.80 คะแนน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 7.14 คะแนน

สรุปผลการวิจัย

เมื่อใช้จัดการเรียนรู้ที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐาน พบว่า นักเรียนมีความกระตือรือร้น กระฉับกระเฉง สนใจในการเรียนมากขึ้น กล้าแสดงออกและให้ความร่วมมือในการทำกิจกรรมต่าง ๆ นอกจากนั้นยังช่วยให้ผลการเรียนมีการพัฒนาทางด้านทักษะการเรียนรู้เพิ่มขึ้น ในด้านการพัฒนาทักษะกระบวนการเรียนรู้พบว่านักเรียนทั้งหมดผ่านเกณฑ์การประเมิน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนสารวิทยา นักเรียนจำนวน 79 คน มีคะแนนสอบเพิ่มขึ้น คิดเป็นร้อยละ 96.35 ของนักเรียนทั้งหมด มีนักเรียนจำนวน 3 คน มีคะแนนลดลง คิดเป็นร้อยละ 3.65 ของนักเรียนทั้งหมด นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 5.45 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 2.02 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 10.25 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 3.41 และนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 มีคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนเท่ากับ 6.50 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน 1.83 และคะแนนเฉลี่ยผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนเท่ากับ 13.64 คะแนน ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานเท่ากับ 2.92 แสดงว่า นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/11 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 4.80 คะแนน นักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4/12 มีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนเฉลี่ยหลังการเรียนสูงกว่าก่อนเรียนเท่ากับ 7.14 คะแนน ดังนั้นกระบวนการสืบเสาะหาความรู้ เหมาะสมสำหรับกระบวนการจัดการเรียนรู้วิชาเคมี เรื่อง ปริมาณสัมพันธ์

ข้อเสนอแนะ

1. กิจกรรมการเรียนการสอนที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐาน จะประสบผลสำเร็จได้ดีนั้น ขึ้นอยู่กับนักเรียน บรรยากาศในชั้นเรียน และแหล่งเรียนรู้ที่เหมาะสมที่นักเรียนสามารถศึกษาและค้นคว้าเพื่อตอบข้อสงสัยได้อย่างหลากหลาย

2. ในการวิจัยครั้งต่อไป ควรนำกระบวนการเรียนรู้ที่ใช้วิธีสืบสอบเป็นฐาน ไปทำการวิจัยเพื่อการศึกษาผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและทักษะการคิดใน เรื่องอื่นที่เหมาะสมต่อไป เช่น กฎอัตรา ปฏิกิริยาเคมี ไฟฟ้าเคมี เป็นต้น

โพสต์โดย Krupui : [31 ส.ค. 2563 เวลา 16:22 น.]
อ่าน [102960] ไอพี : 223.24.169.235
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 1,235 ครั้ง
รวม 5 หัตถการช่วยชะลอวัย กระตุ้นคอลลาเจน ผิวหน้าอ่อนเยาว์
รวม 5 หัตถการช่วยชะลอวัย กระตุ้นคอลลาเจน ผิวหน้าอ่อนเยาว์

เปิดอ่าน 12,766 ครั้ง
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ
แม่ยุคใหม่ ที่ลูกต้องการ

เปิดอ่าน 11,340 ครั้ง
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท
กระเป๋านักเรียนหนักเสี่ยง! หมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

เปิดอ่าน 16,361 ครั้ง
7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง
7 เคล็ดลับเพิ่มความสูงให้กับตัวเอง

เปิดอ่าน 14,960 ครั้ง
เคล็ดลับน่ารู้วิธีเลิกติดกาแฟ
เคล็ดลับน่ารู้วิธีเลิกติดกาแฟ

เปิดอ่าน 22,597 ครั้ง
มวลอะตอม : เคมี
มวลอะตอม : เคมี

เปิดอ่าน 9,366 ครั้ง
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์
บิดซ้ายยืดขวา หยุดปวดจากคอมพิวเตอร์

เปิดอ่าน 11,617 ครั้ง
"งานขาย-บริการ-อาหาร" อาชีพที่นายจ้างต้องการคนร่วมงาน
"งานขาย-บริการ-อาหาร" อาชีพที่นายจ้างต้องการคนร่วมงาน

เปิดอ่าน 48,821 ครั้ง
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ
โปรแกรม วิเคราะห์ข้อสอบ

เปิดอ่าน 82,895 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561)
ปฏิรูปการศึกษาในทศวรรษที่สอง (พ.ศ.2552-2561)

เปิดอ่าน 25,023 ครั้ง
วิเคราะห์อำนาจจำแนก
วิเคราะห์อำนาจจำแนก

เปิดอ่าน 9,581 ครั้ง
ความในใจครูไร้สัญชาติถึงนายกฯ หวังได้สัญชาติไทยเพื่อรับราชการครู
ความในใจครูไร้สัญชาติถึงนายกฯ หวังได้สัญชาติไทยเพื่อรับราชการครู

เปิดอ่าน 20,296 ครั้ง
โมกบ้าน
โมกบ้าน

เปิดอ่าน 31,517 ครั้ง
การวัดระยะทางบนพื้นราบ
การวัดระยะทางบนพื้นราบ

เปิดอ่าน 15,402 ครั้ง
10 วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง
10 วิธีปลูกผักสวนครัวในกระถาง

เปิดอ่าน 48,911 ครั้ง
ทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไร
ทานโจ๊กตอนเช้ามีประโยชน์อย่างไร
เปิดอ่าน 13,931 ครั้ง
ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์
ประภาวดี เจริญรัตนธารากูล ฮีโร่เหรียญทองปักกิ่งเกมส์
เปิดอ่าน 17,982 ครั้ง
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด
สุดยอด 5 ผลไม้บำรุงเลือด
เปิดอ่าน 10,880 ครั้ง
"อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"
"อยากไปโรงเรียน" โจทย์ใหญ่? พ่อแม่ช่วยลูกได้..ด้วย "สนุก"
เปิดอ่าน 15,016 ครั้ง
ลูกน้อยทานยาลดไข้หลายวัน เป็นอันตรายไหม
ลูกน้อยทานยาลดไข้หลายวัน เป็นอันตรายไหม

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ