ค้นหาทุกอย่างในเว็บครูบ้านนอก :
ชุมชนครู บุคลากรทางการศึกษา และนักเรียน แหล่งความรู้สำหรับครู นักเรียน ข่าวการศึกษา ห้องสมุดความรู้ทุกกลุ่มสาระการเรียนรู้ และความรู้ทั่วไป เผยแพร่ผลงานวิชาการ ที่นี่


ค้นหากระทู้
ตั้งกระทู้คำถามใหม่ กลับหน้าที่แล้ว
 
เรื่อง การประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563

บทสรุปสำหรับผู้บริหาร

ชื่อเรื่อง การประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์

ปีการศึกษา 2563

ผู้รายงาน นางสาวสุณัฏฐา สุขแสง

ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์

หน่วยงานที่สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3

ปีการศึกษา 2563

การประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 ครั้งนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อประเมินบริบท ปัจจัยนำเข้า กระบวนและผลผลิตของการดำเนินการตามโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ผู้ประเมินได้ใช้วิธีการประเมินตามแนวคิดรูปแบบการประเมินแบบซิปป์โมเดล (CIPP Model) ของสตัฟเฟิลบีม (Stufflebeam) นำมาใช้ในการประเมินกลุ่มตัวอย่าง ได้แก่ ครูผู้สอนและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 5 คน คณะกรรมการสถานศึกษา จำนวน 7 คน (ไม่รวมตัวแทนครูและผู้บริหาร) นักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 4-6 จำนวน 14 คน และผู้ปกครองนักเรียน จำนวน 25 คน โดยใช้วิธีเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive sampling) รวมทั้งสิ้น 51 คน ของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุราษฎร์ธานี เขต 3 ซึ่งเครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลในการประเมินครั้งนี้เป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ มีค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถาม โดยหาค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (α-Coefficient) ของครอนบาค (Cronbach) ได้ค่าความเชื่อมั่น 0.92 0.95 0.93 0.96 1.00 0.94 และ 0.92 ตามลำดับ และแบบสอบถามวัดความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการประเมินโครงการเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ มีค่าความเชื่อมั่น 0.66 ผู้ประเมินวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้สถิติพื้นฐาน ได้แก่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน

ผลการประเมินพบว่า 1) การประเมินบริบทของการประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายข้อ พบว่า วัตถุประสงค์ของโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงตรงตามเป้าหมายและมีความชัดเจน มีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือ จุดประสงค์ของโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงได้สร้างความรู้ ความเข้าใจ แนวคิดให้กับนักเรียนและบุคลากรได้อย่างแท้จริง รูปแบบการจัดกิจกรรมตามโครงการ สามารถวัดและติดตามผลได้ ส่วนโครงการวิถีชัวิตเศรษฐกิจพอเพียง สามารถสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 2) การประเมินปัจจัยนำเข้าของการประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายข้อ พบว่า โรงเรียนกำหนดสถานที่สำหรับใช้ปฏิบัติกิจกรรมตามโครงการมีความเหมาะสมและเพียงพอมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาโรงเรียนจัดเตรียมวัสดุ อุปกรณ์และสิ่งอำนวย ความสะดวก สำหรับการจัดกิจกรรมไว้อย่างเพียงพอและทั่วถึง ส่วนครูและบุคลากรในโรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีสื่อและ/หรือนวัตกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับ

โครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 3) การประเมินกระบวนการของการประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 โดยภาพรวมมีอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาในแต่ละรายข้อพบว่า โรงเรียนมีการศึกษาสภาพปัญหาและความต้องการในการดำเนินการโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและโรงเรียนมีการดำเนินกิจกรรมโครงการตามแผนและขั้นตอนการดำเนินการที่กำหนดไว้ในโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมา โรงเรียนมีการกำกับ ติดตาม และการนิเทศการดำเนินงานทั้งก่อนและหลังการดำเนินงานของโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงและโรงเรียนการเก็บรวบรวมข้อมูลผลการดำเนินกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ส่วนโรงเรียนมีการประสานความส่วนร่วมกันของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบ และหน่วยงานภายนอกมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 4) การประเมินผลผลิตของโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 คือประเมินผลสัมฤทธิ์ของโครงการ ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจของนักเรียนในเรื่องวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง คุณลักษณะของนักเรียนตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง ความพึงพอใจของนักเรียน ความพึงพอใจของครูและบุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อโครงการเศรษฐกิจพอเพียง ซึ่งมีผลการประเมินดังนี้ 4.1) การวัดความรู้ของนักเรียนที่ได้ทำแบบทดสอบวัดความรู้ความเข้าใจต่อการดำเนินกิจกรรมโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 จากคะแนนเต็ม 20 คะแนน ได้คะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 16.71 คะแนน คิดเป็นร้อยละ 83.57 แสดงว่าประสิทธิภาพในการทำแบบทดสอบวัดความรู้ ความเข้าใจต่อการดำเนินกิจกรรมโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 มีค่าเท่ากับ 83.57 4.2) คุณลักษณะตามหลักวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ มีคะแนนเฉลี่ยโดยรวมร้อยละ 94.29 เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อ พบว่านักเรียนมีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านความพอประมาณมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาคือด้านความมีเหตุผลและด้านเงื่อนไขความรู้ ส่วนด้านความมีภูมิคุ้มกันในตัวที่ดีมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด โดยมีค่าเฉลี่ย 97.62 95.24 95.24 92.86 และ 90.48 ตามลำดับ 4.3) การประเมินความพึงพอใจต่อการโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของนักเรียนโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่า นักเรียนมีทักษะจากการปฏิบัติงานตามโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมานักเรียนปฏิบัติกิจกรรมตามโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงอย่างมีความสุข ส่วนนักเรียนมีโภชนาการที่ดี มีสุขพลานามัยที่แข็งแรงมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด 4.4) การประเมินความพึงพอใจต่อการโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของของครูและบุคลากรทางการศึกษา คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองนักเรียนโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายข้อพบว่าการจัดกิจกรรมการเรียนรู้โดยให้นักเรียนได้ปฏิบัติจริงมีค่าเฉลี่ยสูงที่สุด รองลงมาส่งเสริมให้บุคลากรมีความรู้ความเข้าใจในการดำเนินโครงการ ส่วนมีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความก้าวหน้าของโครงการอย่างสม่ำเสมอมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด

สรุปผลการประเมินโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 ผ่านเกณฑ์การประเมินในทุกด้าน

ข้อเสนอแนะในการนำผลการศึกษาไปใช้

จากผลโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงของโรงเรียนบ้านขุนราษฎร์ ปีการศึกษา 2563 ควรดำเนินการต่อไปโดยนำผลการประเมินไปปรับใช้และสรุปเป็นข้อเสนอแนะได้ดังนี้

1. จากผลการประเมิน ด้านบริบท พบว่าโครงการวิถีชัวิตเศรษฐกิจพอเพียง สามารถสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น สถานศึกษาควรกำหนดนโยบายการปฏิบัติให้มีความสอดคล้องเพื่อสนองนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานในการจัดกิจกรรมเพื่อมุ่งเน้นการบริหารสถานศึกษาตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง

2. จากผลการประเมิน ด้านปัจจัยนำเข้า พบว่า ครูและบุคลากรในโรงเรียนมีความรู้ ความเข้าใจ มีสื่อและ/หรือนวัตกรรมการเรียนรู้เกี่ยวกับโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียงมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น สถานศึกษาควรส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการพัฒนาความรู้ในการจัดกิจกรรมการเรียนการสอน การสร้างสื่อนวัตกรรมทางการศึกษาที่เกี่ยวข้องกับการดำเนินการโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง

3. จากผลการประเมิน ด้านกระบวนการ พบว่า โรงเรียนมีการประสานความส่วนร่วมกันของทุกฝ่ายที่รับผิดชอบ และหน่วยงานภายนอกมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้น สถานศึกษาควรส่งเสริมให้บุคลากรได้มีการประสานความร่วมมือระหว่างชุมชน องค์กรท้องถิ่น ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียในการร่วมดำเนินการส่งเสริมการดำเนินโครงการอย่างต่อเนื่อง

4. จากผลการประเมิน ด้านผลผลิต การประเมินความพึงพอใจในการดำเนินกิจกรรมของนักเรียนในการดำเนินการโครงการวิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง พบว่า นักเรียนมีโภชนาการที่ดี มีสุขพลานามัยที่แข็งแรงมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้นโรงเรียนควรมีการกระตุ้นและส่งเสริมผู้ปกครอง ชุมชน ให้นักเรียนได้รับอาหารตามหลักโภชนาการที่ดี

5. จากผลการประเมิน ด้านผลผลิต การประเมินความพึงพอใจในการดำเนินกิจกรรมของครูและบุคลากร คณะกรรมการสถานศึกษา และผู้ปกครองนักเรียน พบว่าชุมชน มีการเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ความก้าวหน้าของโครงการอย่างสม่ำเสมอมีค่าเฉลี่ยต่ำที่สุด ดังนั้นโรงเรียนควรส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนได้มีส่วนเกี่ยวข้องในการรับข้อมูลข่าวสารให้มากขึ้น

คำสำคัญ : การประเมินโครงการ, เศรษฐกิจพอเพียง, วิถีชีวิตเศรษฐกิจพอเพียง,

โรงเรียนบ้านขุนราษฎร์

โพสต์โดย สาว : [16 ต.ค. 2564 เวลา 10:21 น.]
อ่าน [431] ไอพี : 171.6.251.210
หากข้อความนี้ไม่เหมาะสม คลิก คลิกปุ่มนี้ หากเห็นว่าข้อความนี้ไม่เหมาะสม
 
 

โปรดอ่านกฎกติกาก่อนแสดงความเห็น
1. ข้อความของท่านจะขึ้นแสดงโดยอัตโนมัติทันทีที่ได้รับข้อมูล
2.
ห้ามโพสต์ ข้อความยั่วยุให้เกิดความรุนแรงทางสังคม ข้อความที่ก่อให้เกิดความเสียหายและเสื่อมเสียต่อบุคคลที่สาม, เบอร์โทรศัพท์,
รูปภาพที่ไม่เหมาะสมต่อเยาวชนหรือภาพลามกอนาจาร หรือกระทบถึงสถาบันอันเป็นที่เคารพ
ขอให้ผู้ตั้งกระทู้รับผิดชอบตัวเอง
และรับผิดชอบต่อสังคม ถ้ารูปภาพ หรือข้อความใดส่งผลกระทบต่อบุคคลอื่น ทีมงานพร้อมจะส่งรายละเอียดให้เจ้าหน้าที่
เพื่อตามจับตัวผู้กระทำผิดต่อไป

3.
สมาชิกที่โพสต์สิ่งเหล่านี้ อาจถูกดำเนินคดีทางกฎหมายจากผู้เสียหายได้
4. ไม่อนุญาตให้มีการโฆษณาสินค้าใด ๆ ทั้งสิ้น ทั้งทางตรงและทางอ้อม
5. ทุกความคิดเห็นเป็นข้อความที่ทางผู้เยี่ยมชมเข้ามาร่วมตั้งกระทู้ในเว็บไซต์ ทางเว็บไซต์ kroobannok.com ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ ทั้งสิ้น
6. ทางทีมงานขอสงวนสิทธิ์ในการลบกระทู้ที่ไม่เหมาะสมได้ทันที โดยไม่ต้องมีการชี้แจงเหตุผลใดๆ ต่อเจ้าของความเห็นนั้นทั้งสิ้น

7. หากพบเห็นรูปภาพ หรือข้อความที่ไม่เหมาะสม กรุณาแจ้งมาที่อีเมล์ kornkham@hotmail.com เพื่อทำการลบออกจากระบบต่อไป


 ** พระราชบัญญัติว่าด้วยการกระทำผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ พ.ศ.๒๕๕๐**

ขออภัยในความไม่สะดวก เนื่องจากเราประสบปัญหา
มีผู้โพสต์ข้อความที่หมิ่นเหม่และไม่เหมาะสมเป็นจำนวนมาก
ครูบ้านนอกดอทคอมจึงขอความร่วมมือสมาชิก
กรุณาเข้าสู่ระบบก่อนแสดงความเห็นครับ


  

สมัครสมาชิกใหม่
 

 

Advertisement

≡ เรื่องน่าอ่าน/สาระน่ารู้ ≡

เปิดอ่าน 16,591 ครั้ง
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ
โอเมก้า 3 ใน ปลา ก็มีโทษ

เปิดอ่าน 15,561 ครั้ง
การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์
การถ่ายภาพวิวทิวทัศน์

เปิดอ่าน 11,995 ครั้ง
วัดป่าที่แม่ฮ่องสอนดังทั่วโลก ต่างชาติแห่เรียนสมาธิปีละกว่า 2 พันคน
วัดป่าที่แม่ฮ่องสอนดังทั่วโลก ต่างชาติแห่เรียนสมาธิปีละกว่า 2 พันคน

เปิดอ่าน 8,314 ครั้ง
เผยโฉม เครื่องบินพลังแสงอาทิตย์
เผยโฉม เครื่องบินพลังแสงอาทิตย์

เปิดอ่าน 13,254 ครั้ง
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว
อาหารที่เป็นตัวการทำลายสุขภาพผิว

เปิดอ่าน 16,982 ครั้ง
ฝนดาวตกสิงโต
ฝนดาวตกสิงโต

เปิดอ่าน 10,353 ครั้ง
กูเกิล เผยอันดับคำค้นสุดฮิตของไทย ประจำปี 2013
กูเกิล เผยอันดับคำค้นสุดฮิตของไทย ประจำปี 2013

เปิดอ่าน 47,209 ครั้ง
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง
‘คุณค่าของครู’ ในโลกที่เกิดการเปลี่ยนแปลง

เปิดอ่าน 12,766 ครั้ง
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน
วิธีบริหารเงิน ที่ไม่มีสอนในโรงเรียน

เปิดอ่าน 9,264 ครั้ง
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก
กลุ่มคน 1%ของโลก ครอบครองทรัพย์สินกว่าครึ่งโลก

เปิดอ่าน 36,813 ครั้ง
9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง
9 สายงานไทย เทรนด์ใหม่มาแรง

เปิดอ่าน 13,814 ครั้ง
10 เคล็ดลับเลิกบุหรี่
10 เคล็ดลับเลิกบุหรี่

เปิดอ่าน 19,085 ครั้ง
ดอกคำฝอย สมุนไพรปกป้องหัวใจ ลดไขมันในเลือด
ดอกคำฝอย สมุนไพรปกป้องหัวใจ ลดไขมันในเลือด

เปิดอ่าน 7,798 ครั้ง
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี
ส่ง"เอสเอ็มเอส"บ่อยไม่ดี

เปิดอ่าน 9,038 ครั้ง
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี
จัดการผมยุ่งเหยิงยามเช้าตรู่อย่างไรดี

รายการหลัก

หน้าแรก
ข่าว/บทความ
สมุดเยี่ยม
กระดานสนทนา
เว็บลิงค์
ผู้จัดทำเว็บครูบ้านนอก
ข้อมูลบุคคล
ภาพกิจกรรม
ผู้สนับสนุน

สมาชิก

เข้าสู่ระบบ
คุณครูต้องรู้ไว้
รวมแบบฟอร์มต่างๆ

เว็บน่าสนใจ

เว็บไซต์ สพฐ.
กระทรวงศึกษาธิการ
เครื่องมือวิทยาศาสตร์
Koi360
ติวสอบ GED
ติวสอบ SAT
จดทะเบียนบริษัท
เกมส์
แหล่งรวมเกมส์

แหล่งรวมเกมส์
สพป.มุกดาหาร

เปิดอ่าน 9,579 ครั้ง
12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี
12 สุขลักษณะ การนอนที่ดี

เปิดอ่าน 7,105 ครั้ง
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย
หนุ่มดวงแข็งที่สุดในสามโลก รถตกตึก ยังลุกขึ้นมาเดินเฉย

เปิดอ่าน 16,315 ครั้ง
กระเจี๊ยบเขียว
กระเจี๊ยบเขียว

เปิดอ่าน 40,390 ครั้ง
กาลามสูตร
กาลามสูตร

เปิดอ่าน 15,232 ครั้ง
เด็กนอนเป็นเวลาปัญญาดี ยิ่งนอนตั้งแต่หัวค่ำยิ่งหัวไวยิ่งกว่าเพื่อน
เด็กนอนเป็นเวลาปัญญาดี ยิ่งนอนตั้งแต่หัวค่ำยิ่งหัวไวยิ่งกว่าเพื่อน



 เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ มากมาย
เกมส์ รวมเกมส์สนุกๆ คลายเครียด

เกมส์ รวมเกมส์ เกมส์แข่งรถ เกมส์ต่อสู้ เกมส์ภาษา เกมส์วางระเบิด เกมส์แต่งตัว เกมส์ท่องเที่ยว เกมส์หมากฮอส เกมส์ผจญภัย เกมส์เต้น เกมส์รถ เกมส์ดนตรี เกมส์ขายของ เกมส์ฝึกสมอง เกมส์เด็กๆ เกมส์ปลูกผัก เกมส์การ์ด เกมส์จับผิดภาพ เกมส์ตลก เกมส์ตัดผม เกมส์ก้านกล้วย เกมส์ทําอาหาร เกมส์เลี้ยงสัตว์ เกมส์ผี เกมส์จับคู่ เกมส์กีฬา เกมส์เศรษฐี เกมส์ฝึกทักษะ เกมส์วางแผน เกมส์จีบหนุ่ม เกมส์มาริโอ เกมส์ระบายสี เกมส์จีบสาว เกมส์เบ็นเท็น เกมส์ยิง เกมส์ยาน เกมส์สร้างเมือง เกมส์มันส์ๆ เกมส์แต่งบ้าน เกมส์ความรู้
      kroobannok.com

© 2000-2020 Kroobannok.com  
All rights reserved.


Design by : kroobannok.com


ครูบ้านนอกดอทคอม
การจัดอันดับของ Truehits Web Directory

วิธีนำแบนเนอร์ของครูบ้านนอก.คอมไปแปะในเว็บท่าน บันทึกภาพแบนเนอร์นี้และลิงค์มาที่เราครับ (มีแบนเนอร์ 2 แบบ)
 

ครูบ้านนอกดอทคอม เว็บไซต์ของครูตัวเล็กๆ คนหนึ่ง ที่หวังเพียง ใช้เป็นช่องทางในการสื่อสาร แลกเปลี่ยน เพิ่มพูนความรู้ และให้ข่าวสาร ที่ทันสมัยต่อเหตุการณ์แก่คุณครู ผู้ปฏิบัติงานในทุกพื้นที่ของประเทศไทย เพื่อความเจริญงอกงามในปัญญา และเจริญก้าวหน้าในวิชาชีพ

เว็บนี้ถือกำเนิดเมื่อ 5 มกราคม 2548

Email : kornkham@hotmail.com
Tel : 081-3431047

สนใจสนับสนุนเรา โดยลงโฆษณา
คลิกดูรายละเอียดที่นี่ครับ