ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 8,033 ครั้ง

ลิงก์ผู้สนับสนุน

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

Advertisement

โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร

เรื่องวันหยุดในเดือนเมษายนนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่ามีจำนวนวันหยุดมากที่สุดในรอบปี ซึ่งเหล่าข้าราชการจะใช้ช่วงเวลาช่วงนี้ในการลาพักผ่อนประจำปี หรือที่เรียกกันติดปากว่าลาพักร้อน เพราะปกติเดือนนี้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี อีกทั้งการลาเพียงไม่กี่วันแต่จะได้หยุดจริงติดต่อกันหลายวัน นับว่าคุ้มค่าต่อการลาเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเดือนเมษายนปีนี้ จำนวนวันหยุดยังคงมีมากที่สุดในรอบปีเหมือนเช่นทุกปี ทั้งวันหยุดที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (หาเรื่องลาหยุดเอง) หากนับเฉพาะวันหยุดอย่างเป็นทางการจะมีวันหยุดทั้งหมดถึง 13 วัน เพราะนอกจากวันหยุดเสาร์และอาทิตย์แล้ว ยังมีวันจักรี (วันพุธที่ 6 เมษายน) และเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งให้หยุดยาวติดต่อกันถึง 3 วัน (วันพุธที่ 13 ถึงวันศุกร์ที่ 15 เมษายน) ดังนั้น หากท่านใดลางานวันที่ 4-5 เมษายน (ลาแค่ 2 วัน) ก็จะได้หยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน (วันที่ 2-6 เมษายน) เช่นเดียวกับท่านที่ลางานวันที่ 7-8 เมษายน (ลาแค่ 2 วัน) ก็จะได้หยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน (วันที่ 6-10 เมษายน) เช่นกัน และโดยไม่ต้องลาก็ได้หยุดยาวถึง 5 วันเช่นกันในช่วงสงกรานต์ (13-17 เมษายน) แต่ถ้าอยากหยุดงานยาวกว่านั้น ต้องลาหยุดวันที่ 11-12 เพราะลาแค่ 2 วัน แต่จะได้หยุดติดต่อกันถึง 9 วันเต็มๆ (วันที่ 9-17 เมษายน) หรือถ้ามาลาวันที่ 18-19 เมษายน ก็ยังได้หยุดติดต่อกันยาวถึง 7 วัน (13-19 เมษายน) ทีเดียว

นอกจากวันหยุดอย่างเป็นทางการดังกล่าวแล้ว คนทำงานที่มีเชื้อสายจีนยังมักจะต้องลาหยุดแน่ๆ ในช่วงต้นเดือนเมษายนอีกเนื่องในวันเช็งเม้ง (ปีนี้คงจะลากันวันที่ 4-5 เมษายน) เพื่อไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามประเพณีจีน ซึ่งดูเหมือนจะเคร่งครัดกว่าวันครอบครัวของไทยด้วยซ้ำ ส่วนคนวัยหนุ่มที่ยังศึกษาอยู่ก็มักจะต้องไปฝึกงานหรือทำสหกิจศึกษา หรือลาไปฝึกทบทวนวิชารักษาดินแดน (รด.) หรือไปเข้ารับการเกณฑ์ทหารอีกด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าเดือนเมษายนเป็นเดือนที่เหมาะต่อการลางานเป็นอย่างยิ่ง และเรื่องทำนองนี้ไม่ต้องชี้ไม่ต้องแนะ เพราะคนทำงานเขาทราบดีกันอยู่แล้ว และเตรียมการ (ลางาน) กันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ดังนั้น ผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน หรือเจ้าของกิจการจึงต้องทำใจต่อผลผลิตหรือผลงานในรอบเดือนเมษายน เพราะจะคาดหวังอะไรมากนักไม่ได้ เว้นแต่กิจการที่สามารถดำเนินการได้เองตามระบบที่วางไว้เป็นอย่างดี ส่วนกิจการที่ต้องใช้กำลังคนนั้นลืมไปได้เลย เพราะเวลาทำงานจริงในเดือนนี้ของแทบทุกคน (โดยเฉพาะข้าราชการ) มีไม่ถึงครึ่งเดือน (15 วัน) อย่างที่เห็นๆ กันอยู่

โดยปกติ มหาวิทยาลัยจะไม่มีการเรียนการสอนในเดือนเมษายน แต่จะเปิดสอนภาคพิเศษที่เรียกกันว่า "ภาคฤดูร้อน" ให้กับนักศึกษาที่มีปัญหาเรื่องผลการเรียน (ติด F) หรือเรียนไม่ทันตามโปรแกรมปกติ ซึ่งนักศึกษาปกติจะไม่ค่อยมาลงทะเบียนเรียนด้วย เพราะบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยมากทั้งอาจารย์และนักศึกษาจะไปพักผ่อนเป็นหมู่คณะกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง (เพราะต่างมีวันหยุดยาวตรงกัน) หรือทำกิจกรรมอื่นๆเช่น การออกค่ายอาสา การฝึกงาน การฝึกซ้อมทักษะต่างๆ ที่ได้เรียนมา หรือเตรียมงานรับน้องใหม่ เป็นต้น

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เดือนเมษายนของปีที่ผ่านมาและเดือนเมษายนของปีนี้ บรรดานักศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่อาจกระทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามเคย โดยเฉพาะกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณีของไทย (ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย) เพราะถูกบังคับอย่างไม่มีทางเลี่ยงให้ต้องมานั่งเรียนเทอมที่สองในช่วงเดือนเมษายน เดือนเมษายนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทอม (ภาคการศึกษา) ที่สองเพราะการเปิดปิดเทอมตามอาเซียน (ดังที่กล่าวอ้างกันในตอนแรก) นั่นเอง

เรื่องปัญหาการมีวันหยุดมากและหยุดยาวติดต่อกันในเดือนเมษายนนี้ แม้ไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่สุดของการเปิดปิดเทอมของมหาวิทยาลัยไทยในปัจจุบัน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องนี้สร้างความเสียหายต่อคุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยอย่างมาก ซึ่งทั้งอาจารย์และนักศึกษาทราบดี ดังผลการสำรวจความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัยที่ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ กรณีของนักศึกษาไม่เห็นด้วยถึงร้อยละ 60.9 ขณะที่อาจารย์ไม่เห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 73.2 โดยไม่มีผู้เกี่ยวข้องกลุ่มไหนเห็นด้วยมากถึงร้อยละ 40 เลย และส่วนใหญ่ยังต้องการให้มหาวิทยาลัยไทยกลับมาเปิดปิดเทอมอย่างเดิมโดยเร็ว (นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2559)

ขณะนี้หลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ต่างพร้อมจะเปลี่ยนกลับไปเปิดปิดเทอมตามแบบเดิมอยู่แล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องผลการคัดเลือกนักศึกษาในระบบแอดมิสชั่น (Admission) เพียงเรื่องเดียว ที่ช่วงเวลาที่กำหนดใหม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนกลับไปเปิดปิดเทอมตามแบบเดิมของมหาวิทยาลัย หากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ไม่เข้ามาดูแลแก้ไขให้กลับไปสู่ช่วงเวลาเดิมหรือจัดช่วงเวลาใหม่ที่เหมาะสม กกอ.นี่แหละที่จะเป็นอุปสรรคสำคัญในการปรับเปลี่ยนการเปิดปิดเทอมของมหาวิทยาลัย ดังนั้น กกอ.ต้องเร่งปรับแก้เรื่องนี้ให้เหมาะสม ต้องไม่ให้ใครพูดได้ว่า กกอ.เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยไทย เลขาธิการ กกอ.จะอยู่เฉยอีกต่อไปไม่ได้แล้ว

สำหรับมหาวิทยาลัยที่ยังไม่อยากปรับเปลี่ยนกลับไปแบบเดิมเพราะได้รับผลกระทบในเรื่องนี้น้อย หรือจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม แต่ถึงกระนั้น อธิการบดีก็ควรลดอัตตาลง และควรต้องหันไปพิจารณาผลเสียต่อสังคมและประเทศชาติในด้านอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะผลเสียที่มีต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว เช่น เรื่องการใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน (ขณะที่นโยบายภาครัฐต้องการให้ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงในช่วงเวลานี้) และการใช้น้ำในปริมาณที่มากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง (ขณะที่ทุกภาคส่วนต้องการความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดน้ำในช่วงนี้) เป็นต้น หากมหาวิทยาลัยใดละเลยไม่สนใจให้ความร่วมมือ ก็เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆ กำลังสร้างปัญหาสร้างภาระให้แก่สังคมและประเทศชาติในเรื่องเหล่านี้ มหาวิทยาลัยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งภูมิปัญญาของชาติ จึงต้องร่วมแก้ไขปัญหาของชาติ และต้องช่วยชี้นำสังคมให้เดินหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร ไม่ใช่มาเป็นภาระ มาเป็นปัญหาของสังคมและประเทศชาติเสียเอง

ถึงตรงนี้ ชาวอุดมศึกษาส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังว่า ปีนี้ (2559) จะเป็นปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยจัดให้มีการเรียนการสอนในเดือนเมษายน (และพฤษภาคม) ทั้งนี้ จะได้ไม่ต้องมาเสียสุขภาพจิตคร่ำเคร่งทำงาน (การเรียนการสอนที่ไร้คุณภาพ) ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป และเมษายนปีหน้า (2560) จะได้ลาพักผ่อนประจำปีโดยไม่ต้องกังวลถึงภาระหน้าที่โดยไม่จำเป็นอีก เพราะจะได้ไปพักผ่อนหรือพักร้อนกันจริงๆ เสียที  

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 29 มีนาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย , , เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน , กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
คุณครูหายไปไหนครับ?

คุณครูหายไปไหนครับ?
เปิดอ่าน 13,447 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
ความคิดสร้างสรรค์ (จบ)

ความคิดสร้างสรรค์ (จบ)
เปิดอ่าน 3,790 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!

≡ เรื่องล่าสุดในหมวดหมู่นี้ ≡
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาไทย…ไปถึงไหนแล้ว?? ผู้เขียน สหัส แก้วยัง
เปิดอ่าน 7,546 ครั้ง
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร☕ คลิกอ่านเลย
การจัดการศึกษาที่หลากหลาย เพื่อแสวงหาแนวทาง ‘ปฏิรูป’ ผู้เขียน ดร.พีระพงษ์ สิทธิอมร
เปิดอ่าน 5,652 ครั้ง
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ☕ คลิกอ่านเลย
ศึกสายเลือด ศธ. : เกมชิงอำนาจที่มีแต่ “ผู้แพ้”?? ผู้เขียน จุไรรัตน์ พงศาภิชาติ
เปิดอ่าน 11,305 ครั้ง
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา☕ คลิกอ่านเลย
ข้อคิดและข้อควรระวังในการบริหารสถานศึกษา
เปิดอ่าน 14,542 ครั้ง
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง☕ คลิกอ่านเลย
ถอดบทเรียน ครอบครัว-การศึกษา สร้าง “เด็ก” เเตกต่าง “เก่ง” ในทางของตัวเอง
เปิดอ่าน 16,120 ครั้ง

Advertisement
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)เกณฑ์สอบผู้บริหารสถานศึกษา ปี 2555 (ว22-ว23)
เปิดอ่าน 16,111 ครั้ง
ระบบการสอนของดิคและคาเรย์ (Dick and Carey) ระบบการสอนของดิคและคาเรย์ (Dick and Carey)
เปิดอ่าน 36,925 ครั้ง
จดหมายฉบับที่ 54 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการจดหมายฉบับที่ 54 ถึงนายกรัฐมนตรี+รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 13,704 ครั้ง
ฤดูฝน กับยางของท่านฤดูฝน กับยางของท่าน
เปิดอ่าน 4,946 ครั้ง
โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553โลโก้กูเกิล "สุพรรณหงส์" แสดงในเว็บไซต์กูเกิล "วันแม่" 12 สิงหา 2553
เปิดอ่าน 8,773 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย


เว็บไซต์พันธมิตร

  • IELTS
  • TOEIC Online
  • chulatutor
  •  
     
    สนามเด็กเล่น
    เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
    หมวดหมู่เนื้อหา
    [ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]
    ข่าวล่าสุด

    ครูบ้านนอกดอทคอม

    เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

          kroobannok.com

    © 2000-2020 Kroobannok.com  
    All rights reserved.


    Design by : kroobannok.com


    ครูบ้านนอกดอทคอม
    เป็นเว็บไซต์อันดับที่เท่าไหร่?
    ของเว็บการศึกษาในประเทศไทย

    การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

    วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
     

    ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

    ครูอดิศร ก้อนคำ
    ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอกดอทคอม

    Tel : 081-3431047

    เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

    Email1 : kornkham@hotmail.com

    สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
    คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ

    Google+
    ศิษย์เก่าโรงเรียนบ้านน้ำเที่ยง"วันครู2501"
    ศิษย์เก่าโรงเรียนคำชะอีวิทยาคาร
    ศิษย์เก่าสถาบันราชภัฏสกลนคร
    ศิษย์เก่ามหาวิทยาลัยมหาสารคาม