ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

การพัฒนารูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ ในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึก

การพัฒนารูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ

ในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562

THE DEVELOPMENT OF PARTICIPATORY MANAGEMENT FACTORS TO

PROMOTE AND MOTIVATE TEACHERS PERFORMANCE TO THE STANDARD

OF BASIC EDUCATION BANPHUDIN SCHOOL ACADEMIC YEAR 2019

สันติภพ โชติขันธ์

Santiphob Chotikhan

บทคัดย่อ

การพัฒนารูปแบบปัจจัยการบริหาร แบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงาน

ของครู สู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 มีวัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 เพื่อเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูในการปฏิบัติงาน จากการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ ที่เกิดจากรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ก่อนและหลังการวิจัย และเพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ประชากรที่ใช้ในการวิจัย อยู่ในบริบทพื้นที่บริการโรงเรียนบ้านภูดิน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 2 อำเภอปทุมรัตต์ จังหวัดร้อยเอ็ด ปีการศึกษา 2562 โดยวิธีการคัดเลือก แบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยแยกเป็นกลุ่มเป้าหมาย คือ ครูปฏิบัติการ และครูอัตราจ้าง จำนวน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน จำนวน 9 คน และผู้ปกครองของนักเรียน ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1-6 จำนวน 52 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย 1) แบบสอบถามเกี่ยวกับรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 2) แบบสอบถามความคิดเห็นของครูในการปฏิบัติงาน จากการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจที่เกิดจากรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน

สรุปผลการวิจัย

1. การวิเคราะห์รูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 ในภาพรวมรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบ มีส่วนร่วมทั้ง 7 ด้าน ทำให้ครูมีแรงกระตุ้นมีแรงขับเคลื่อน มีพลังที่ทำให้เกิดผลต่อการปฏิบัติงานอย่างมีเป้าหมาย สู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน และผลการวิเคราะห์ พบว่า รูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 ในภาพรวม อยู่ในระดับมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.67 และมีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.41 เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ทุกด้านมีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ถึงมากที่สุด โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยมากที่สุด เรียงจากมากไปน้อยสามลำดับ ได้แก่ ด้านร่วมกันวางแผน ( = 4.70 S.D. = 0.32 ) รองลงมาด้านการร่วมกันตัดสินใจ ( = 4.69 S.D. = 0.41 ) และด้านการร่วมมือความรับผิดชอบ ( = 4.69 S.D. = 0.42 )

ดังนั้น แสดงให้เห็นว่า รูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ทำให้ครูมีแรงกระตุ้นมีแรงขับเคลื่อน มีพลัง ที่ทำให้เกิดผลต่อการปฏิบัติงานอย่างมีเป้าหมาย เกิดการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครู สู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 ได้จริงอยู่ในระดับมากที่สุด เป็นไปตามสมมติฐานข้อ 1

2. การเปรียบเทียบความคิดเห็นของครูในการปฏิบัติงานจากการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจที่เกิดจากรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ก่อนและหลังการวิจัย พบว่า ความคิดเห็นของครูในการปฏิบัติงาน จากการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ ที่เกิดจากรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม ก่อนการวิจัย มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 2.81 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.20 และหลังการวิจัย มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.73 มีค่าส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.) เท่ากับ 0.28

นั่นแสดงว่า ตลอดช่วงปีการศึกษา 2562 การปฏิบัติงานของครูจากการได้รับการส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจ ที่เกิดจากรูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วมด้วยองค์ประกอบ ทั้ง 3 ด้าน ทำให้ครูมีแรงกระตุ้น มีแรงขับเคลื่อน มีพลังที่ทำให้เกิดผลต่อการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพ เกิดประสิทธิผลได้จริง และเกิดผลสำเร็จที่สะท้อนพัฒนาการที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทำให้ผลของการพัฒนาหลังการวิจัยสูงกว่าก่อนการวิจัย อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 เป็นไปตามสมมติฐานข้อ 2

3. การวิเคราะห์ความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน พบว่า ความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และผู้ปกครองที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษา ในภาพรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมากที่สุดของรายการประเมิน เมื่อศึกษาความพึงพอใจจากประชากรกลุ่มเป้าหมาย สามารถอธิบายผลได้ดังนี้

3.1 ความพึงพอใจของครู ที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษา อยู่ในระดับพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.82 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.22

3.2 ความพึงพอใจของคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษา อยู่ในระดับพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.78 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.26

3.3 ความพึงพอใจของผู้ปกครอง ที่มีต่อคุณภาพการศึกษาที่บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษา อยู่ในระดับพอใจมากที่สุด มีค่าเฉลี่ย ( ) เท่ากับ 4.76 มีค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D) เท่ากับ 0.34

จะเห็นได้ว่าการพัฒนารูปแบบปัจจัยการบริหารแบบมีส่วนร่วม เพื่อส่งเสริมและสร้างแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูสู่มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน โรงเรียนบ้านภูดิน ปีการศึกษา 2562 เพื่อแก้ไขปัญหาและพัฒนา มาตรฐานการศึกษาระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน ด้านคุณภาพผู้เรียน ด้านกระบวนการบริหารและการจัดการ และด้านกระบวนการจัดการเรียนการสอนที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ให้บรรลุเป้าหมายมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน ในครั้งนี้ เกิดภาพความสำเร็จในการบริหารแบบมีส่วนร่วม ครูเกิดแรงจูงใจในการปฏิบัติงานสู่มาตรฐานการศึกษา ขั้นพื้นฐานอย่างมีประสิทธิภาพเกิดประสิทธิผล บรรลุผลสำเร็จตามมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จริง ตอบสนองความต้องการ เกิดความพึงพอใจของครู คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานและผู้ปกครองอยู่ในระดับ

มากที่สุดเป็นไปตามสมมติฐานข้อที่ 3

โพสต์โดย สันติภพ โชติขันธ์ : [3 มี.ค. 2564 เวลา 11:06 น.]
อ่าน [101963] ไอพี : 223.205.223.39
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 38,424 ครั้ง
5 สัญญาณเตือนพ่อแม่ จากผลกระทบการเลื่อนเปิดเทอม
5 สัญญาณเตือนพ่อแม่ จากผลกระทบการเลื่อนเปิดเทอม

เปิดอ่าน 23,059 ครั้ง
ฮือฮา! นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง-ทฤษฎี 100 ปีที่แล้วของไอน์สไตน์!
ฮือฮา! นักวิทยาศาสตร์ค้นพบคลื่นความโน้มถ่วง-ทฤษฎี 100 ปีที่แล้วของไอน์สไตน์!

เปิดอ่าน 29,245 ครั้ง
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน
สกิมเมอร์ : เทคโนโลยีโฉดเพื่อทรชน

เปิดอ่าน 10,981 ครั้ง
เส้นทางสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนของไทย ตอนที่ 1 เจรจา ทูตแห่งการค้าเสรี
เส้นทางสู่ประชาคม เศรษฐกิจอาเซียนของไทย ตอนที่ 1 เจรจา ทูตแห่งการค้าเสรี

เปิดอ่าน 11,099 ครั้ง
10 วิธีรักษาเงินสด
10 วิธีรักษาเงินสด

เปิดอ่าน 33,767 ครั้ง
ต้นทองอุไร ไม้ดอกมงคล ปลูกง่าย โตไว
ต้นทองอุไร ไม้ดอกมงคล ปลูกง่าย โตไว

เปิดอ่าน 14,881 ครั้ง
ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร
ควบคุมโรคไข้หวัดใหญ่ได้อย่างไร

เปิดอ่าน 14,787 ครั้ง
เทคนิคการคิดเลข 3 ตัว ที่ยังไงก็แล้วแต่ ผลลัพธ์จะได้ 1089 เสมอ
เทคนิคการคิดเลข 3 ตัว ที่ยังไงก็แล้วแต่ ผลลัพธ์จะได้ 1089 เสมอ

เปิดอ่าน 29,383 ครั้ง
ข้อสอบ O-NET รูปแบบอัตนัย ภาษาไทย ป.6 มีจำนวนกี่ข้อ กี่คะแนน และออกเนื้อหาอะไรบ้าง
ข้อสอบ O-NET รูปแบบอัตนัย ภาษาไทย ป.6 มีจำนวนกี่ข้อ กี่คะแนน และออกเนื้อหาอะไรบ้าง

เปิดอ่าน 56,769 ครั้ง
การทอดผ้าป่า
การทอดผ้าป่า

เปิดอ่าน 6,646 ครั้ง
สูตรคำนวณการหาคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์(GainScore) สำหรับการทำวิจัย : กิติศักดิ์ ดีพื้น โรงเรียนสุนทรภู่พิทยา จังหวัดระยอง
สูตรคำนวณการหาคะแนนพัฒนาการสัมพัทธ์(GainScore) สำหรับการทำวิจัย : กิติศักดิ์ ดีพื้น โรงเรียนสุนทรภู่พิทยา จังหวัดระยอง

เปิดอ่าน 11,221 ครั้ง
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ
ร้อนนี้กินอย่างไร เย็นทั้งกาย สุขทั้งใจ

เปิดอ่าน 98,674 ครั้ง
ตัวอย่างการแต่งกายของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
ตัวอย่างการแต่งกายของข้าราชการ ลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ

เปิดอ่าน 11,060 ครั้ง
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ
เคล็ดของการมีอายุครบ 100 ปี ต้องมีคู่ออกกำลังและหมั่นล้างมือ

เปิดอ่าน 56,952 ครั้ง
ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่
ไอเดียการจัดตกแต่งบ้านต้อนรับปีใหม่

เปิดอ่าน 13,155 ครั้ง
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
9 วิธีทำดีได้บุญแบบไม่เสียเงิน
เปิดอ่าน 16,972 ครั้ง
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย
อินจัด แชร์กันว่อนไปทั่วโลก โฆษณาของไทย
เปิดอ่าน 14,270 ครั้ง
ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย
ปฏิรูปการศึกษาไม่มีวันสำเร็จ ถ้าไม่รื้อรากความงมงาย
เปิดอ่าน 26,762 ครั้ง
วิธีฝึกภาษาอังกฤษอังกฤษอย่างไรให้เก่งเทพใน 1-3 เดือน!!!
วิธีฝึกภาษาอังกฤษอังกฤษอย่างไรให้เก่งเทพใน 1-3 เดือน!!!
เปิดอ่าน 14,086 ครั้ง
เทคนิคใหม่จากสิงคโปร์ทำภาพสีไม่ใช้หมึกคมชัดกว่าเลเซอร์เจ็ท
เทคนิคใหม่จากสิงคโปร์ทำภาพสีไม่ใช้หมึกคมชัดกว่าเลเซอร์เจ็ท

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ