ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
Advertisement

เผยแพร่ผลงานวิชาการ รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ

ชื่อเรื่อง : รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ

สำนักงานพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3

ผู้รายงาน : โกวิท โกเสนตอ

ปีการศึกษา : 2563

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

รายงานการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋ออำเภอแม่ฟ้าหลวง จังหวัดเชียงราย ครั้งนี้วัตถุประสงค์ 1) เพื่อประเมินด้านบริบทของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียน โรงเรียนบ้านแม่เต๋อ เกี่ยวกับความสอดคล้องระหว่างวัตถุประสงค์ของโครงการกับนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน นโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 นโยบายโรงเรียน และความต้องการจำเป็นของโรงเรียน 2) เพื่อประเมินด้านปัจจัยเบื้องต้นของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ เกี่ยวกับความเหมาะสม เพียงพอของโครงการ เกี่ยวกับวิทยากร งบประมาณ ระยะเวลา สถานที่ วัสดุอุปกรณ์ ความรู้ความสามารถของคณะทำงานการสนับสนุนของฝ่ายบริหาร ผู้ปกครอง และบุคคลในชุมชน 3) เพื่อประเมินด้านกระบวนการดำเนินงานตามโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ เกี่ยวกับความร่วมมือของคณะทำงานและผู้เกี่ยวข้อง ปฏิทินการปฏิบัติงาน บทบาทหน้าที่ ขั้นตอน จุดเด่น จุดด้อย การนิเทศติดตาม และสิ่งที่ต้องการแก้ไขในการดำเนินงาน 4) เพื่อประเมินด้านผลผลิตโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ 4.1) เพื่อประเมินผลกระทบของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ 4.2) เพื่อประเมินประสิทธิผลของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ 4.3) เพื่อประเมินความยั่งยืนของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ 4.4) เพื่อประเมินการถ่ายทอดส่งต่อของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ 5) เพื่อประเมินความพึงพอใจของครูผู้สอน และผู้ปกครอง ต่อโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ ระยะเวลาในประเมินโครงการ ปีการศึกษา 2563 เครื่องมือที่ใช้ในประเมิน คือ แบบสอบถามเป็นมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 5 ระดับ และมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 4 ระดับ โดยการวิเคราะห์หาค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการประเมินพบว่า

1. ผลการประเมินด้านบริบทของโครงการ โดยภาพรวม พบว่าอยู่ในระดับความสอดคล้องความเหมาะสมมาก ด้านบริบทของการประเมินโครงการ ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวม ระดับความสอดคล้องอยู่ในระดับมาก และมีบางรายการที่อยู่ในระดับมากที่สุด รายการที่มีค่าเฉลี่ย สูงสุด คือ ความสอดคล้องของกิจกรรมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนกับนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน รายการที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด คือ กิจกรรมพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยของผู้เรียนมีความเหมาะสมกับเวลาและสถานการณ์ของสังคมในปัจจุบัน และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ

2. ผลการประเมินด้านปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินงานของโครงการ พบว่าระดับความคิดเห็นเกี่ยวกับความเหมาะสมด้านปัจจัย ในการประเมินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับความเหมาะสมมาก และเมื่อพิจารณาแยกเป็นรายการแล้วพบว่า ผู้บริหารโรงเรียนให้การสนับสนุนและเป็นผู้นำกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และสามารถสรรหาคณะกรรมการกิจกรรมได้ตามจำนวนที่ต้องการ มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ

3. ผลการประเมินด้านกระบวนการของโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ โดยรวมอยู่ในระดับมาก ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับความเหมาะสมมาก และเมื่อพิจารณาแยกเป็นรายการแล้วพบว่า ความร่วมมือของผู้ที่เกี่ยวข้องของกิจกรรม มีค่าเฉลี่ยสูงสุด และการกำหนดบทบาทหน้าที่ของคณะทำงานชัดเจน มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด และเมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าผ่านเกณฑ์การประเมินทุกข้อ

4. ผลการประเมินด้านผลผลิตของโครงการ ตามความคิดเห็นเกี่ยวกับผลผลิตของโครงการที่เกี่ยวกับผลกระทบ ประสิทธิผล ความยั่งยืน การถ่ายทอดส่งต่อ พฤติกรรมการเรียนภาษาไทยของนักเรียน โดยรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณารายด้านพบว่าด้านการประเมินผลกระทบ (Impact Evaluation) พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก การประเมินประสิทธิผล (Effectiveness Evaluation) พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก ความยั่งยืนโครงการ (S=Sustnainability Evaluation) พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก และการถ่ายทอดส่งต่อ (T=Transportability Evaluation) พบว่ามีค่าเฉลี่ยอยู่ในระดับมาก

5. ผลการวิเคราะห์ความพึงพอใจของครูผู้สอนและผู้ปกครองนักเรียนต่อ โครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 แยกได้ได้ดังนี้

ผลการประเมิน ความพึงพอใจของผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ ที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก และเมื่อพิจารณาแยกเป็นรายการแล้ว พบว่า รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ โรงเรียนให้ความช่วยเหลือเอาใจใส่ดูแลแก่นักเรียนที่เรียนดีและเรียนช้า มีระดับของความพึงพอใจมาก ค่าเฉลี่ยสูงสุด และโรงเรียนมีเครือข่ายการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ส่วนความพึงพอใจที่ได้จากการดำเนินโครงการ ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากเช่นกัน และเมื่อพิจารณาแยกย่อยเป็นรายการแล้ว พบว่า ผู้เรียนมีทักษะภาษาไทย ตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด จํานวน 5 มาตรฐานนั้น ด้านหลักการใช้ภาษาไทย มีระดับของความพึงพอใจค่าเฉลี่ยสูงสุด และวรรณคดีและวรรณกรรม มีระดับของความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ยต่ำสุด และผู้ปกครองนักเรียนพึงพอใจ นักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น มีระดับของความพึงพอใจมากสูงสุด

ผลการประเมิน ความพึงพอใจของครูผู้สอน ที่มีต่อการดำเนินโครงการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยสำหรับนักเรียนโรงเรียนบ้านแม่เต๋อ สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเชียงราย เขต 3 ค่าเฉลี่ยโดยภาพรวมอยู่ในระดับความพึงพอใจมาก และเมื่อพิจารณาแยกเป็นรายการแล้ว พบว่า รายการที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ การให้ความร่วมมือของบุคลากรในการดำเนินโครงการ และการสร้างเครือข่ายการพัฒนาการจัดการเรียนรู้ภาษาไทย มีค่าเฉลี่ยต่ำสุด ส่วนด้านผลที่ได้จากการดำเนินโครงการ ในภาพรวมมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากเช่นกัน และเมื่อพิจารณาแยกย่อยเป็นรายการแล้ว พบว่า ผู้เรียนมีทักษะภาษาไทย ตามมาตรฐานหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกําหนด จํานวน 5 มาตรฐานนั้น หลักการใช้ภาษาไทย มีระดับของความพึงพอใจค่าเฉลี่ยสูงสุด และวรรณคดีและวรรณกรรม มีระดับของความพึงพอใจ ค่าเฉลี่ยต่ำสุด และนักเรียนมีผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนดีขึ้น มีระดับของความพึงพอใจมากสูงสุด

โพสต์โดย เบน : [13 มี.ค. 2564 เวลา 12:53 น.]
อ่าน [101815] ไอพี : 171.4.237.99
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
Advertisement

 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 40,444 ครั้ง
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19
3 วิธีแกะกล่องพัสดุให้ปลอดภัยห่างไกลจากโควิด-19

เปิดอ่าน 14,469 ครั้ง
ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?
ทราบหรือไม่ว่ามีประโยชน์อะไรบ้าง?

เปิดอ่าน 133,826 ครั้ง
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. 2560
หลักเกณฑ์และวิธีปฏิบัติในการจัดข้าราชการเข้าพักอาศัยในที่พักของทางราชการ พ.ศ. 2560

เปิดอ่าน 21,775 ครั้ง
พบดาวฤกษ์ดวงใหม่ สว่างกว่าดวงอาทิตย์ 10 ล้านเท่า
พบดาวฤกษ์ดวงใหม่ สว่างกว่าดวงอาทิตย์ 10 ล้านเท่า

เปิดอ่าน 14,041 ครั้ง
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย
แบบตรวจสอบการเรียนผ่านเครือข่าย

เปิดอ่าน 12,942 ครั้ง
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551
ปรากฏการณ์บั้งไฟพญานาค วันที่ 10 - 16 ตุลาคม 2551

เปิดอ่าน 18,292 ครั้ง
คลิปข่าว สพฐ. พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนดํารงตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2564
คลิปข่าว สพฐ. พัฒนาข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ก่อนดํารงตําแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา 2564

เปิดอ่าน 19,244 ครั้ง
"ลูกชายคนกวาดขยะ" โฆษณาขยี้ใจ น้ำตาไหลอิ่มใจไม่รู้ตัว
"ลูกชายคนกวาดขยะ" โฆษณาขยี้ใจ น้ำตาไหลอิ่มใจไม่รู้ตัว

เปิดอ่าน 2,429 ครั้ง
จัดบ้านให้ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ
จัดบ้านให้ปลอดภัยต่อวัยสูงอายุ

เปิดอ่าน 13,588 ครั้ง
ศูนย์รวมตำราแปลจากทั่วโลก
ศูนย์รวมตำราแปลจากทั่วโลก

เปิดอ่าน 32,206 ครั้ง
การคูณด้วยไม้ตะเกียบแบบบูรณาการ (ชมคลิป)
การคูณด้วยไม้ตะเกียบแบบบูรณาการ (ชมคลิป)

เปิดอ่าน 18,629 ครั้ง
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ
ข่าวดี ! สกัด"ผักติ้ว-สนสามใบ" ยาสู้มะเร็ง ทีมวิจัยไทยเฮทำสำเร็จ

เปิดอ่าน 9,796 ครั้ง
เตรียมตัวไว้! "เฟซบุ๊ก" จะให้ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวีดีโอสั้นๆได้แล้ว
เตรียมตัวไว้! "เฟซบุ๊ก" จะให้ใช้รูปโปรไฟล์เป็นวีดีโอสั้นๆได้แล้ว

เปิดอ่าน 16,582 ครั้ง
เจ้านายจู้จี้ ขี้บ่น ทำยังไงดี
เจ้านายจู้จี้ ขี้บ่น ทำยังไงดี

เปิดอ่าน 576 ครั้ง
ไอเดียอาหารกล่องสุดครีเอทีฟ สำหรับการจัดเลี้ยงนักเรียนจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ
ไอเดียอาหารกล่องสุดครีเอทีฟ สำหรับการจัดเลี้ยงนักเรียนจำนวนมากอย่างมีประสิทธิภาพ

เปิดอ่าน 1,856 ครั้ง
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38
ผลวิจัยชี้การมีกิจกรรมทางกายทั้งวันธรรมดาและวันหยุด ช่วยลดการเจ็บป่วยโรคหัวใจและสมอง มากถึงร้อยละ 38
เปิดอ่าน 194,285 ครั้ง
ประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด
ประโยชน์ของวิตามินแต่ละชนิด
เปิดอ่าน 15,525 ครั้ง
ชมย้อนหลังรายการ ตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีเอส เรื่อง ม.44 ล้าง "ขั้วอำนาจ" ยกเครื่อง "กระทรวงศึกษาธิการ" (24 มี.ค. 59)
ชมย้อนหลังรายการ ตอบโจทย์ ช่องไทยพีบีเอส เรื่อง ม.44 ล้าง "ขั้วอำนาจ" ยกเครื่อง "กระทรวงศึกษาธิการ" (24 มี.ค. 59)
เปิดอ่าน 25,313 ครั้ง
เงินเดือนเป็นความลับ
เงินเดือนเป็นความลับ
เปิดอ่าน 89,662 ครั้ง
การปลูกผักหวานป่าเชิงระบบ
การปลูกผักหวานป่าเชิงระบบ

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
เครื่องมือวัด
เครื่องมืออุตสาหกรรม
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 096-7158383

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ