ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
• การพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ตามแนวทาง Thinking School ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเช

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์ 1) เพื่อศึกษาและสังเคราะห์เชิงเนื้อหาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีชื่อเสียงและยอดนิยมของประเทศไทย 2) เพื่อพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร 3) เพื่อวิเคราะห์ เชิงยืนยันหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร และ 4) เพื่อตรวจสอบความเหมาะสมหลักสูตรสถานศึกษาและจัดทำคู่มือการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ตามแนวทาง Thinking School ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย ประชากรที่ใช้ในการวิจัยในการยืนยันความเหมาะสมหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษาหรือหัวหน้าฝ่ายวิชาการ และหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จำนวน 60 โรงเรียน จากสถานศึกษาที่มีการจัดอันดับโรงเรียน ดี เด่น ดัง 100 อันดับ จำนวนทั้งสิ้น 600 คน และประชากรที่ใช้ในการตรวจสอบความเหมาะสมหลักสูตรสถานศึกษา ได้แก่ ผู้อำนวยการสถานศึกษา รองผู้อำนวยการสถานศึกษา หรือหัวหน้าฝ่ายวิชาการและหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้ จากสถานศึกษาเครือข่ายโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย ที่นำหลักสูตร ที่พัฒนาขึ้นไปทดลองใช้ในสถานศึกษา จำนวน 10 โรงเรียน จำนวนทั้งสิ้น 100 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยได้แก่ แบบสอบถาม แบบบันทึกการสัมภาษณ์อิงผู้เชี่ยวชาญ สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการนำหลักสูตรที่พัฒนาขึ้นไปใช้ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ตามแนวทาง Thinking School ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย กรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น กระทรวงมหาดไทย พบว่า

1. ผลการศึกษาและสังเคราะห์เชิงเนื้อหาหลักสูตรสถานศึกษาของโรงเรียนที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานที่มีชื่อเสียงและยอมรับของประเทศไทย พบว่า โปรแกรมหลักสูตรที่มีการเปิดการเรียน การสอนในโรงเรียน จำนวน 20 โรงเรียน โปรแกรมหลักสูตรที่มีการเปิดการเรียนการสอนมากที่สุด ได้แก่ หลักสูตรเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และคณิตศาสตร์ รองลงมา ได้แก่ หลักสูตรเกี่ยวกับ English Program สำหรับโปรแกรมหลักสูตรที่มีการเปิดการเรียนการสอนน้อยที่สุดในสถานศึกษา ได้แก่ หลักสูตรที่เกี่ยวกับ ศิลปะ ดนตรี และการแสดง

2. ผลการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ตามแนวทาง Thinking School ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พบว่า แต่ละหลักสูตร ประกอบด้วย สภาพปัจจุบันและบริบทของสถานศึกษา ส่วนการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประกอบด้วย 5 ด้าน ได้แก่ ด้านเอกสารหลักสูตร ด้านกระบวนการเรียนรู้ ด้านการวัดและประเมินผล ด้านผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน และด้านการบริหารหลักสูตร ตามลำดับ

3. ผลการวิเคราะห์เชิงยืนยันหลักสูตรสถานศึกษาเพื่อส่งเสริมศักยภาพผู้เรียนรายบุคคล จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ตามแนวทาง Thinking School ของโรงเรียนองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงราย พบว่าทุกโปรแกรมหลักสูตรมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมอยู่ในระดับมาก มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมสูงสุดเท่ากัน คือ หลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา (English Program : EP) และหลักสูตรพาณิชย์นาวี (Merchant Marine Program : MMP) ระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 4) และมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมต่ำสุด คือ หลักสูตรทั่วไป (Talented General Program : TGP) ระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 3 - 4) ส่วนความพึงพอใจต่อการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษาโดยภาพรวม มีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด

4. ผลการตรวจสอบความเหมาะสมหลักสูตรสถานศึกษาและจัดทำคู่มือการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา พบว่าทุกโปรแกรมหลักสูตรมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมสูงสุดเท่ากัน คือ หลักสูตรภาษาอังกฤษระดับประถมศึกษา (English Program : EP) และหลักสูตรอัจฉริยภาพ ด้านกีฬา (Excellent Sport : E - Sport) ระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 3 - 4) และมีค่าเฉลี่ยระดับความเหมาะสมต่ำสุดเท่ากัน คือหลักสูตรความเป็นเลิศทางด้านภาษาอังกฤษ (Talented English Program : TEP) ระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 3 - 4) และหลักสูตรทั่วไป (Talented General Program : TGP) ระดับมัธยมศึกษา (ช่วงชั้นที่ 3 - 4) ในส่วนความพึงพอใจต่อการพัฒนาหลักสูตรของสถานศึกษา ภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ยระดับความพึงพอใจสูงสุด ได้แก่ การนำของผู้บริหารสถานศึกษาด้วยวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล ความเหมาะสมมากที่สุด สำหรับการจัดทำคู่มือการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา ประกอบด้วย ส่วนนำ โครงสร้างหลักสูตร คำอธิบายรายวิชา กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เกณฑ์การจบหลักสูตร และแผนการจัดการเรียนรู้ตามกลุ่มสาระวิชา และกระบวนการเรียนรู้ 4 Steps ตามแนวทาง Thinking School ของสถานศึกษากำหนด คือ Do Now/ Purpose/ Work Mode/ Reflective ในส่วนของภาพความสำเร็จที่เกิดขึ้นจากการนำหลักสูตรสถานศึกษาแล้ว จำนวน 14 โปรแกรมหลักสูตร ไปใช้จริงในสถานศึกษา ซึ่งเป็นจุดแข็งของการบริหารงานวิชาการของโรงเรียน เป็นการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาทั้งระบบ มีหลักสูตรการเรียนตรงกับความต้องการของผู้เรียน เป็นความสนใจของนักเรียนและผู้ปกครองนักเรียนทุกคนมีเป้าหมายในการเรียนและการทำงาน ด้านผู้บริหารสถานศึกษา พบว่า ได้รับการยอมรับและเชื่อมั่นในการบริหารจัดการศึกษาของโรงเรียนเป็นต้นแบบด้านการจัดการศึกษาของประเทศ ได้รับเชิญให้เป็นวิทยากรและนำเสนอแลกเปลี่ยนทางวิชาการและการพัฒนาหลักสูตรทั้งในและต่างประเทศ ได้รับแต่งตั้งให้เป็นคณะทำงาน คณะกรรมการ อนุกรรมการ ตลอดถึงที่ปรึกษาคณะกรรมาธิการการปฏิรูปประเทศด้านการศึกษา ด้านครูและบุคลากร พบว่า ครูได้รับการพัฒนาทุกคน โดยมีระบบเทรนครู (Train kru) เพื่อง่ายต่อการบริหารจัดการชั้นเรียนแต่ละโปรแกรม หลักสูตร ครูมีความมั่นใจ และมีความสุขในการจัดการเรียนการสอน เพราะเป้าหมายในการพัฒนานักเรียนแต่ละกลุ่มชัดเจน ครูทั้งโรงเรียนได้รับการชื่นชม จากผู้ปกครองและครูด้วยกัน ได้รับโล่รางวัล เกียรติบัตร เกี่ยวกับการปฏิรูปการเรียนรู้ โดยใช้โรงเรียนเป็นฐาน ด้านผู้เรียน พบว่า ง่ายต่อการนิเทศ กำกับ ติดตามผลงานของครู ซึ่งเป็นสถานศึกษาขนาดใหญ่ มีจำนวนครูและบุคลากรทางการศึกษาจำนวนมาก มีเกณฑ์หรือตัวชี้วัดคุณภาพ ในการพัฒนาและส่งเสริมครูและบุคลากรที่ชัดเจน ผู้เรียนได้รับการพัฒนาตามความถนัดและความสนใจของตนเอง จึงง่ายต่อการพัฒนาผู้เรียน การอบรมสั่งสอนและปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรมและทำให้ผู้เรียนทุกคน ที่จบไปเป็นทรัพยากรบุคคลที่มีคุณภาพของสังคมและประเทศชาติ ด้านการนิเทศ กำกับ ติดตาม พบว่า ซึ่งนักเรียนได้เรียนอย่างมีความสุข มีเป้าหมายชีวิต เรียนเพื่ออาชีพและการมีงานทำ นักเรียนที่จบไปรุ่นสู่รุ่นเป็นต้นแบบความสำเร็จให้รุ่นน้อง ๆ อาทิ นักกีฬาทีมชาติ นักฟุตบอลอาชีพ ดารา ศิลปิน กุ๊กหรือเชฟ ซึ่งง่ายต่อการแนะแนวเข้าเรียน นักเรียนเกเร ดื้อด้าน ไม่ตั้งใจเรียน มีจำนวนลดน้อยลง เพราะหลักสูตรที่ออกแบบมาเหมาะกับนักเรียนในแต่ละกลุ่มตามความถนัดและความชอบของผู้เรียน ไม่มีการวัดผลและประเมินผลโดยรูปแบบเดียวกัน จึงทำให้การเรียนรู้แต่ละโปรแกรมหลักสูตรไม่เป็นภาระของผู้เรียน อยากเรียนสาระเพิ่มเติมตามความถนัดของตนเองได้ ด้านสถานศึกษา พบว่า เป็นโรงเรียน ชั้นนำระดับจังหวัดและประเทศ มีคณะมาศึกษาดูงาน ปีละ 300 - 500 คณะ มีนักเรียนแลกเปลี่ยนทั้งในและต่างประเทศ อาทิ มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ อังกฤษ ญี่ปุ่น และจีน เป็นต้นมีสถานศึกษาทั้งในและต่างประเทศขอร่วม MOU ประมาณ 500 - 700 โรงเรียน ได้รับการคัดเลือกให้นำเสนอผลงานของสถานศึกษาให้เป็น Best Practice อาทิ เวที Educa 2018 - 2019 เวที World class Education Technology หรือ Bett Show 2019 ณ ประเทศอังกฤษ งาน Asia Education ณ มหาวิทยาลัย ฮาร์วาร์ด (Harvard University) ประเทศสหรัฐอเมริกา เป็นต้น ตลอดทั้ง ได้รับการยกย่องจากสถาบันวิจัยและการพัฒนาประเทศไทย (TDRI) ให้เป็น 1 ใน 20 สถานศึกษาทางรอดของการศึกษาไทย เป็นต้น

โพสต์โดย sarawut : [22 ก.พ. 2564 เวลา 18:18 น.]
อ่าน [223] ไอพี : 171.4.237.233
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Antivirus
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ