ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


หน้าแรกครูบ้านนอก > ข่าว/บทความ > บทความการศึกษา > เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

🗓 โพสต์เมื่อวันที่ : 30 มี.ค. 2559 เปิดอ่าน : 9,461 ครั้ง

Advertisement

☰แชร์ >  
Share on Google+ LINE it!
เพิ่มเพื่อน

เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย

Advertisement

โดย สุพจน์ เอี้ยงกุญชร

เรื่องวันหยุดในเดือนเมษายนนี้ เป็นที่ทราบกันดีว่ามีจำนวนวันหยุดมากที่สุดในรอบปี ซึ่งเหล่าข้าราชการจะใช้ช่วงเวลาช่วงนี้ในการลาพักผ่อนประจำปี หรือที่เรียกกันติดปากว่าลาพักร้อน เพราะปกติเดือนนี้จะเป็นช่วงที่อากาศร้อนที่สุดในรอบปี อีกทั้งการลาเพียงไม่กี่วันแต่จะได้หยุดจริงติดต่อกันหลายวัน นับว่าคุ้มค่าต่อการลาเป็นอย่างยิ่ง

สำหรับเดือนเมษายนปีนี้ จำนวนวันหยุดยังคงมีมากที่สุดในรอบปีเหมือนเช่นทุกปี ทั้งวันหยุดที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ (หาเรื่องลาหยุดเอง) หากนับเฉพาะวันหยุดอย่างเป็นทางการจะมีวันหยุดทั้งหมดถึง 13 วัน เพราะนอกจากวันหยุดเสาร์และอาทิตย์แล้ว ยังมีวันจักรี (วันพุธที่ 6 เมษายน) และเทศกาลสงกรานต์ ซึ่งให้หยุดยาวติดต่อกันถึง 3 วัน (วันพุธที่ 13 ถึงวันศุกร์ที่ 15 เมษายน) ดังนั้น หากท่านใดลางานวันที่ 4-5 เมษายน (ลาแค่ 2 วัน) ก็จะได้หยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน (วันที่ 2-6 เมษายน) เช่นเดียวกับท่านที่ลางานวันที่ 7-8 เมษายน (ลาแค่ 2 วัน) ก็จะได้หยุดยาวติดต่อกันถึง 5 วัน (วันที่ 6-10 เมษายน) เช่นกัน และโดยไม่ต้องลาก็ได้หยุดยาวถึง 5 วันเช่นกันในช่วงสงกรานต์ (13-17 เมษายน) แต่ถ้าอยากหยุดงานยาวกว่านั้น ต้องลาหยุดวันที่ 11-12 เพราะลาแค่ 2 วัน แต่จะได้หยุดติดต่อกันถึง 9 วันเต็มๆ (วันที่ 9-17 เมษายน) หรือถ้ามาลาวันที่ 18-19 เมษายน ก็ยังได้หยุดติดต่อกันยาวถึง 7 วัน (13-19 เมษายน) ทีเดียว

นอกจากวันหยุดอย่างเป็นทางการดังกล่าวแล้ว คนทำงานที่มีเชื้อสายจีนยังมักจะต้องลาหยุดแน่ๆ ในช่วงต้นเดือนเมษายนอีกเนื่องในวันเช็งเม้ง (ปีนี้คงจะลากันวันที่ 4-5 เมษายน) เพื่อไปกราบไหว้บรรพบุรุษที่ล่วงลับไปแล้วตามประเพณีจีน ซึ่งดูเหมือนจะเคร่งครัดกว่าวันครอบครัวของไทยด้วยซ้ำ ส่วนคนวัยหนุ่มที่ยังศึกษาอยู่ก็มักจะต้องไปฝึกงานหรือทำสหกิจศึกษา หรือลาไปฝึกทบทวนวิชารักษาดินแดน (รด.) หรือไปเข้ารับการเกณฑ์ทหารอีกด้วย

จากสถานการณ์ดังกล่าวจึงเห็นได้ว่าเดือนเมษายนเป็นเดือนที่เหมาะต่อการลางานเป็นอย่างยิ่ง และเรื่องทำนองนี้ไม่ต้องชี้ไม่ต้องแนะ เพราะคนทำงานเขาทราบดีกันอยู่แล้ว และเตรียมการ (ลางาน) กันมาตั้งแต่ต้นปีแล้ว ดังนั้น ผู้บังคับบัญชา หัวหน้างาน หรือเจ้าของกิจการจึงต้องทำใจต่อผลผลิตหรือผลงานในรอบเดือนเมษายน เพราะจะคาดหวังอะไรมากนักไม่ได้ เว้นแต่กิจการที่สามารถดำเนินการได้เองตามระบบที่วางไว้เป็นอย่างดี ส่วนกิจการที่ต้องใช้กำลังคนนั้นลืมไปได้เลย เพราะเวลาทำงานจริงในเดือนนี้ของแทบทุกคน (โดยเฉพาะข้าราชการ) มีไม่ถึงครึ่งเดือน (15 วัน) อย่างที่เห็นๆ กันอยู่

โดยปกติ มหาวิทยาลัยจะไม่มีการเรียนการสอนในเดือนเมษายน แต่จะเปิดสอนภาคพิเศษที่เรียกกันว่า "ภาคฤดูร้อน" ให้กับนักศึกษาที่มีปัญหาเรื่องผลการเรียน (ติด F) หรือเรียนไม่ทันตามโปรแกรมปกติ ซึ่งนักศึกษาปกติจะไม่ค่อยมาลงทะเบียนเรียนด้วย เพราะบรรยากาศไม่เอื้ออำนวยต่อการเรียนการสอนที่มีประสิทธิภาพ โดยมากทั้งอาจารย์และนักศึกษาจะไปพักผ่อนเป็นหมู่คณะกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง (เพราะต่างมีวันหยุดยาวตรงกัน) หรือทำกิจกรรมอื่นๆเช่น การออกค่ายอาสา การฝึกงาน การฝึกซ้อมทักษะต่างๆ ที่ได้เรียนมา หรือเตรียมงานรับน้องใหม่ เป็นต้น

นับว่าเป็นเรื่องน่าเสียดายที่เดือนเมษายนของปีที่ผ่านมาและเดือนเมษายนของปีนี้ บรรดานักศึกษาในมหาวิทยาลัยไม่อาจกระทำกิจกรรมต่างๆ ได้ตามเคย โดยเฉพาะกิจกรรมด้านวัฒนธรรมประเพณีของไทย (ภารกิจสำคัญประการหนึ่งของมหาวิทยาลัย) เพราะถูกบังคับอย่างไม่มีทางเลี่ยงให้ต้องมานั่งเรียนเทอมที่สองในช่วงเดือนเมษายน เดือนเมษายนได้กลายเป็นส่วนหนึ่งของเทอม (ภาคการศึกษา) ที่สองเพราะการเปิดปิดเทอมตามอาเซียน (ดังที่กล่าวอ้างกันในตอนแรก) นั่นเอง

เรื่องปัญหาการมีวันหยุดมากและหยุดยาวติดต่อกันในเดือนเมษายนนี้ แม้ไม่ใช่ปัญหาสำคัญที่สุดของการเปิดปิดเทอมของมหาวิทยาลัยไทยในปัจจุบัน แต่ก็คงปฏิเสธไม่ได้ว่า เรื่องนี้สร้างความเสียหายต่อคุณภาพการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัยอย่างมาก ซึ่งทั้งอาจารย์และนักศึกษาทราบดี ดังผลการสำรวจความเห็นของผู้เกี่ยวข้องในมหาวิทยาลัยที่ไม่เห็นด้วยเป็นส่วนใหญ่ กรณีของนักศึกษาไม่เห็นด้วยถึงร้อยละ 60.9 ขณะที่อาจารย์ไม่เห็นด้วยสูงถึงร้อยละ 73.2 โดยไม่มีผู้เกี่ยวข้องกลุ่มไหนเห็นด้วยมากถึงร้อยละ 40 เลย และส่วนใหญ่ยังต้องการให้มหาวิทยาลัยไทยกลับมาเปิดปิดเทอมอย่างเดิมโดยเร็ว (นสพ.มติชน ฉบับวันที่ 1 มกราคม 2559)

ขณะนี้หลายมหาวิทยาลัย โดยเฉพาะมหาวิทยาลัยในภูมิภาค ต่างพร้อมจะเปลี่ยนกลับไปเปิดปิดเทอมตามแบบเดิมอยู่แล้ว แต่ยังติดขัดเรื่องผลการคัดเลือกนักศึกษาในระบบแอดมิสชั่น (Admission) เพียงเรื่องเดียว ที่ช่วงเวลาที่กำหนดใหม่กลายเป็นอุปสรรคต่อการเปลี่ยนกลับไปเปิดปิดเทอมตามแบบเดิมของมหาวิทยาลัย หากคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) ไม่เข้ามาดูแลแก้ไขให้กลับไปสู่ช่วงเวลาเดิมหรือจัดช่วงเวลาใหม่ที่เหมาะสม กกอ.นี่แหละที่จะเป็นอุปสรรคสำคัญในการปรับเปลี่ยนการเปิดปิดเทอมของมหาวิทยาลัย ดังนั้น กกอ.ต้องเร่งปรับแก้เรื่องนี้ให้เหมาะสม ต้องไม่ให้ใครพูดได้ว่า กกอ.เป็นอุปสรรคในการดำเนินงานของมหาวิทยาลัยไทย เลขาธิการ กกอ.จะอยู่เฉยอีกต่อไปไม่ได้แล้ว

สำหรับมหาวิทยาลัยที่ยังไม่อยากปรับเปลี่ยนกลับไปแบบเดิมเพราะได้รับผลกระทบในเรื่องนี้น้อย หรือจะด้วยเหตุผลใดๆ ก็ตาม แต่ถึงกระนั้น อธิการบดีก็ควรลดอัตตาลง และควรต้องหันไปพิจารณาผลเสียต่อสังคมและประเทศชาติในด้านอื่นๆ บ้าง โดยเฉพาะผลเสียที่มีต่อสังคมและประเทศชาติในระยะยาว เช่น เรื่องการใช้ไฟฟ้าในปริมาณที่สูงขึ้นในช่วงฤดูร้อน (ขณะที่นโยบายภาครัฐต้องการให้ลดปริมาณการใช้ไฟฟ้าลงในช่วงเวลานี้) และการใช้น้ำในปริมาณที่มากขึ้นในช่วงฤดูแล้ง (ขณะที่ทุกภาคส่วนต้องการความร่วมมือให้ช่วยกันประหยัดน้ำในช่วงนี้) เป็นต้น หากมหาวิทยาลัยใดละเลยไม่สนใจให้ความร่วมมือ ก็เท่ากับว่ามหาวิทยาลัยนั้นๆ กำลังสร้างปัญหาสร้างภาระให้แก่สังคมและประเทศชาติในเรื่องเหล่านี้ มหาวิทยาลัยได้ชื่อว่าเป็นแหล่งภูมิปัญญาของชาติ จึงต้องร่วมแก้ไขปัญหาของชาติ และต้องช่วยชี้นำสังคมให้เดินหน้าไปในทางที่ถูกที่ควร ไม่ใช่มาเป็นภาระ มาเป็นปัญหาของสังคมและประเทศชาติเสียเอง

ถึงตรงนี้ ชาวอุดมศึกษาส่วนใหญ่ยังคงคาดหวังว่า ปีนี้ (2559) จะเป็นปีสุดท้ายที่มหาวิทยาลัยจัดให้มีการเรียนการสอนในเดือนเมษายน (และพฤษภาคม) ทั้งนี้ จะได้ไม่ต้องมาเสียสุขภาพจิตคร่ำเคร่งทำงาน (การเรียนการสอนที่ไร้คุณภาพ) ในสภาพแวดล้อมที่ไม่เอื้ออำนวยอีกต่อไป และเมษายนปีหน้า (2560) จะได้ลาพักผ่อนประจำปีโดยไม่ต้องกังวลถึงภาระหน้าที่โดยไม่จำเป็นอีก เพราะจะได้ไปพักผ่อนหรือพักร้อนกันจริงๆ เสียที  

 

ที่มา ประชาชาติธุรกิจออนไลน์ วันที่ 29 มีนาคม 2559

Advertisement


TAGS ที่เกี่ยวข้อง >> เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย , , เรื่องของวันหยุดยาวในเดือนเมษายน , กับการเปิด-ปิดเทอมของมหาวิทยาลัย << คลิกอ่านเพิ่มเติม

≡ เรื่องอื่นๆ ที่น่าอ่าน ≡

คลิกอ่าน!
การศึกษาไทย 2.0

การศึกษาไทย 2.0
เปิดอ่าน 9,211 ครั้ง
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
คลิกอ่าน!
Advertisement

≡ เรื่องน่าสนใจในหมวดหมู่นี้ ≡
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"☕ คลิกอ่านเลย
เรียนยังไงให้ "เก่ง" และต้องเก่งกว่าครูบาอาจารย์ คำแนะนำจากนักเรียนทุนชื่อ "ดร.ป๋วย"
เปิดอ่าน 10,036 ครั้ง
ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ☕ คลิกอ่านเลย
ข้อคิดเห็นต่อการปรับโครงสร้าง กระทรวงศึกษาธิการ
เปิดอ่าน 8,653 ครั้ง
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society☕ คลิกอ่านเลย
การศึกษาของเด็กไทยยุค Digital Society
เปิดอ่าน 6,591 ครั้ง
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)☕ คลิกอ่านเลย
ระบบการศึกษาที่ไม่สมดุล (1)
เปิดอ่าน 5,517 ครั้ง
ยก "ครู" เป็นอาชีพทรงเกียรติ เด็กจึงจะเรียนเก่ง ตอน1☕ คลิกอ่านเลย
ยก "ครู" เป็นอาชีพทรงเกียรติ เด็กจึงจะเรียนเก่ง ตอน1
เปิดอ่าน 22,814 ครั้ง
Advertisment

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

"รื้อโรงเรียน" ข้อถกเถียงเชิงนโยบายกับเหตุผลทางภูมิศาสตร์ (ชมคลิป)"รื้อโรงเรียน" ข้อถกเถียงเชิงนโยบายกับเหตุผลทางภูมิศาสตร์ (ชมคลิป)
เปิดอ่าน 5,888 ครั้ง
Google "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้นGoogle "ค้นหา" ข้อมูลเก่งขึ้น
เปิดอ่าน 6,771 ครั้ง
ชื่นชม เด็กสระแก้ว สร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลชนะเลิศคัดลายมือระดับประเทศชื่นชม เด็กสระแก้ว สร้างชื่อเสียง คว้ารางวัลชนะเลิศคัดลายมือระดับประเทศ
เปิดอ่าน 22,838 ครั้ง
สาเหตุใหญ่ของป่วยเป็นมะเร็ง มาจากนิสัยการกินอยู่แต่ละคนสาเหตุใหญ่ของป่วยเป็นมะเร็ง มาจากนิสัยการกินอยู่แต่ละคน
เปิดอ่าน 16,277 ครั้ง
ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?ลักษณะนิ้วมือบ่งบอกอะไร?
เปิดอ่าน 14,310 ครั้ง

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
สนามเด็กเล่น

แหล่งรวมเกมส์ เกมส์ให้เล่นมากมาย ศูนย์รวมเกมส์สนุกๆ เกมส์ความรู้ เกมส์ลับสมอง เกมส์ประลองยุทธ แหล่งรวบรวมข้อมูล เกมส์ เกมส์ออนไลน์ เกมส์มันๆ เกมส์ตัดผม ไว้มากมายที่นี่ ให้เด็กๆได้เลือกเล่นมากมาย คลิกเลย

 
 
หมวดหมู่เนื้อหา
[ข่าว/ประกาศ] [บทความเทคโนโลยีการศึกษา] [Technology] [e-Learning] [Graphics & Multimedia] [OpenSource & Freeware] [ซอฟต์แวร์แนะนำ] [ทฤษฎีทางการศึกษา] [เครื่องมือและเทคนิคการถ่ายภาพ] [Hot Issue] [Research Library] [Questions in ETC] [แวดวงนักเทคโนฯ] [ข่าวการศึกษา] [คุณครูควรรู้ไว้] [คณิตศาสตร์] [วิทยาศาสตร์] [ภาษาต่างประเทศ] [ภาษาไทย] [สุขศึกษาและพลศึกษา] [สังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม] [ศิลปศึกษาและดนตรี] [การงานอาชีพและเทคโนโลยี] [My Profile] [เรื่องราวจากสมาชิก] [เตรียมประเมินวิทยฐานะ] [ความรู้ทั่วไป] [ผลงานวิชาการเล่มเต็ม] [ข่าวจากกระทรวงศึกษาธิการ] [สาระดีๆจากนานมีบุ๊คส์] [ภาพอบรม/สัมมนา] [การวิจัยทางการศึกษา] [โปรแกรม/เครื่องมือสำหรับครู] [ผู้สนับสนุน] [เกมส์] [งานราชการ/รัฐวิสาหกิจ/บริการสังคม] [คลิปวิดีโอ] [บทความการศึกษา] [infoGraphics] [เกาะกระแสโลกสังคมออนไลน์]

ครูบ้านนอกดอทคอม

เว็บไซต์เพื่อครู ข่าวการศึกษา ความรู้ การศึกษาไทย

      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ