|
Advertisement
|
การวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยและพัฒนา (Research and Development) มีวัตถุประสงค์การวิจัย ดังนี้ 1) เพื่อศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) เพื่อหาประสิทธิภาพกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 ให้มีประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 3) เพื่อเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) เพื่อการศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อการเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
การดำเนินการวิจัยมี 4 ขั้นตอน ดังนี้ 1) การศึกษาข้อมูลพื้นฐานในการกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 2) การพัฒนาและหาประสิทธิภาพกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 3) เปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียน ด้วยการกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 4) การศึกษาความพึงพอใจของนักเรียนที่มีต่อเรียนรู้ด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนสำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5/1 โรงเรียนกันทรอมวิทยาคม อำเภอขุนหาญ จังหวัด ศรีสะเกษ จำนวน 34 คน ศึกษาอยู่ในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2562 ได้มาจากการสุ่มแบบกลุ่ม (Cluster Random Sampling) เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ประกอบด้วย 1) แบบสอบถาม 2) แบบทดสอบวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน 3) แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบทดสอบเป็นแบบปรนัยชนิดเลือกตอบ 4 ตัวเลือก จำนวน 40 ข้อ ซึ่งมีค่าความยากง่ายตั้งแต่ 0.31- 0.69 และค่าอำนาจจำแนกตั้งแต่ 0.38 - 0.75 และค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.95 แบบประเมินความพึงพอใจ เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ จำนวน 20 ข้อ ค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.936 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (t test dependent samples)
ผลการวิจัย
1. ผลการศึกษาข้อมูลพื้นฐานครูเน้นการสอนแบบบรรยายเพื่อให้ครอบคลุมเนื้อหาวิชาชีววิทยาที่มีจำนวนมากและง่ายต่อการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ เพราะใช้เวลาน้อย ไม่ยุ่งยากในการเตรียมกิจกรรมการเรียนรู้ นักเรียนไม่สามารถสืบเสาะความรู้ได้หลากหลายวิธี ผู้วิจัยได้นำแนวคิดการสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ มาใช้ในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5
2. ผลการประเมินประสิทธิภาพตามเกณฑ์ 80/80 มีผลการประเมินประสิทธิภาพด้านกระบวนการ (E1) ได้ค่าประสิทธิภาพ 83.86 และผลการประเมินประสิทธิภาพด้านผลลัพธ์ (E2) ได้ค่าประสิทธิภาพ 82.86 เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนดไว้คือ 80/80
3. ผลการเปรียบเทียบผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนก่อนเรียนและหลังเรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียน ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 พบว่านักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนหลังเรียนสูงกว่าก่อนเรียน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
4. ผลการประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่เรียนด้วยกิจกรรมการเรียนรู้ วิชาชีววิทยา โดยการเรียนรู้แบบสืบเสาะหาความรู้ 7 ขั้น เรื่อง ระบบย่อยอาหาร สำหรับนักเรียนชั้นมัธยมศึกษา ปีที่ 5 พบว่านักเรียนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากที่สุด ( = 4.50 , S.D. = 10.92)
|
โพสต์โดย วรรณ : [28 ก.พ. 2564 เวลา 15:58 น.] อ่าน [103175] ไอพี : 27.55.87.69
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก
|
Advertisement
|
|
| |
|
|
|
|
โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2. ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป
3. สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น
7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป
** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**
|
| |
|
≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡ เปิดอ่าน 25,524 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 25,144 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,911 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 4,523 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 21,506 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 11,520 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 14,266 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 27,999 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,935 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 16,653 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 121,995 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 9,673 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 146,145 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 93,280 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,508 ครั้ง 
| |
|
เปิดอ่าน 18,887 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 32,823 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 17,017 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 275,749 ครั้ง 
| เปิดอ่าน 12,866 ครั้ง 
|
|

เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด
|