ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิ

ผู้วิจัย นายสุรพงศ์ วาลมูลตรี รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการพิเศษ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม

อำเภอวาปีทุม จังหวัดมหาสารคาม

ปีวิจัย ปีการศึกษา 2561

บทคัดย่อ

การวิจัยเรื่อง การพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม ซึ่งเป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์การวิจัย เพื่อศึกษาวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมของโรงเรียน เพื่อสร้างรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม เพื่อศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม องค์การบริหารส่วนจังหวัดมหาสารคาม การวิจัยครั้งนี้แบ่งออกเป็น 4 ขั้นตอน ประกอบด้วย ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมของโรงเรียน ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้บริหาร และครูโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม จำนวน 18 คน ด้วยการจัดประชุมเชิงปฏิบัติการ (Work Shop) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการสังเคราะห์ผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ ด้วยสถิติการบรรยาย ขั้นตอนที่ 2 การสร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ประชากรที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ บุคลากรในโรงเรียนและผู้บริหารสถานศึกษาอื่น จำนวน 5 คน ในการจัดสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussion : FGD.) และผู้บริหารสถานศึกษาที่ทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ จำนวน 5 คนในการตรวจสอบรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยคือ รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และแบบตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม วิเคราะห์ข้อมูลด้วย การหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) และสถิติการบรรยาย ขั้นตอน ที่ 3 การศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม กลุ่มตัวอย่างในการวิจัยได้แก่ ผู้ปกครองนักเรียนของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 120 คน นักเรียนของโรงเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 6 จำนวน 120 คน โดยใช้วิธีการสุ่มตัวอย่างแบบสองขั้นตอน (Two – Stage Random Sampling) และครูผู้สอนในโรงเรียน จำนวน 18 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม แบบประเมินคุณลักษณะคนดีสู่วิถีพอเพียง แบบประเมินความสามารถในการจัดการเรียนรู้และแบบสอบถามความพึงพอใจ วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) ค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ขั้นตอนที่ 4 การประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม ประชากรที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ ผู้เชี่ยวชาญด้านการศึกษาและด้านการบริหารสถานศึกษา จำนวน 5 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และแบบสอบถามเพื่อการประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม วิเคราะห์ข้อมูลด้วยการหาค่าเฉลี่ย (Mean) และค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) วิเคราะห์ข้อมูลด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป

สรุปผลการวิจัย

จากการวิเคราะห์และสังเคราะห์ข้อมูล สรุปผลการวิจัยได้ดังนี้

1. การศึกษาวิเคราะห์บริบทและสภาพแวดล้อมของโรงเรียนจากการประชุมเชิงปฏิบัติการร่วมกันระหว่างผู้บริหาร ครูผู้สอนและบุคลากรในโรงเรียน สรุปได้เป็น วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าหมายและยุทธศาสตร์การพัฒนาของโรงเรียน

2. รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ ของโรงเรียนโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม อำเภอวาปีปทุม จังหวัดมหาสารคาม (3SPC-PLC Model) ประกอบด้วย ตัวรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และหลักการ จำนวน 5 หลักการ ประกอบด้วย หลักการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม หลักการกำหนดกลยุทธ์ หลักการปฏิบัติตามกลยุทธ์ หลักการควบคุมและประเมินกลยุทธ์และหลักการความพอใจ และผลการตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม พบว่า โดยรวมรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.78 และเมื่อพิจารณาทั้งรูปแบบการบริหารและหลักการ พบว่า ทั้งรูปแบบการบริหารและทุกหลักการ มีความเหมาะสม อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และหลักการที่มีความเหมาะสมสูงสุด คือ หลักการกำหนดกลยุทธ์ กับหลักการปฏิบัติตามกลยุทธ์ รองลงมาคือ หลักการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม และหลักการควบคุมและประเมินกลยุทธ์กับหลักการความพอใจ ตามลำดับ

3. การศึกษาผลการทดลองใช้รูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม มีดังนี้

3.1 การพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง โดยใช้กระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โดยผู้บริหารมีการสนับสนุนปัจจัยเกื้อหนุนในการพัฒนา มีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ได้แก่ (1) การสร้างค่านิยมและวิสัยทัศน์ร่วมกัน (2) โครงสร้างและสิ่งสนับสนุน (3) การทำงานอย่างประสานความร่วมมือ (4) ชุมชนกัลป์ยาณมิตร (5) ร่วมกันสะท้อนคิด (6) การเรียนรู้และการพัฒนาวิชาชีพ

3.2 คุณลักษณะคนดีสู่วิถีพอเพียงตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียน พบว่า โดยรวมผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นต่อคุณลักษณะคนดีสู่วิถีพอเพียงของนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.74 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านและรายข้อ พบว่า ทุกด้านและทุกข้อผู้ปกครองนักเรียนมีความคิดเห็นต่อคุณลักษณะคนดีสู่วิถีพอเพียงของนักเรียน อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านความพอประมาณ รองลงมาคือ ด้านเงื่อนไขความรู้ ลำดับต่อมาคือ ด้านความมีเหตุผลกับด้านเงื่อนไขคุณธรรม และด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ตามลำดับ

3.3 ความสามารถในการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของครูในโรงเรียนขามป้อมพิทยาคม พบว่า โดยรวม ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.74 และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ ด้านความพอประมาณ รองลงมาคือ ด้านเงื่อนไขความรู้ ลำดับต่อมาคือ ด้านเงื่อนไขคุณธรรม และด้านความมีเหตุผลกับด้านการมีภูมิคุ้มกันที่ดี ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายด้านและรายข้อ พบว่า ทุกด้านและทุกข้อ ครูมีความสามารถในการจัดการเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง อยู่ในระดับมากที่สุด

3.4 ความพึงพอใจของครูที่มีต่อรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม พบว่า โดยรวมครูมีความพึงพอใจต่อหลักการตามรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.75 และเมื่อพิจารณาเป็นรายหลักการ พบว่า ทุกหลักการครูมีความพึงพอใจ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยสูงสุดคือ หลักการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม รองลงมาคือ หลักการปฏิบัติตามกลยุทธ์ ลำดับต่อมาคือ หลักการความพอใจ และหลักการกำหนดกลยุทธ์กับหลักการควบคุมและประเมินกลยุทธ์ ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อของแต่ละหลักการ พบว่า ทุกข้อของแต่ละหลักการครูมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

4. การประเมินรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม พบว่า โดยรวมรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม มีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย 4.64 และเมื่อพิจารณาทั้งตัวรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และหลักการ พบว่า ทั้งตัวรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้

เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม และทุกหลักการ มีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้ อยู่ในระดับมากที่สุด โดยมีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้สูงสุดคือ ตัวรูปแบบการบริหารโรงเรียนในการพัฒนาครูด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกแบบรวมพลัง สู่วิถีพอเพียง ผ่านชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ โรงเรียนขามป้อมพิทยาคม ส่วนหลักการที่มีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้สูงสุดคือ หลักการปฏิบัติตามกลยุทธ์ รองลงมาคือ หลักการวิเคราะห์สภาพแวดล้อมกับหลักการวิเคราะห์สภาพแวดล้อม รองลงมาคือ หลักการปฏิบัติตามกลยุทธ์ ลำดับต่อมาคือ หลักการกำหนดกลยุทธ์กับหลักการควบคุมและประเมินกลยุทธ์ และหลักการความพอใจ ตามลำดับ และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อของแต่ละหลักการ พบว่า ทุกข้อของแต่ละหลักการมีความเหมาะสมสามารถปฏิบัติได้อยู่ในระดับมากที่สุด

โพสต์โดย นายสุรพงศ์ วาลมูลตรี : [12 ม.ค. 2564 เวลา 18:44 น.]
อ่าน [1153] ไอพี : 223.206.247.254
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ